หน้าแรก เศรษฐกิจ ‘ส.อ.ท.’ รับบ...

‘ส.อ.ท.’ รับบาทอ่อนดันต้นทุนสินค้าพุ่งฉุดธุรกิจนำเข้า จี้สร้างสมดุล-เหมาะสม

20.07.22 | 05:14 น.

‘ส.อ.ท.’ รับบาทอ่อนดันต้นทุนสินค้าพุ่งฉุดธุรกิจนำเข้า จี้สร้างสมดุล-เหมาะสม

นายเกรียงไกร เธียรนุกุล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยว่า สถานการณ์ค่าเงินบาทอ่อนค่า ส่งผลกระทบต่อธุรกิจการนำเข้าสินค้า ซึ่งก็ช่วยไม่ได้ที่ประเทศไทยมีการนำเข้าพลังงานในปริมาณสูงมาก โดยเฉพาะน้ำมัน รวมถึงสินค้ากลุ่มวัตถุดิบ ชิ้นส่วน สินค้าคงทนอย่างเครื่องจักร ทำให้ธุรกิจการนำเข้าสินค้าจะได้รับผลกระทบในด้านต้นทุนที่เพิ่มสูงขึ้น สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ จะต้องมีการชั่งน้ำหนักให้เกิดความสมดุล ว่าส่วนที่ได้ประโยชน์ อย่างผู้ส่งออก กลุ่มท่องเที่ยว เพราะการที่ค่าเงินบาทอ่อนค่าลง ก็ทำให้นักท่องเที่ยวต่างชาติ สามารถตัดสินใจมาเที่ยวไทยได้มากขึ้น และเสียประโยชน์จากค่าเงินบาทอ่อนค่า จะสามารถทำให้เกิดความเหมาะสมได้อย่างไร เนื่องจากค่าเงินบาทที่อ่อนค่าลงก็เป็นตัวดันให้เงินเฟ้อปรับเพิ่มขึ้นด้วย

นายเกรียงไกร กล่าวว่า ต้นทุนเพิ่มขึ้นมาจาก 2 ปัจจัย ได้แก่ 1.สงครามรัสเซียและยูเครน ที่ดันให้ของขาดแคลน ทำให้ราคาแพงขึ้น และ 2.ค่าเงินบาทที่อ่อนค่าลง โดยอุตสาหกรรมที่นำเข้ามาเพื่อผลิตและส่งออก ยังไม่ได้มีปัญหามากนัก เพราะอัตราแลกเปลี่ยนถูกกำหนดไว้แล้ว แต่จะมีปัญหาในธุรกิจที่ผลิตเพื่อจำหน่ายในประเทศเป็นหลัก จะต้องแบกรับต้นทุนแบบเต็มที่ จึงต้องปรับราคาขาย เพื่อลดผลกระทบต้นทุน ซึ่งบางครั้งการปรับราคาสินค้าขึ้นในภาวะที่เศรษฐกิจยังฟื้นตัวไม่เต็มที่ ก็ไม่สามารถผลักภาระไปยังผู้บริโภคได้หมด ทำให้ผู้ประกอบการหรือโรงงานก็ต้องรับภาวะไว้ส่วนหนึ่ง ซึ่งก็ไม่รู้ว่าจะสามารถแบกรับภาระได้นานเท่าใด

นายเกรียงไกร กล่าวว่า ภาวะเงินเฟ้อทั้งในไทยและหลายประเทศทั่วโลก ยังอยู่ในระดับสูง เพราะได้รับผลกระทบจากสงครามรัสเซียและยูเครน โดยเฉพาะสหรัฐที่ต้องต่อสู้กับภาวะเงินเฟ้อ ผ่านการใช้นโยบายทางการเงินที่เข้มข้นขึ้น คือ การปรับขึ้นดอกเบี้ยนโยบาย ซึ่งคาดการณ์ว่าภายในสิ้นปี 2565 สหรัฐจะขึ้นดอกเบี้ยถึง 4% เพื่อชะลอการขยายตัวของเงินเฟ้อ ควบคู่กับการดำเนินมาตรการคิวที หรือการดึงเม็ดเงินออกจากระบบเศรษฐกิจในภาพรวม แต่การปรับขึ้นดอกเบี้ยครั้งล่าสุด ที่ระดับ 0.75% ยังเห็นตัวเลขเงินเฟ้อสหรัฐเดือนมิถุนายน ที่ผ่านมา อยู่ระดับ 9.1% สูงสุดในรอบ 40 ปี ซึ่งถือเป็นปัญหาใหญ่ที่ทำให้เห็นว่า ภาวะเงินเฟ้อยังทวีความรุนแรง เป็นสาเหตุที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ต้องปรับขึ้นดอกเบี้ยอย่างต่อเนื่อง

“การปรับขึ้นดอกเบี้ยของสหรัฐ ทำให้สกุลเงินดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าขึ้น แต่เงินสกุลอื่นๆ จะอ่อนค่าลง เป็นไปในทิศทางเดียวกัน ซึ่งประเทศไทยก็เช่นกัน แต่ค่าเงินบาทยังถือว่าอ่อนค่าลงเป็นอันดับท้ายๆ เทียบกับประเทศในภูมิภาคเดียวกัน โดยหากสหรัฐจะปรับดอกเบี้ยขึ้นต่อเนื่อง จะทำให้ช่องว่างระหว่างดอกเบี้ยสหรัฐและไทยขยายกว้างมากขึ้น ดันให้ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าขึ้นอีก และค่าเงินบาทก็มีโอกาสในการอ่อนค่าลงมากกว่าเดิม แตะที่ระดับ 37 บาทต่อเหรียญสหรัฐในเร็วๆ นี้ และหากช่องว่างดอกเบี้ยยังกว้างแบบนี้ ก็จะขยับลงไปแตะที่ 38 บาทต่อเหรียญสหรัฐ และอ่อนค่าลงต่อเนื่อง” นายเกรียงไกร กล่าว