‘กรมทางหลวง-กรมทางหลวงชนบท’ ชี้แจงประเด็นการจัดสรรงบประมาณกระจุกตัวที่ จ.บุรีรัมย์ และมีการเอื้อประโยชน์ผู้รับเหมาบางราย
เมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม ตามที่มีสมาชิกผู้ทรงเกียรติหลายท่านอภิปราย นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ว่ามีการจัดสรรงบประมาณไปกระจุกตัวที่ จ.บุรีรัมย์ และมีการเอื้อประโยชน์ให้กับผู้รับเหมาบางราย ซึ่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมได้ชี้แจงต่อสภาผู้แทนราษฎรไว้อย่างชัดเจนแล้วว่าเรื่องดังกล่าวไม่เป็นความจริงแต่อย่างใด ในโอกาสนี้ กรมทางหลวงและกรมทางหลวงชนบทขอชี้แจงในรายละเอียดเพิ่มเติมเพื่อให้พี่น้องประชาชนได้รับทราบข้อเท็จจริง ดังนี้
1.กระทรวงคมนาคมมีหลักการในการของบประมาณโดยคำนึงถึงความคุ้มค่า ความพร้อมในการก่อสร้าง ความสำคัญของโครงข่าย การกระจายตัวของงบประมาณ ความต้องการของจังหวัดและกลุ่มจังหวัด ความต้องการของประชาชนในพื้นที่ การแก้ไขปัญหาที่ได้รับข้อร้องเรียนและข้อเสนอแนะ การบำรุงรักษาเส้นทาง การติดตั้งอุปกรณ์เสริมความปลอดภัย การแก้ไขปัญหาจุดเสี่ยงจุดอันตราย เพื่อให้ผู้ใช้เส้นทางได้รับความสะดวก รวดเร็วและปลอดภัย
ทั้งนี้ การขอรับการจัดสรรงบประมาณเพื่อก่อสร้างโครงการขนาดใหญ่จะเป็นการพัฒนาเส้นทางต่อเนื่องเป็นโครงข่าย หรือแก้ไขปัญหาจุดตัดทางแยกขนาดใหญ่ ตามแผนพัฒนาทางหลวง ส่วนโครงการขนาดเล็กมุ่งแก้ไขปัญหาเฉพาะจุดที่มีความจำเป็นเร่งด่วน ซึ่งใช้ระยะเวลาก่อสร้างไม่เกิน 1 ปี
2.กรมทางหลวงและกรมทางหลวงชนบท มีการจัดงบประมาณกระจายอย่างทั่วถึง ไม่ได้เน้นพื้นที่ใดพื้นที่หนึ่งเป็นพิเศษ ซึ่งการเสนอขอรับจัดสรรงบลงทุนในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา จังหวัดที่ขอรับงบประมาณสูงก็ยังคงเป็นจังหวัดใหญ่ เช่น นครราชสีมา และ นครปฐม เป็นต้น โดยในช่วงปี 2563-2565 จ.บุรีรัมย์ ได้รับงบประมาณเฉลี่ย จำนวน 4,016 ล้านบาท เมื่อเปรียบเทียบกับ จ.นครราชสีมา แล้ว ได้รับการจัดสรรงบประมาณเฉลี่ย 8,211 ล้านบาท
ทั้งนี้ งบประมาณในส่วนของ จ.บุรีรัมย์ มีการจัดลำดับความสำคัญโครงการก่อสร้างและการซ่อมบำรุงรักษาถนน ครอบคลุมพื้นที่ทั้งจังหวัดที่มีโครงข่ายเชื่อมโยงกับจังหวัดอื่นๆ ซึ่ง จ.บุรีรัมย์ อาจจะถูกตัดงบประมาณน้อยกว่าจังหวัดอื่น เนื่องจากสำนักงบประมาณอาจเล็งเห็นถึงความสำคัญของ จ.บุรีรัมย์ ที่จะมีส่วนช่วยกระตุ้นการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจของประเทศ
3.การจัดซื้อจัดจ้างใน จ.บุรีรัมย์ ใช้การประกวดราคาด้วยวิธี e-Bidding ผู้ประกอบการต้องซื้อเอกสารประกวดราคา และยื่นเสนอราคาผ่านระบบ e-GP ของกรมบัญชีกลาง ซึ่งจะไม่ทราบรายชื่อผู้เสนอราคาและราคาที่ยื่นเสนอจนกว่าระบบ e-GP จะแจ้งผล ดังนั้น การจัดซื้อจัดจ้างมีความโปร่งใส และมีการแข่งขันอย่างเป็นธรรม ซึ่งเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กรมบัญชีกลางกำหนด

