ค้นหาคำ “กัญชาเสรี” พีคสุดทั่วโลก ไทยใช้สูงสุดติดอันดับ 1 ของโลก ม.หอค้าคาด 3 ปี ตลาดกัญชากัญชง แตะ 5 หมื่นล้าน
รศ.ดร.ธนวรรธน์ พลวิชัย อธิการบดีมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย และประธานที่ปรึกษาศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยผลสำรวจทัศนะของประชาชนต่อนโยบายกัญชาเสรี พบว่า ขณะนี้อัตราการขยายตัวของผู้ปลูก ผู้ค้า และผู้ใช้ ผลิตภัณฑ์จากกัญชากัญชงสูงขึ้นต่อเนื่อง โดยประเมินว่าอุตสาหกรรมกัญชากัญชง ปี 2565 มีมูลค่าตลาด 28,055 ล้านบาท แยกเป็นผลิตภัณฑ์ต้นน้ำ(ช่อดอกแห้ง ใบแห้ง เมล็ด และส่วนอื่น) 9,615 ล้านบาท ผลิตภัณฑ์กลางน้ำ(สารสกัดเข้มข้น น้ำมัน เส้นใย) 14,690 ล้านบาท ผลิตภัณฑ์ปลายน้ำ(ยากรักษาโรค/เสริมอาหาร อาหาร/เครื่้องดื่ม เครื่องสำอาง เครื่องนุ่งห่ม ของใช้ส่วนตัว) 3,750 ล้านบาท โดยจะยังขยายตัวต่อเนื่อง 3 ปี คาดว่าปี 2568 มูลค่าตลาดเพิ่มเป็น 42,851 ล้านบาท และอาจถึง 50,000 ล้านบาท
จากข้อมูลทางวิชาการ สำหรับพื้นที่ปลูก คาดว่าปี 2565 พื้นที่ปลูกพืชกัญชง ประมาณ 7,268 ไร่ จากก่อนมีนโยบายกัญชาเสรีอยู่ที่ 4,845 ไร่ พื้นที่ปลูกพืชกัญชา ประมาณ 305 ไร่ จาก 110 ไร่ โดยสร้างรายได้ต่อไร่ 8 แสนบาทถึง 1.2 ล้านบาท หรือเฉลี่ยไร่ละ 1 ล้านบาท/ปี หากเทียบกับปลูกพืชทางเศรษฐกิจอื่นๆสูงกว่าหลายชนิด เช่น ปลูกข้าวเฉลี่ยมีรายได้ 1.0-1.5 หมื่นบาทต่อไร่ต่อปี
“ยังไม่อาจประเมินได้ว่าจะมีการแห่ปลูกกัญชงกัญชามากขึ้นแค่ใดหรือจุดอิ่มตัวเมื่อไหร่ เพราะต้องติดตามเรื่้องความต้องการใช้แท้จริง และคุณภาพของสารที่ผลิตได้ ซึ่งในขณะนี้ส่วนใหญ่ความนิยมของตลาดผู้ผลิตและผู้ค้าผลิตภัณฑ์ยังเป็นการปลูกระบบปิด ที่มีการควบคุมอุณหภูมิ และใช้พันธุ์ยุโรปและสหรัฐฯ เป็นหลัก ซึ่งยังเป็นประเด็นใหม่ที่ยังต้องติดตาม ทั้งเชิงบวกและเชิงลบ ที่อาจเกิดขึ้น” รศ.ดร.ธนวรรธน์ กล่าว
รศ.ดร.ธนวรรธน์ กล่าวต่อว่า จากการสำรวจกระแสคำค้นหาเกี่ยวกับกัญชาในโซเชียล เมื่อเทียบในช่วง 1 พฤษภาคม -4 กรกฎาคม 2565 จากจำนวน 169,003 ข้อความ ซึ่ง 73% เป็นชาย และช่วงอายุ 18-24 ปีมากสุด พบว่า แนวโน้มค้นหาทั่วโลกมีแนวโน้มสม่ำเสมอในช่วง 80% มาโดยตลอด จนกระทั่้งก่อนวันปลดล็อก (8 มิถุนายน) ปริมาณการค้นหาเกี่ยวกับกัญชาในประเทศไทย พุ่งติดอันดับ 1 ของโลกและติดอันดับ 1 จากเดิมอันดับ 15 ของโลก ไปถึงวันที่ 27 มิถุนายน 2565 และสูงสุดในวันที่ 11 มิถุนายน 2565 หลังไทยประกาศปลดล็อกกัญชา ซึ่งเป็นการค้นหาทั้งผู้ซื้อและผู้ใช้ โดยความสนใจกับข้อความเชิงบวกมากจะเป็นเรื่องของการรักษาโรค ประโยชน์ทสงการแพทย์ และ โอกาสทางธุรกิจ ส่วนข้อความเชิงลบ จะเป็นเรื่องอาการเมากัญชาโทษของกัญชา และไม่มีการควบคุมกัญชา
สำหรับผลสำรวจทัศนะของประชาชนต่อนโยบายกัญชาเสรี สำรวจทั่วประเทศ 1,215 ราย วันที่ 5 – 15 กรกฎาคม 2565 พบว่า 78.2% ระบุว่าไม่เคยใช้เลย และ 41.7% เห็นด้วยกับการเปิดเสรี แต่ใช้เฉพาะทางการแพทย์ และใช้เฉพาะสันทนาการ โดยส่วนใหญ่เห็นด้วยว่าการใช้กัญชาควรอยู่ในความดูแลของผู้ที่มีความรู้เชี่ยวชาญ ตามด้วย ควรมีบทลงโทษอย่างรุนแรงกับการใช้ผิดกฎ และกำหนดขอบเขตการใช้ให้ชัดเจน และใช้เพื่อบรรเทาหรือบำบัดโรค ทั้งนี้ กลุ่มสำรวจได้มีข้อเสนอ ดังนี้ ควรใหค้วามรู้/สร้างความตระหนักรู้ถึงผลดีและผลเสีย ทั้งในระยะสั้นและ ระยะยาว ให้รับรู้โดยทั่วกันผ่านช่องทางการสื่อสารต่างๆ ตามกลุ่มเป้าหมาย ควรกหนดปรมิาณการบริโภค/การใช้ที่ชัดเจน ควรมีการกำหนดกลุ่มอายุในการใช้ ควรกำหนดสถานที่ในการใช้ ควรมีมาตรฐานหรือข้อกำหนดในการผลิต ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของ กัญชา พร้อมบทลงโทษที่พอที่จะไม่ใช้ เกินปริมาณที่กำหนด ควรเร่งพัฒนานวัตกรรมที่ใช้ในการตรวจสอบว่ามีส่วนที่ไม่ดีของกัญชาเกินกว่ามาตรฐานหรือไม่

