ฝ่ายวิเคราะห์ ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย รายงานว่า ธนาคารกลางยุโรป (ECB) มีมติขึ้นดอกเบี้ย 0.50% ถือว่าเป็นการขึ้นดอกเบี้ยครั้งแรกในรอบ 11 ปี และมากกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ ว่าทาง ECB จะขึ้นดอกเบี้ยเพียง 0.25% ทั้งนี้ ในแถลงการณ์ของ ECB ระบุว่าแรงกดดันด้านเงินเฟ้อที่สูงขึ้นในประเทศของกลุ่มยูโรโซน ทำให้คณะกรรมตัดสินใจต้องเร่งขึ้นดอกเบี้ยมากกว่าที่เคยประเมินไว้ หลังจากอัตราเงินเฟ้อของภูมิภาคยูโรโซนพุ่งสูงถึง 8.6% ในเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา และเป็นระดับสูงที่สุดนับตั้งแต่มีการเริ่มบันทึกข้อมูลในปี 2544 นอกจากนี้ทาง ECB ได้แสดงความกังวลต่อเรื่องเงินยูโรที่อ่อนค่า ซึ่งเป็นอีกปัจจัยที่เพิ่มแรงกดดันด้านเงินเฟ้อ
นอกจากนี้ ทาง ECB ยังได้ประกาศเครื่องมือ TPI (Transmission Protection Instrument) เพื่อช่วยประเทศยูโรโซนที่มีปัญหาหนี้จำนวนมาก โดยเครื่องมือ TPI นั้น จะทำให้ทาง ECB สามารถเข้าซื้อพันธบัตรรัฐบาลของกลุ่มประเทศยูโรโซนได้ ถ้าหากพบความผิดปกติในตลาดพันธบัตร ซึ่งจากมาตรการนี้ เป็นการบ่งชี้ว่าทาง ECB ต้องการควบคุมไม่ให้ bond yield ปรับตัวสูงมากเกินไปนัก ทั้งนี้ ประธาน ECB กล่าวในที่ประชุมว่า ทาง ECB มีความตั้งใจที่จะควบคุมเงินเฟ้อให้กลับเข้าสู่กรอบเป้าหมายที่ 2% ให้ได้ ซึ่งเป็นการตอกย้ำว่า ECB กำลังจะมีการขึ้นดอกเบี้ยที่ต่อเนื่องหลังจากนี้
ทั้งนี้ จากการที่ ECB ขึ้นดอกเบี้ยมากกว่าคาด และแถลงการณ์ชี้ว่าทาง ECB มีความจริงจังที่จะควบคุมเงินเฟ้อ ฝ่ายวิเคราะห์ ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย คาดว่า ECB น่าจะขึ้นดอกเบี้ยอีก 0.50% ในการประชุมครั้งถัดไป ประมาณเดือนกันยายนนี้ ทำให้เงินยูโรน่าจะกลับมาแข็งค่าขึ้นในระยะสั้น โดยมองว่าเป้าหมายอยู่ที่ 1.04 ยูโรต่อดอลลาร์ ถ้าหากเงินยูโรมีการอ่อนค่าลงจากปัจจัยอื่น มองว่าน่าจะจำกัดอยู่ที่ระดับ parity (1.00 ยูโร/ดอลลาร์)

