‘คาราบาว’ ผนึก ‘กสิกรไทย’ ตั้ง ‘ร้านถูกดี’ รุกค้าปลีกชุมชน ตั้งเป้าปี 65 ปั้นรายได้ 2 หมื่นลบ.

22.07.22 | 18:06 น.

‘คาราบาว’ ผนึก ‘กสิกรไทย’ ตั้ง ‘ร้านถูกดี’ รุกค้าปลีกชุมชน ตั้งเป้าปี 65 ปั้นรายได้ 2 หมื่นลบ.

เมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม นายเสถียร เศรษฐสิทธิ์ ประธานกรรมการ บริษัท ทีดี ตะวันแดง จำกัด เปิดเผยว่า บริษัทในกลุ่มธุรกิจคาราบาว ได้ร่วมมือกับธนาคารกสิกรไทย ในการพัฒนาร้านสะดวกซื้อชุมชน ให้เป็นร้านถูกดี มีมาตรฐาน ภายใต้แนวคิดกินแบ่ง ไม่กินรวบ เพื่อเพิ่มความแข็งแกร่งให้กับธุรกิจชุมชน และสร้างกำลังซื้อมากขึ้น ขณะนี้มีร้านถูกดีเปิดให้บริการกระจายทั่วประเทศแล้วกว่า 5,000 ร้าน

ตั้งเป้าหมายภายในสิ้นปี 2565 จะมีร้านถูกดีเพิ่มเป็น 10,000 ร้าน โดยมีจุดมุ่งหมายในการผลักดันให้ร้านค้าชุมชน เป็นค้าปลีกที่มีความสมัยใหม่มากขึ้น ซึ่งนับตั้งแต่เดือนมกราคม ถึงปัจจุบัน ร้านค้าถูกดีทั้งหมดมีรายได้ประมาณ 10,000 ล้านบาท คาดว่าในปี 2565 จะมีรายได้แตะ 20,000 ล้านบาท และปี 2566 รายได้เพิ่มขึ้นประมาณ 60,000-70,000 ล้านบาท จากการประเมินรายได้ของร้านค้า อยู่ประมาณ 5 ล้านบาทต่อร้าน ซึ่งส่วนนี้บริษัทแบ่งปันสัดส่วนรายได้จากกำไรของร้านค้าที่ 15% ส่วน 85% เป็นของร้านค้า

นายเสถียร กล่าวว่า บริษัทวางยุทธศาสตร์ในการพัฒนาร้านถูกดี มีมาตรฐาน ที่ไม่ได้มองเพียงการเข้ามาพัฒนาและปรับร้านโชห่วยให้มีความทันสมัยเท่านั้น แต่วางเป้าหมายให้ร้านถูกดี เป็นเสมือนแพลตฟอร์ม และโครงข่าย ที่เชื่อมโยงกันเพื่อตอบสนองความต้องการของคนในชุมชนทั่วประเทศ เชื่อมต่อผู้ผลิต และผู้ให้บริการต่างๆ ที่คนในชุมชนเคยเข้าถึงได้ยาก อาทิ บริการทางการเงิน, เป็นจุดรับส่งสินค้าในชุมชน, บริการสินค้าทางการเกษตร โดยเฉพาะในชุมชนหรือหมู่บ้านที่ห่างไกล สิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ยังเข้าไม่ถึง โดยตั้งเป้าให้ร้านถูกดี มีมาตรฐาน เป็นโซลูชั่นที่จะเข้าไปตอบโจทย์และเพิ่มความสะดวกให้คนในชุมชน ทำให้การใช้ชีวิตของผู้บริโภคทั่วประเทศง่ายขึ้น ซึ่งความร่วมมือกับธนาคารกสิกรไทยในครั้งนี้ เป็นหนึ่งในกลยุทธ์สำคัญที่จะทำให้บริษัทบรรลุเป้าหมายดังกล่าว เนื่องจากมีแผนในการให้บริการสินเชื่อรายย่อยแก่ร้านค้าถูกดี ลูกค้าของร้าน และพันธมิตรของร้าน เริ่มต้นในหลัก 1,000 บาทต่อคน จำนวน 50 คนต่อร้าน ก่อนจะขยายต่อไป ซึ่งจะสามารถปล่อยสินเชื่อได้ในอีก 1 เดือนข้างหน้านี้

“บริษัทเข้าไปช่วยในเรื่องเทคโนโลยีการบริหารจัดการร้านถูกดี ผ่านโมเดลร้านค้าชุมชน โดยชุมชน เพื่อชุมชน พัฒนาเป็นร้านสะดวกซื้อชุมชนสมัยใหม่ ที่สนิทใจลูกค้า เพื่อเสริมสร้างคุณภาพชีวิตของคนในชุมชน และมุ่งแบ่งปันผลประโยชน์ให้กับทุกฝ่าย แม้ตอนนี้เศรษฐกิจในภาพรวมยังถือว่าไม่ดี เพราะกำลังซื้อของคนส่วนใหญ่ตกลงจากเดิม แต่จากรูปแบบธุรกิจของบริษัท ที่มีสินค้าให้เลือกจำนวนกว่าหมื่นชนิด และมีร้านสาขาที่ตั้งอยู่ใกล้ชุมชน ทำให้ยอดขายสามารถเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง โดยการเปิดร้านถูกดีได้กว่า 5,000 สาขา ถือว่าทำตามฝันได้เกิน 50% แล้ว ส่วนอีก 50% คือ ต้องเปิดร้านถูกดีให้ได้ตามเป้าที่ 10,000 ร้านค้าในปีนี้ เพื่อให้เกิดจุมคุ้มทุนของบริษัท” นายเสถียร กล่าว

Advertisement

ด้านนายพัชร สมะลาภา กรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย กล่าวว่า บริษัทเตรียมร่วมลงทุนกว่า 15,000 ล้านบาท ผนึกกำลังกับบริษัทในกลุ่มธุรกิจคาราบาว พัฒนาร้านสะดวกซื้อชุมชนถูกดี มีมาตรฐาน เพื่อเป็นศูนย์กลางการขับเคลื่อนเศรษฐกิจชุมชนทั่วไทย เปิดโอกาสให้คนในชุมชนที่สนใจเปิดร้านมีโอกาสเป็นเจ้าของ และทำให้คนในชุมชนได้ใช้บริการการเงินและสินเชื่อครบวงจร และการลงทุนของธนาคารจะครอบคลุมการร่วมลงทุนผ่านตราสารการลงทุนที่ให้สิทธิลงทุนในหุ้นของบริษัท ทีดี ตะวันแดง จำกัด และเตรียมลงนามในสัญญาร่วมทุนจัดตั้งบริษัทร่วมทุน ได้แก่ บริษัท กสิกร คาราบาว จำกัด (KBAO) เพื่อให้บริการสินชื่อเต็มรูปแบบ ตั้งเป้าร้านถูกดี เป็นผู้นำธุรกิจร้านสะดวกซื้อชุมชนในประเทศไทยที่ให้บริการการเงินและสินเชื่อครบวงจร มีจำนวนร้าน 30,000 ร้าน ภายในปี 2567

นายพัชร กล่าวว่า การพัฒนาร้านถูกดี ที่ธนาคารมีแผนดำเนินการร่วมกับบริษัทในกลุ่มธุรกิจคาราบาว ประกอบด้วย 3 ด้าน ได้แก่ 1.ส่งเสริมศักยภาพของร้านถูกดี ให้เป็นร้านสะดวกซื้อชุมชนที่เป็นรากฐานเศรษฐกิจที่สำคัญของประเทศ โดยใช้เทคโนโลยีการบริหารจัดการร้านและระบบการชำระเงินต่างๆ 2.เป็นแหล่งเงินทุนสำหรับการใช้จ่ายในชีวิตประจำวันและค้าขายต่างๆ และ 3.เป็นจุดให้บริการธุรกรรมการเงินที่ใช้ในชีวิตประจำวันกับคนในชุมชน อาทิ บริการถอนเงิน จ่ายบิล โดยความร่วมมือนี้ จะทำให้ธนาคารมีจุดบริการเคแบงก์ เซอร์วิส (KBank Service) เพิ่มขึ้นอีก 30,000 จุด จากเดิมมีจำนวนกว่า 27,000 จุด เพิ่มช่องทางการให้บริการได้ลึกถึงแหล่งชุมชนและครอบคลุมทั่วประเทศ