‘วันชัย พนมชัย’อธิบดีกรมโรงงานฯ เช็กอัพลงทุนไทย!! กระตุ้นตั้ง รง.-เติมทุน SME-บู๊แตกแถว

25.07.22 | 09:17 น.

‘วันชัย พนมชัย’อธิบดีกรมโรงงานฯ เช็กอัพลงทุนไทย!! กระตุ้นตั้ง รง.-เติมทุน SME-บู๊แตกแถว

“การตัดสินใจลงทุนในเวลานี้คือการสร้างโอกาสจากวิกฤตเศรษฐกิจที่เป็นอยู่”

ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจไทยที่กำลังเผชิญศึกรอบด้าน ทั้งโควิด-19 ที่ยังไม่จบสิ้น ทำให้การท่องเที่ยวอาจไม่ฟื้นตัวเต็มที่ กอปรกับพิษสงครามระหว่างรัสเซีย-ยูเครนที่ยืดเยื้อ ส่งผลต่อราคาพลังงานวัตถุดิบต่างๆ สูงขึ้น กลายเป็นปัญหาเงินเฟ้อที่เริ่มรุนแรง นอกจากนี้ ยังเผชิญเงินบาทอ่อนค่าแม้ทำให้กลุ่มส่งออกยิ้มร่า แต่ส่งผลลบต่อการนำเข้าโดยเฉพาะยุควิกฤตพลังงานยิ่งซ้ำเติมราคาขายปลีกน้ำมันให้พุ่งกระฉูด

ขณะนี้การลงทุนจึงเป็นอีกทางเลือกสู้ศึกเศรษฐกิจ ล่าสุดภาพบรรยากาศการลงทุนไทยในฝั่งยอดขอส่งเสริมการลงทุนแม้ตัวเลขคำขอช่วงครึ่งปีนี้ (มกราคม-มิถุนายน 2565) สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) ยังไม่รายงานแต่ได้รับการยืนยันว่าจำนวนโครงการเพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน ส่วนมูลค่าลดลงเพราะปีที่แล้วมี 2 โครงการใหญ่มูลค่ากว่า 1 แสนล้านบาท

⦁ลงทุนไทยสบช่องผลิตส่งออกแรง
ขณะที่บรรยากาศการลงทุนจริง ผ่านการตั้งโรงงานใหม่ ขยายการลงทุนที่มีอยู่เดิม เป็นอย่างไร วันชัย พนมชัย อธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม (กรอ.) ระบุว่า การตัดสินใจลงทุนในเวลานี้คือการสร้างโอกาสจากวิกฤตเศรษฐกิจที่เป็นอยู่ ทั้งโควิดและสงครามที่ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจทั่วโลก วิกฤตต้นทุนพลังงานต่อเนื่องไปยังเงินเฟ้อ ได้ทำให้ต้นทุนการผลิตสูงขึ้น น่าจะเป็นอีกเหตุผลให้ผู้ประกอบการลงทุนน้อยลง

Advertisement

อธิบดีวันชัยเชื่อว่าการลงทุนไทยยังมีโอกาส แม้ช่วง 9 เดือนของปีงบประมาณ 2565 ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2564 ถึง 30 มิถุนายน 2565 ยอดตั้งใหม่อยู่ที่ 1,680 โครงการ ลดลง12% มูลค่า 1.21 แสนล้านบาท ลดลง 46% จ้างงาน 5.1 หมื่นคน ลดลง 12.35% แต่พบว่ายอดขยายเพิ่มขึ้นอยู่ที่234 โครงการ เพิ่ม 7.38 โครงการ แต่มูลค่าลดลงเหลือ 6.1 หมื่นล้านบาท ลดลง 11.98% ที่น่าสนใจคือการจ้างงานสูงขึ้นอยู่ที่ 4.5 หมื่นคน เพิ่มขึ้น 26.34% โดยยอดตั้งโรงงานใหม่สูงสุดอยู่ในกลุ่มชิ้นส่วนยานยนต์ รองลงมาคือ อาหาร ผลิตไฟฟ้าและอุปกรณ์ ขณะที่ยอดขยายสูงสุดคืออาหาร สิ่งทอ ผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้าและอุปกรณ์

จากข้อมูลจะพบว่า นักลงทุนชิ้นส่วนยานยนต์ให้ความสนใจเข้ามาลงทุนตั้งโรงงานในไทยเพราะเล็งเห็นศักยภาพอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยที่รถยนต์เครื่องยนต์สันดาปภายในที่เป็นศูนย์กลางของภูมิภาคตลอดจนเป้าหมายการมุ่งสู่ยานยนต์ไฟฟ้า ล่าสุดผลจากนโยบายสนับสนุนยานยนต์ไฟฟ้าของไทยก็มั่นใจว่าจะเกิดการลงทุนของค่ายรถยนต์ไฟฟ้าตั้งแต่ปี 2567-2568 เพราะเป็นไปตามเกณฑ์การร่วมแพคเกจอีวีที่ให้ค่ายรถนำเข้าอีวีช่วง 2 ปีแรก คือ 2565-2566 และต้องตั้งโรงงานในไทยช่วง 2 ปีต่อไป

⦁อุตอาหารแรงป้อนความต้องการโลก
ส่วนกลุ่มที่ขยายลงทุนพบว่าอาหารมาเป็นอันดับหนึ่ง เพราะสถานการณ์ปัจจุบันที่เกิดสงครามระหว่างรัสเซียและยูเครน ได้ส่งผลต่อความมั่นคงทางอาหารของหลายประเทศทั่วโลก ขณะที่ไทยมีจุดแข็งด้านนี้ การใช้โอกาสนี้เร่งส่งออกจึงเป็นกลยุทธ์ที่ผู้ประกอบการดำเนินการ ขณะเดียวกันผลจากการเปิดประเทศทั่วโลกก็ทำให้ความต้องการอาหารเพิ่มขึ้นด้วย เป็นโอกาสสำคัญของไทย

“ยอดตั้งและขยายโรงงานปีนี้มูลค่าคงไม่กลับไปสูงเหมือนช่วงก่อนโควิด ซึ่งอยู่ระดับ 4 แสนล้านบาท เพราะปัจจัยลบยังมีอยู่ แต่ก็พบว่านักลงทุนที่ตั้งโรงงานอยู่แล้วตัดสินใจขยายโรงงานเพิ่มขึ้น แสดงให้เห็นถึงความเชื่อมั่นต่อประเทศไทย” อธิบดีวันชัยกล่าว

ขณะเดียวกันเวลานี้ต้องมองการลงทุนตั้งโรงงานในไทยที่ยกระดับขึ้น เพื่อพัฒนาประเทศ เพิ่มรายได้ประชากร รัฐบาลไทยมีนโยบายมุ่งสู่อุตสาหกรรมเป้าหมาย ใช้เทคโนโลยีสูง มีการกำหนดพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก หรืออีอีซี ขณะเดียวกันเวลานี้เงินบาทไทยกำลังอ่อนค่าอย่างมาก เป็นบวกกับกลุ่มอุตสาหกรรมส่งออกที่ใช้วัตถุดิบในประเทศเป็นหลักนำเข้าน้อย อาทิ อาหาร ดังนั้น กรมโรงงานฯจะเข้าไปสนับสนุนให้ขยายตัวมากขึ้น

ทั้งนี้ จากวิกฤตต่างๆ ที่กระทบต่อการประกอบกิจการโรงงาน สิ่งที่รัฐและผู้ประกอบการต้องเร่งดำเนินการ คือ 1.ปรับเปลี่ยนเทคโนโลยีการผลิต ลดใช้วัตถุดิบ ลดของเสียให้เหลือน้อยที่สุด 2.รัฐควรช่วยเหลือ สนับสนุนให้เป็นที่ยอมรับของสากล แข่งขันตลาดโลก อาทิ ความร่วมมือไทยกับประเทศสำคัญต่างๆ 3.ผู้ประกอบการควรบริหารความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนที่เหมาะสม 4.ผู้ประกอบการควรหาแหล่งทดแทนนำเข้าพลังงานและวัตถุดิบอื่นที่เป็นทางเลือก เพื่อทดแทนการนำเข้าวัตถุดิบ หรือพลังงานหลัก อาทิ ใช้พลังงานชีวมวล 5.รัฐควรพัฒนาเอสเอ็มอีไทยให้ปรับตัวสู่ธุรกิจสีเขียว เพื่อสอดรับเทรนด์โลก เพิ่มประสิทธิภาพการแข่งขันในอนาคต จะช่วยให้เอสเอ็มอีฝ่าวิกฤตเศรษฐกิจและพลังงานที่เป็นอยู่

⦁ดึงโรงงานดูแลชุมชนสร้างเมืองสีเขียว
อธิบดีวันชัยระบุด้วยว่า ตลอดเวลาที่เข้ารับตำแหน่งอธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2564 ถึงปัจจุบัน รวมเวลากว่า 9 เดือน นอกจากนี้ งานส่งเสริม อำนวยความสะดวกนักลงทุนในการตั้งโรงงาน อีกภารกิจที่ให้ความสำคัญมากเช่นกัน คือ การดูแลชุมชมและสิ่งแวดล้อมรอบโรงงาน โรงงานต้องไม่สร้างความเดือดร้อน โดยกรมได้บังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด ล่าสุดสถิติการร้องเรียนสะสมต่อโรงงานอุตสาหกรรม ช่วง 3 ปี (2563-2565) พบว่า ลดลงต่อเนื่อง โดยปี 2563 อยู่ที่ 565 เรื่อง ปี 2564 อยู่ที่ 343 เรื่อง และปี 2565 ช่วง 9 เดือนอยู่ที่ 286 เรื่อง คาดว่าทั้งปีจะลดลงจากปีที่ผ่านมาแน่นอน

โดยปัญหาที่ร้องเรียนมีทั้ง กลุ่มเหม็น/ไอสารเคมีร้องเรียนมากที่สุด รองลงมาคือ เสียงดัง/แรงสั่นสะเทือน ฝุ่นละออง/เขม่าควัน น้ำเสีย กากอุตสาหกรรม/วัตถุอันตราย ความปลอดภัยการทำงาน/สุขภาพ ประกอบกิจการในเวลากลางคืน ประกอบกิจการโดยไม่ได้รับอนุญาต ร้องเรียนเหมืองแร่ และอื่นๆ จากปัญหาต่างๆ กรอ.จึงคิดค้นเครื่องมือในการตรวจสอบข้อเท็จจริง พร้อมแนวทางแก้ไข อาทิ ปัญหากลิ่นเหม็นและไอสารเคมี ได้นำเทคโนโลยี E-nose (Electronic Nose) มาใช้ขณะที่ปัญหาฝุ่นละอองและเขม่าควัน กรอ.ออกกฎหมายใหม่เพื่อยกระดับเฝ้าระวังการ ควบคุมมลพิษอากาศจากปล่องโรงงาน เพื่อลดปัญหาเรื่องร้องเรียน

นอกจากนี้ กรอ.อยู่ระหว่างศึกษาสัดส่วน PM2.5 ที่ระบายออกจากปล่อง และแนวทางการออกกฎหมาย รวมทั้งใช้ CSR-DIW หรือโครงการส่งเสริมสถานประกอบการรวมพลังสร้างความรับผิดชอบต่อสังคมเป็นสุขอย่างยั่งยืน เป็นเครื่องมือที่ช่วยลดเรื่องร้องเรียน พร้อมนำระบบคิวอาร์ โค้ด มาเป็นช่องทางในการสื่อสาร ระหว่างโรงงานและประชาชน รวมถึงยังเป็นช่องทางในการร้องเรียนอีกด้วย

⦁เดินหน้าปรับปรุง กม.ปราบโรงงานเกเร
อธิบดีวันชัยระบุอีกว่า ขณะเดียวกันกรมโรงงานฯยังเดินหน้าปรับปรุงกฎหมายอย่างเข้มข้น เพื่อให้กฎหมายมีความทันสมัย และเกิดการใช้บังคับใช้อย่างเต็มศักยภาพ ซึ่งในช่วงครึ่งปีงบประมาณสามารถจัดทำและมีผลบังคับใช้แล้วถึง 7 ฉบับ อาทิ กฎกระทรวงว่าด้วยการรายงานผลการปฏิบัติการตามกฎหมาย พ.ศ.2564 กฎกระทรวงยกเว้นค่าธรรมเนียมเกี่ยวกับการจดทะเบียนเครื่องจักร พ.ศ.2565 ประกาศอุตสาหกรรม เรื่อง มาตรการควบคุมความปลอดภัยเกี่ยวกับการจัดการสารเคมีในโรงงานอุตสาหกรรม พ.ศ.2565

ส่วนกฎหมายที่อยู่ระหว่างดำเนินการ มี 4 ฉบับสำคัญ อาทิ ร่างพระราชบัญญัติโรงงาน (ฉบับที่…) จะเพิ่มโทษลักลอบทิ้งกาก สั่งการให้แก้ไขหลังปิดโรงงาน ตั้งกองทุนดูชุมชนรอบโรงงาน ร่างประกาศกรมโรงงานอุตสาหกรรม เรื่อง กำหนดท้องที่การรายงานการปลดปล่อยและเคลื่อนย้ายสารเคมี

⦁เติมเงินทุนเอสเอ็มอีฝ่าวิกฤตศก.
ไม่เพียงการสนับสนุนและกำกับโรงงานอุตสาหกรรมทั่วไปหากเจาะจงเฉพาะโรงงานอุตสาหกรรมขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) ซึ่งเป็นโรงงานส่วนใหญ่ของประเทศ ก็พบว่าบทบาทกรมโรงงานฯในการช่วยเหลือเอสเอ็มอีโดดเด่นเช่นกัน เรื่องนี้ อธิบดีวันชัยระบุว่า เมื่อเร็วๆ นี้ กรมโรงงานฯได้เปิดตัว “โครงการแปลงเครื่องจักรเป็นทุนเพื่อส่งเสริมผู้ประกอบการให้เข้าถึงแหล่งเงินทุน” ระหว่างกรมโรงงานฯ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ธนาคารกรุงไทยและธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (เอสเอ็มอี ดี แบงก์) เพื่อสนับสนุนให้ผู้ประกอบการโรงงานนำเครื่องจักรที่อยู่ในโรงงานมาใช้เป็นหลักประกันสินเชื่อกับทางสถาบันการเงินได้ และนำเงินทุนที่ได้มาทำการปรับปรุงการประกอบการให้มีศักยภาพเพิ่มขึ้น ทั้งด้านประสิทธิภาพการผลิต ลดมลพิษด้านสิ่งแวดล้อม ตามนโยบายโมเดลเศรษฐกิจแบบใหม่ (บีซีจี) ของรัฐบาล

“ล่าสุด ช่วง 9 เดือนของปีงบประมาณสามารถเติมทุนให้เอสเอ็มอีจำนวนมาก โดยมียอดการจดทะเบียนกรรมสิทธิ์เครื่องจักร 771 ราย 3,417 เครื่อง วงเงินจดจำนอง2.04 แสนล้านบาท ตัวเลขเทียบกับปีงบประมาณ 2564 ยอดจดทะเบียนกรรมสิทธิ์เครื่องจักร 992 ราย 6,197 เครื่องจดจำนองรวม 1.7 แสนล้านบาท ผมเชื่อว่าหลังจากลงนามเอ็มโอยูจะทำให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีเข้าถึงแหล่งทุนได้สะดวกรวดเร็วยิ่งขึ้นอีก” อธิบดีวันชัยทิ้งท้าย