บริษัท สยามพิวรรธน์ จำกัด แจ้งว่า บริษัทฯได้กำหนดอัตราดอกเบี้ย Perpetual Bond ที่เสนอขายแก่ผู้ลงทุนสถาบันและ/หรือผู้ลงทุนรายใหญ่ ในช่วง 5 ปีแรกที่ 5.50% ต่อปี จ่ายดอกเบี้ยทุกๆ 3 เดือนตลอดอายุหุ้นกู้ โดยเปิดให้จองซื้อขั้นต่ำ 1 ล้านบาท และทวีคูณของ 1 ล้านบาท ระหว่างวันที่ 4-5 และ 8-9 สิงหาคมนี้ ผ่านผู้จัดการการจัดจำหน่ายหุ้นกู้ ได้แก่ ธนาคารไทยพาณิชย์ บริษัทหลักทรัพย์ ธนชาต จำกัด บริษัทหลักทรัพย์ เคจีไอ (ประเทศไทย) บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด และบริษัทหลักทรัพย์ ไอ วี โกลบอล จำกัด (มหาชน)
สำหรับ Perpetual Bond เป็นหุ้นกู้ด้อยสิทธิที่มีลักษณะคล้ายทุน ไถ่ถอนเมื่อเลิกบริษัท หรือหุ้นกู้ชั่วนิรันดร์ ซึ่งผู้ออกหุ้นกู้มีสิทธิไถ่ถอนหุ้นกู้ก่อนกำหนด และมีสิทธิเลื่อนชำระดอกเบี้ยโดยไม่มีเงื่อนไขใด ๆ ให้กับผู้ลงทุนสถาบันและผู้ลงทุนรายใหญ่ ทั้งนี้ สยามพิวรรธน์ ได้รับการจัดอันดับเครดิตองค์กรที่ “A-” แนวโน้มอันดับเครดิต “คงที่” (Stable) ขณะที่หุ้นกู้ด้อยสิทธิที่มีลักษณะคล้ายทุนนี้ ได้รับการจัดอันดับเครดิตที่ “BBB” แนวโน้มอันดับเครดิต “คงที่” (Stable) จากบริษัท ทริสเรทติ้ง จำกัด เมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2565
ในส่วนฐานะทางการเงินของสยามพิวรรธน์ บริษัทมีสภาพคล่องแข็งแกร่ง และเน้นหนักการรักษาวินัยทางการเงิน โดยมีระดับอัตราส่วนหนี้สินที่มีดอกเบี้ยต่อส่วนของผู้ถือหุ้นให้อยู่ในระดับเพียง 0.99 เท่า ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2564 (ตามงบการเงินตรวจสอบแล้วของกิจการ) บริษัทฯ มีความสามารถในการทำกำไรและรักษาสภาพคล่องได้เป็นอย่างดีในช่วงวิกฤติ ซึ่งแสดงถึงประสิทธิภาพในการบริหารอัตราการเช่าพื้นที่ได้ในระดับสูง การควบคุมต้นทุนอย่างเหมาะสม และการปรับตัวทางธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยวัตถุประสงค์ในการระดมทุนครั้งนี้ สยามพิวรรธน์มีแผนจะใช้ชำระค่าสิทธิการเช่าที่ดิน และใช้ปรับปรุงศูนย์การค้าทั้งหมด เพื่อเสริมความแข็งแกร่งให้ธุรกิจหลักตอบสนองต่อการใช้ชีวิตวิถีใหม่สู่อนาคต รวมทั้งขยายธุรกิจสู่ New Economy ในหลายประเภท ตลอดจนการสร้างดิจิทัลแพลตฟอร์มเชื่อมธุรกิจหลักเข้ากับธุรกิจใหม่ ๆ ร่วมกับพันธมิตรใน Ecosystem นอกจากนี้ ด้วยความเชี่ยวชาญและประสบการณ์ของสยามพิวรรธน์ในการบริหารธุรกิจศูนย์การค้า อาคารสำนักงาน และอาคารที่อยู่อาศัย จึงมีแผนจะขยายธุรกิจด้านการบริหารอสังหาริมทรัพย์เพิ่มเติมในอีก 1-3 ปีข้างหน้าอีกด้วย
ทั้งนี้ หุ้นกู้ชั่วนิรันดร์ มีลักษณะอย่างหนึ่งที่คล้ายหุ้นบุริมสิทธิคือ เลื่อนจ่ายดอกเบี้ยได้ ดังนั้นผู้ลงทุนพิจารณาลงทุนในบริษัทที่มีความมั่นคง และความแข็งแกร่งทั้งผู้ถือหุ้น ฐานะการเงิน และความสามารถของทีมผู้บริหารของบริษัท เมื่อใดที่ผู้ลงทุนต้องการขายหุ้นกู้ดังกล่าว สามารถติดต่อธนาคาร และบริษัทหลักทรัพย์ได้ทุกแห่ง โดยราคาขายอาจจะทำให้ผู้ลงทุนกำไรหรือขาดทุน ทั้งนี้ ผู้ลงทุนสามารถอ้างอิงราคาตลาด (Mark to Market) จาก Website ของสมาคมตลาดตราสารหนี้ และควรแจ้งความจำนงในการขายล่วงหน้า เนื่องจากหุ้นกู้ทุกตัวจะต้องใช้ระยะเวลาในการขาย
ทั้งนี้ ผู้ลงทุนที่สนใจรายละเอียดหุ้นกู้ของสยามพิวรรธน์ สามารถศึกษารายละเอียดได้จากแบบแสดงรายการข้อมูลและร่างหนังสือชี้ชวนได้ ที่ https://market.sec.or.th/public/idisc/th/Product/Filing
/PL-0000007288/XX-XX-X-00000000-00000000-X

