เงินบาทยังผันผวนในฝั่งอ่อนค่า จับตาจีนล็อกดาวน์ประเทศ-สินทรัพย์ฝั่งเอเชียเผชิญแรงเทขาย
นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทเปิดเช้านี้ ที่ระดับ 36.66 บาทต่อเหรียญสหรัฐ อ่อนค่าลงจากระดับปิดวันก่อนหน้า ที่ระดับ 36.61 บาทต่อเหรียญสหรัฐ โดยมองกรอบเงินบาทวันนี้ คาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 36.60-36.80 บาทต่อเหรียญสหรัฐ
สำหรับ ตลาดค่าเงิน เงินเหรียญสหรัฐอ่อนค่าลงเล็กน้อยเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก โดยดัชนีเงินเหรียญสหรัฐ (DXY Index) ปรับตัวลดลงสู่ระดับ 106.4 จุด ตามการลดสถานะถือครองเงินเหรียญสหรัฐของผู้เล่นบางส่วน หลังตลาดคาดว่าธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) อาจไม่ขึ้นดอกเบี้ยรุนแรงอย่างที่กังวล แม้ว่าเงินเหรียญสหรัฐอ่อนค่าลง แต่การรีบาวด์ขึ้นมาของบอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐ และแรงขายทำกำไรราคาทองคำก่อนรับรู้ผลการประชุมเฟดได้กดดันให้ราคาทองคำพลิกกลับมาย่อตัวลงสู่ระดับ 1,717 ดอลลาร์ต่อออนซ์ อีกครั้ง
อนึ่ง การปรับตัวลดลงของราคาทองคำอาจหนุนให้ผู้เล่นบางส่วนทยอยเข้ามาซื้อทองคำในจังหวะย่อตัว ซึ่งธุรกรรมดังกล่าวอาจเป็นปัจจัยกดดันเงินบาทในฝั่งอ่อนค่าได้
แนวโน้มค่าเงินบาทจากการอ่อนค่าลงของเงินเหรียญสหรัฐอาจพอช่วยชะลอการอ่อนค่าต่อเนื่องของเงินบาทได้บ้าง แต่โดยรวมเงินบาทยังมีโอกาสเผชิญความเสี่ยงผันผวนในฝั่งอ่อนค่าได้ หากตลาดพลิกกลับมาปิดรับความเสี่ยง โดยเฉพาะในกรณีที่สินทรัพย์ฝั่ง EM Asia หรือประเทศแถบภูมิภาคเอเชีย เผชิญแรงเทขาย ซึ่งอาจเกิดขึ้นหากทางการจีนตัดสินใจใช้มาตรการล็อกดาวน์เพื่อควบคุมโควิด โดยในกรณีดังกล่าว เงินบาทก็อาจอ่อนค่ากลับไปแถว 37.00 บาทต่อเหรียญสหรัฐได้ แต่คาดว่าสัปดาห์นี้ เงินบาทจะยังไม่อ่อนค่าทะลุระดับดังกล่าว หากสุดท้ายเฟดไม่ได้เร่งขึ้นดอกเบี้ยรุนแรงอย่างที่ตลาดเคยกังวล กดดันให้เงินเหรียญสหรัฐกลับมาอ่อนค่าลงชัดเจนมากขึ้น
ทั้งนี้ ช่วงตลาดการเงินมีความผันผวนสูง ดังจะเห็นได้จากความผันผวนของเงินบาทที่สูงกว่าค่าเฉลี่ยในรอบ 10 ปี ที่ระดับ +2 S.D. (Standard Deviation) แนะนำผู้ประกอบการควรใช้เครื่องมือป้องกันความเสี่ยงที่หลากหลาย อาทิ Option เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน
ด้าน กลุ่มงานตลาดการเงิน ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB Financial Markets) ระบุว่า ค่าเงินบาทวันนี้เคลื่อนไหวในกรอบ 36.65-36.85 บาทต่อเหรียญสหรัฐ ค่าเงินบาทผันผวน แต่ยังสามารถประคองอยู่ในกรอบเดิม ซึ่งดัชนีดาวโจนส์ และ S&P ปิดบวกเล็กน้อย ขณะที่ Nasdaq ปิดลบ ก่อนเข้าสู่ช่วงการประชุมธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) และการทยอยเผยแพร่ผลประกอบการของบริษัทรายใหญ่ โดยนักลงทุนยังจับตาการประชุมเฟด และตัวเลขจีดีพีสหรัฐที่จะเกิดขึ้นในช่วงวันพฤหัสบดีตามเวลาประเทศไทย

