หน้าแรก เศรษฐกิจ ครึ่งปีหลัง &...

ครึ่งปีหลัง ‘แสนสิริ’ ลุย 31 โครงการ 3 หมื่นล้าน ‘บ้านหรู-คอนโด’ ตอกย้ำผู้นำตลาด

26.07.22 | 16:01 น.
อุทัย อุทัยแสงสุข ประธานผู้บริหารสายงานปฏิบัติการ บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) หรือ SIRI

ครึ่งปีหลัง ‘แสนสิริ’ ลุย 31 โครงการ 3 หมื่นล้าน ‘บ้านหรู-คอนโด’ ตอกย้ำผู้นำตลาด

เมื่อวันที่ 26 กรกฎาคม นายอุทัย อุทัยแสงสุข ประธานผู้บริหารสายงานปฏิบัติการ บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) หรือ SIRI เปิดเผยว่า ในปี 2565 บริษัทตั้งเป้าเปิด 46 โครงการ มูลค่า 50,000 ล้านบาท และยอดขาย 35,000 ล้านบาท โดยครึ่งแรกเปิด 15 โครงการ มูลค่า 18,800 ล้านบาท สร้างยอดขายแล้ว 18,300 ล้านบาท แบ่งเป็น แนวราบ 12,700 ล้านบาท คอนโดมิเนียม 5,600 ล้านบาท และมียอดโอน 14,000 ล้านบาท ส่วนสินค้ารอโอนในมือ (แบ๊กล็อก) ครึ่งปีหลังอยู่ที่ 10,500 ล้านบาท มั่นใจว่าจะทำยอดโอนได้ตามเป้า 35,000 ล้านบาท และทำให้ยอดขายรวม 3 ปี เป็นตามเป้า 120,000 ล้านบาท จากแผนเปิดตัวโครงการใหม่มูลค่ารวม 150,000 ล้านบาท ตามที่ประกาศไว้ก่อนนหน้านี้

นายอุทัยกล่าวว่า อีก 6 เดือนที่เหลือนี้จะเปิด 31 โครงการ มูลค่า 31,200 ล้านบาท ได้แก่ บ้านเดี่ยว 9 โครงการ มูลค่า 21,680 ล้านบาท มิกซ์โปรดักส์ 2 โครงการ มูลค่า 2,550 ล้านบาท ทาวน์โฮม 5 โครงการ มูลค่า 1,720 ล้านบาท และคอนโดมิเนียม 15 โครงการ มูลค่า 5,250 ล้านบาท ซึ่งแนวราบจะเปิดตัวทุกแบรนด์ รวมถึงระดับลักชัวรี่ เริ่มเปิดขายตั้งแต่เดือนสิงหาคมนี้ เช่น นาราสิริ กรุงเทพกรีฑา กลับมาทำตลาดในรอบ 10 ปี ล่าสุดมียอดขายล่วงหน้าแล้วกว่า 50% มูลค่ากว่า 3,500 ล้านบาท หลังเปิดขายไม่ถึง 1 เดือน บุราสิริ กรุงเทพกรีฑา มูลค่า 4,000 ล้านบาท เป็นต้น

นายอุทัยกล่าวว่า ส่วนคอนโดมิเนียมมี 3 แบรนด์ คือ เดอะเบส เดอะมูฟ และ คอนโดมี ทำเลใกล้รถไฟฟ้า แหล่งงาน และเห็นวิวแม่น้ำ รวมถึงเปิดขายที่ต่างจังหวัดที่ จ.ขอนแก่น และเป็นปีแรกที่เแสนสิริกลับมาทวงคืนเจ้าตลาคอนโดมิเนียม หลังชะลอช่วงโควิด-19 โดยปีนี้ตั้งเป้าจะมียอดโอนคอนโดมิเนียม 12,000 ล้านบาท

“ช่วง 2 ปีที่ผ่านมาเราเคลียร์สต๊อกคอนโดไปเยอะมาก โดยจัดโปรโมชั่นและบริหารต้นทุนภายในองค์กร ทำให้เรามีแคลชโฟลว์กลับมา 15,000 ล้านบาท สำหรับรองรับการบริหารและเตรียมพร้อมเดินหน้าพัฒนาโครงการใหม่ๆ” นายอุทัยกล่าว

Advertisement

นายอุทัยกล่าวต่อว่า สำหรับตลาดอสังหาฯในครึ่งปีหลัง เริ่มเห็นแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์ หลังโควิดคลี่คลาย และเห็นการฟื้นตัวของเศรษฐกิจจากการส่งออกที่ดีขึ้นจากเงินบาทอ่อนค่า และมีนักท่องเที่ยวเข้ามาหลังเปิดประเทศ และรัฐเริ่มหามาตรการมากระตุ้นตลาด ซึ่งธุรกิจอสังหาฯจะดีหรือไม่ดีขึ้นอยู่กับภาวะเศรษฐกิจและมาตรการภาครัฐ โดยตลาดกลาง-บนยังไปได้ดีเพราะมีกำลังซื้อ ซึ่งไตรมาส 2 คนตัดสินใจซื้อบ้านมากขึ้น ส่วนตลาดกลาง-ล่างยังชะลอตัวจากภาวะหนี้ครัวเรือนที่สูงขึ้น ขณะที่กำลังซื้อต่างชาติเริ่มเห็นสัญญาณที่ดีขึ้น มีลูกค้าจีนซื้อบิ๊กล็อต ทั้งบ้านเดี่ยวและคอนโดมิเนียม และส่งผลดีต่อเนื่องไปถึงปี 2566