หน้าแรก เศรษฐกิจ กสทช.ชุดใหม่ ...

กสทช.ชุดใหม่ ย้ำ! ดีลทรู-ดีแทค ไม่ยืดเยื้อ เปิดผลงานหลังรับตำแหน่ง 99 วัน

26.07.22 | 16:05 น.

กสทช.ชุดใหม่ ย้ำ! ดีลทรู-ดีแทค ไม่ยืดเยื้อ เปิดผลงานหลังรับตำแหน่ง 99 วัน

เมื่อวันที่ 26 กรกฎาคม ศาสตราจารย์คลินิก นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ประธานกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (ประธาน กสทช.) จัดการแถลงผลการดำเนินงานครบ 3 เดือน ภายหลังจากที่ได้รับพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ว่า สำหรับกรณีการดำเนินการพิจารณาการรวมธุรกิจระหว่างบริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) และบริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) จะพยายามไม่ให้ยืดเยื้อ ซึ่งจะมีคำตอบให้หลังวันที่ 3 สิงหาคม ที่ได้รับรายงานจากอนุกรรมการทั้ง 4 ชุด อาทิ อนุกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค อนุกรรมการด้านกฎหมาย อนุกรรมการด้านเศรษฐศาสตร์ และอนุกรรมการด้านเทคโนโลยี อีกทั้งรวบรวมข้อมูลจากการเปิดรับฟังความคิดเห็นสาธารณะ หรือโฟกัสกรุ๊ป รวมถึงข้อมูลจากรายงานการศึกษาของที่ปรึกษาที่ กสทช.ได้ว่าจ้างสถาบันการศึกษาจุฬาลงกรณ์ มหาวิทยาลัยทำรายงานเป็นผู้จัดทำ ซึ่งจะรวบรวมข้อมูลทั้งหมดมาพิจารณา อาจใช้เวลาในการพิจารณาขึ้นอยู่กับว่าข้อมูลที่ได้รับมีความยาก-ง่ายอย่างไร ขึ้นอยู่กับการสรุปข้อมูลของ สำนักงาน กสทช.ด้วย

“นโยบายของ กสทช. จะดูแลผู้บริโภคเป็นหลัก เรื่องภาคธุรกิจก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง ส่วนใหญ่จะทำการกำกับดูแลให้ผู้บริโภคให้ได้ประโยชน์สูงสุด สำหรับนโยบายการควบรวมนั้น ทุกอย่างมีถนนให้เดินอยู่แล้ว แต่ยังไม่มีธง ซึ่งมีถนนกฎหมาย ผลประโยชน์ประชาชน การแข่งขันเสรี เพราะฉะนั้นมันจึงมีทางแยกให้เราเดิน”ศาสตราจารย์คลินิก นพ.สรณกล่าว

อ่านข่าวเกี่ยวข้อง

อึ้งทั้งวงการ! ‘ทรู-ดีแทค’​ เทโฟกัสกรุ๊ปควบรวม อ้างเวทีไม่เป็นกลาง
ศึกชิงผู้นำสมรภูมิสื่อสาร วัดใจ กสทช. เขย่าดีล‘ทรู-ดีแทค’ หลัง‘เอไอเอส’พลิกเกมยึดเน็ตบ้าน

ขณะที่ กสทช. ชุดใหม่ได้แถลงการทำงานร่วมกันว่า 99 วันที่ผ่านมา และได้ก้าวเดินการดำเนินงานเรื่องต่างๆ สำหรับตัวอย่างผลงานในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา กสทช. ได้ส่งเสริมและสนับสนุนการใช้ระบบ USO ในการทำงานของระบบ Telemedicine/Telehealth ช่วยเพิ่มช่องทางการเข้าถึงบริการด้านการแพทย์และสาธารณสุขให้กับคนไข้โดยตรง แพทย์ พยาบาล และเจ้าหน้าที่สามารถติดตามดูอาการของผู้ป่วย สอบถามพูดคุย สั่งยาตามอาการได้แม้จะอยู่ในที่ห่างไกลกัน ลดขั้นตอนและค่าใช้จ่ายของการดูแลรักษาโดยเฉพาะผู้ป่วยกลุ่มเปราะบาง เช่น ผู้ป่วยติดเตียง มะเร็งขั้นสุดท้าย

Advertisement

อีกทั้ง ได้จัดระเบียบสายสื่อสารและการนำสายสื่อสารลงดินปี 2565 สำนักงาน กสทช. ตั้งเป้าจัดระเบียบสายสื่อสารทั่วประเทศระยะทางรวมประมาณ 2,800 กม. โดยแบ่งเป็นพื้นที่กรุงเทพมหานคร ระยะทางประมาณ 800 กม. และดำเนินการในพื้นที่ภูมิภาคอีกประมาณ 2,000 กม. ซึ่งในกรุงเทพมหานครจะเร่งดำเนินการในกลุ่มเร่งด่วนก่อน โดยคัดเลือกจากเขตพื้นที่ที่มีประชากรหนาแน่น 16 เขต ทั้งนี้ การจัดระเบียบสายสื่อสารเป็นการดำเนินการร่วมกับทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น การไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) กรุงเทพมหานคร กระทรวงมหาดไทย และผู้ประกอบการเจ้าของสายสื่อสาร เพื่อความเป็นระเบียบเรียบร้อยของสถานที่และความปลอดภัยของประชาชน

ด้าน นายศุภัช ศุภชลาศัย กรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช. ด้านเศรษฐศาสตร์) กล่าวว่า ภารกิจสำคัญที่ได้ผลักดันให้เกิดขึ้นคือการสร้างองค์ความรู้ยกระดับองค์กร สู่มาตรฐานสากลด้วยการเพิ่มสายงานด้านวิชาการให้กับสำนักงาน กสทช. โดยที่ประชุม กสทช. ครั้งที่ 17/2565 เมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม 2565 มีมติเห็นชอบโครงสร้างสายงานวิชาการของสำนักงาน กสทช. เพื่อรองรับการเป็นองค์กรที่มีหน้าที่กำกับดูแลการแข่งขัน และมีขีดความสามารถทางวิชาการในระดับสูง รวมทั้งเป็นองค์กรชั้นนำที่มีความเป็นสากลและเข้าไปมีส่วนร่วมในเวทีระหว่างประเทศ ทั้งนี้ สายงานวิชาการจะแบ่งออกเป็น 4 สำนัก และ 1 ศูนย์ มีขอบเขตครอบคลุมการศึกษาและวิเคราะห์นโยบายเชิงคุณภาพ เช่น การติดตามการแข่งขัน การประเมินผลกระทบทางสังคมจากนโยบายกำกับดูแล เป็นต้น การประเมินผลกระทบทางนโยบายเชิงปริมาณ เช่น การประเมินด้านราคา มูลค่าคลื่นความถี่ รวมถึงการวิเคราะห์ข้อมูลเศรษฐกิจดิจิทัล งานวิชาการในส่วนที่เกี่ยวข้องกับประเด็นยุทธศาสตร์ใหม่ๆ ด้านต่างประเทศ ตลอดจนการสร้างเครือข่ายทางวิชาการเพื่อแลกเปลี่ยนองค์ความรู้กับนักวิชาการจากภายในประเทศและต่างประเทศ ขณะนี้สำนักทรัพยากรบุคคลและคณะทำงานปรับปรุงโครงสร้างสายงานวิชาการของสำนักงาน กสทช. อยู่ในระหว่างจัดทำระเบียบที่เกี่ยวข้อง เพื่อขับเคลื่อนการปรับปรุงโครงสร้างสายงานวิชาการให้บรรลุเป้าหมายต่อไป

ด้าน พลอากาศโท ธนพันธุ์ หร่ายเจริญ กรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช. ด้านกิจการกระจายเสียง) กล่าวว่า ที่ผ่านมาได้รับผิดชอบงาน 3 เรื่องหลักๆ ได้แก่ 1.ด้านกิจการกระจายเสียง โดยได้กำหนดวิสัยทัศน์ ในการยกระดับกิจการกระจายเสียงไทยก้าวสู่มาตรฐานสากล 2.ด้านเทคนิค และ 3.ด้านกิจการดาวเทียม โดยได้ดำเนินการปรับปรุง หลักเกณฑ์ และวิธีการอนุญาตให้ใช้สิทธิในการเข้าใช้วงโคจรดาวเทียม โดยพิจารณาเรื่องราคา เพื่อเปิดกว้างให้ผู้ประกอบการทั้งรายเดิมและรายใหม่เข้าสู่การแข่งขันได้มากขึ้น โดยมีแผนการดำเนินการรัดกุมตั้งแต่เปิดรับฟังความคิดเห็นสาธารณะ (ร่าง) ประกาศฯ ในเดือนสิงหาคม และในเดือนกันยายนถึงเดือนตุลาคม จะเป็นการแก้ไข (ร่าง) ประกาศฯ และนำเสนอ กสทช. อนุมัติ เพื่อประกาศลงราชกิจจานุเบกษา ให้มีการรับเอกสารการคัดเลือก เมื่อถึงเดือนพฤศจิกายน 2565 จะเปิดให้ยื่นเอกสารและหลักฐานการขอรับอนุญาต และจะเปิดให้มีประมูลสิทธิในการเข้าใช้วงโคจรดาวเทียมในเดือนธันวาคม 2565

ด้าน นางสาวพิรงรอง รามสูต กรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช. ด้านกิจการโทรทัศน์) กล่าวว่า เรื่องสำคัญที่ได้มีบทบาทในการผลักดัน คือ การแก้ไขปัญหาแก๊งคอลเซ็นเตอร์และข้อความสั้นหลอกลวง หรือสแกม การพัฒนาและสร้างกลไกในการกำกับดูแลเนื้อหาให้มีคุณภาพ และการสนับสนุนชุมชนที่มีความพร้อมในการดำเนินการทีวีชุมชน สำหรับการแก้ไขปัญหาสแกมมีแนวทาง ดังนี้ 1.จัดตั้งคณะทำงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง 10 องค์กรเพื่อประสานความร่วมมือในกระบวนการตรวจสอบเส้นทางการกระทำผิดและดำเนินการจับกุมได้ทันท่วงที โดยในส่วนของ กสทช. มีการใช้มาตรการทางกฎหมายและกำหนดโทษทางปกครองสำหรับผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ที่ฝ่าฝืนไม่ได้ดูแลการลงทะเบียนผู้ใช้บริการที่ถือมากกว่า 5 เลขหมาย (ซิม) เนื่องจากพบข้อมูลจากทางตำรวจว่ามิจฉาชีพอยู่ในกลุ่มที่ฝ่าฝืนกฎนี้เป็นจำนวนมาก 2.กำหนดให้ผู้รับใบอนุญาตมีหน้าที่จัดหามาตรการทางเทคนิคให้มีระบบแจ้งเตือนประชาชน เช่น การใช้เครื่องหมาย +698 นำหน้าเลขหมายเพื่อให้ประชาชนทราบว่าเป็นการโทรเข้าจากต่างประเทศ 3.จัดให้มีการประชาสัมพันธ์แจ้งเตือนประชาชนโดยจัดทำในรูปแบบ SCAM Alert เพื่อให้ข้อมูลตัวอย่างวิธีการฉ้อโกง การแก้ปัญหาเฉพาะหน้า และหน่วยงานที่ต้องติดต่อขอความช่วยเหลือเมื่อเกิดปัญหาขึ้น

ด้าน นายต่อพงศ์ เสลานนท์ กรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช. ด้านการส่งเสริมสิทธิเสรีภาพของประชาชน) กล่าวว่า ได้พัฒนาจัดบริการเพื่อคนพิการ โดยมีการพบปะเครือข่ายคนพิการและประสานเครือข่ายกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เพื่อให้เห็นและเข้าใจถึงสภาพปัญหาในปัจจุบัน รวมถึงมีการตั้งคณะอนุกรรมการการจัดให้มีบริการกระจายเสียง โทรทัศน์ และโทรคมนาคมพื้นฐานโดยทั่วถึงและเสมอภาค สำหรับคนพิการ ผู้มีความต้องการที่หลากหลาย และผู้ด้อยโอกาสทางสังคม เพื่อสร้างกลไกการแก้ปัญหาได้โดยตรง และเป็นตัวแทนรัฐบาลไทยไปประชุมที่ประเทศรวันดา ในงาน World Telecommunication Development Conference (WTDC) ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อลดช่องว่างความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงโครงข่ายโทรคมนาคมและไอซีที ที่เป็นหน่วยงานหลักในการลดช่องว่าง ซึ่งได้ร่วมแสดงปณิธานและให้คำมั่นสัญญาว่าเราให้ความสำคัญกับการดำเนินการขยายการเชื่อมโยง Digital Inclusion มาสู่ชุมชนและกลุ่มคนที่การเข้าถึงยากที่สุด เพื่อทำให้เกิดการเชื่อมต่อที่มีความหมาย และเป็นครั้งแรกที่มีตัวแทนคนพิการเข้าไปในการประชุม ITU