นายตราวุทธิ์ เหลืองสมบูรณ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์ จัดการกองทุน จิตตะ เวลธ์ จำกัด (บลจ.) เปิดเผยว่าทิศทางการลงทุนครึ่งหลังปี 2565 ว่า ตลาดหุ้นทั่วโลกยังถูกกดดันให้อยู่ในช่วงขาลง จากภาพรวมเศรษฐกิจโลกยังชะลอตัว และนักลงทุนต้องเผชิญกับความผันผวน ต่อเนื่องจากครึ่งปีแรก โดยตลาดหุ้นสหรัฐฯได้เข้าสู่ภาวะตลาดหมี ไปแล้ว ด้วยดัชนีติดลบกว่า 20% ทั้งดัชนี NASDAQ ดัชนี S&P500 คาดภาวะตลาดหมีอาจยาวถึงปี 2566 เนื่องจากธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) จะเร่งปรับขึ้นดอกเบี้ยปี 2565 เพื่อดึงอัตราเงินเฟ้อให้อยู่ในระดับเป้าหมายในปลายปีนี้ อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าภาวะตลาดหมีและเศรษฐกิจถดถอยจะไม่ยืดเยื้อนานเกิน 24 เดือน
ทั้งนี้ แม้ว่าเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่มีแนวโน้มชะลอตัวและอาจเข้าสู่ภาวะถดถอย และนโยบายการเงินของ Fed ได้ส่งผลกระทบต่อตลาดหุ้นอื่นๆ อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่จะเห็นว่าตลาดหุ้นเอเชียมีความผันผวนน้อยกว่าและยัง โดดเด่นในสายตานักลงทุน เริ่มเห็นสัญญาณที่เม็ดเงินลงทุนได้ไหลเข้ามาลงทุน อย่างคึกคักมากขึ้น นำโดยจีน เวียดนาม และญี่ปุ่น เพื่อหลีกเลี่ยงความไม่แน่นอนของ ตลาดหุ้นฝั่งตะวันตก ที่กำลังเผชิญความไม่แน่นอนเศรษฐกิจผันผวนและแนวโน้ม การเกิด Recession ตลาดหุ้นจีนเผชิญแรงกดดันต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 2564 ราคาหุ้นปรับลดลงมา จนค่อนข้างถูกมากในปี 2565 เพราะหุ้นจีนรับรู้ข่าวเชิงลบมานานกว่า 1 ปี มองว่าราคาหุ้นและ ETF ที่เกี่ยวข้องกับหุ้นจีนในปีนี้ มีแนวโน้มขาขึ้นได้ ขณะที่ตลาดหุ้นเวียดนามทำผลงานโดดเด่นมากช่วงปี 2563-64 ดัชนี VNI ทำนิวไฮติดต่อกัน 4 ครั้ง จึงมีโอกาสที่ตลาดหุ้นเวียดนามปรับฐานได้ในปี 2565
นายตราวุทธิ์ กล่าวว่า อีกตลาดหุ้นที่มีโอกาสในสร้างกำไรที่ไม่มีใครเห็น แต่จิตตะ เวลธ์ มองเห็น คือ ตลาดหุ้นญี่ปุ่น มีโอกาสเติบโต โดดเด่นจาก คุณภาพของกิจการ และนักลงทุนไม่ควรพลาด เศรษฐกิจญี่ปุ่นมีแนวโน้มดีขึ้น จากการบริโภคในประเทศและการท่องเที่ยว ญี่ปุ่นยังมีเงินออมภาคครัวเรือนสัดส่วนถือเงินสดและฝากเงินถึง 55% เทียบกับสหรัฐฯมีเพียง 16% สะท้อนสภาพคล่องในระบบการเงินสูง ส่วนการบริโภคในญี่ปุ่นคิดเป็น 74.5% ของจีดีพี เทียบกับสหรัฐฯที่ 82% สัดส่วนเงินออมของครัวเรือนญี่ปุ่นสูงถึง 55% ล่าสุด บริษัทเปิดตัวกองทุนส่วนบุคคล Jitta Ranking ญี่ปุ่น

