กล้วยด่างไทยพืชเศรษฐกิจสร้างรายได้นับพันล้านบาทมีความต้องการจากต่างประเทศพุ่งสูง

กล้วยด่างไทยพืชเศรษฐกิจสร้างรายได้นับพันล้านบาทมีความต้องการจากต่างประเทศพุ่งสูง

 

เมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม ที่บริเวณลานพญานาค มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต ต.คลองหนึ่ง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี นายศุภกฤษ มานิ่ม ประธานชมรมกล้วยแดงสยามแห่งประเทศไทยเป็นประธาน “รวมพลคนรักกล้วยแดงสยาม”โดยมีผู้ที่ชื่นชอบกล้วยด่างไทย “กล้วยด่างแดง” จากสวนต่างๆ นำต้นกล้วยด่างจากทั่วทุกภาคของประเทศไทยเข้าร่วมโชว์และจำหน่ายภายในงานเป็นจำนวนมาก พร้อมกับมีการประกวดกล้วยแดงสยาม

นายศุภกฤษ มานิ่ม ประธานชมรมกล้วยแดงสยามแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า กระแสความนิยมการเพาะพันธุ์กล้วยด่างแดง ยังคงพุ่งสูงสวนกระแสเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง หลังผู้เพาะเลี้ยงไทยได้พัฒนาสายพันธุ์จนเกิดสายพันธุ์ใหม่ที่มีชื่อว่า “กล้วยแดงสยาม” (Musa Siam ruby) มีสีสันและลวดลายที่สวยงามโดดเด่นมากกว่าพันธุ์พื้นเมืองดั้งเดิม ทำให้กล้วยด่างแดงสยาม กลายเป็นสายพันธุ์ที่หายาก เป็นที่ต้องการของตลาดทั้งในและต่างประเทศเป็นอย่างมาก แม้กระทั่งในประเทศอินโดนีเซีย ต้นกำเนิดกล้วยด่างแดง ได้กลายเป็นหนึ่งในตลาดหลัก ที่มีการนำเข้า “กล้วยแดงสยาม” จากไทยที่มีมูลค่ามากที่สุดรองจากญี่ปุ่น ที่ผ่านมาสมาชิกของชมรมหลายฟาร์มที่กระจายอยู่ทั่วประเทศ ได้ร่วมมือและใช้พยายามอย่างหนักที่ยกระดับมาตรฐานกล้วยแดงสยาม โดยร่วมกันพัฒนาสายพันธุ์กล้ายด่างแดง จนได้ “กล้วยแดงสยาม” ที่มีความสวยงามจนมีชื่อเสียงในระดับโลก ส่วนลักษณะและความพิเศษของสายพันธุ์ของกล้วยแดงสยามที่แตกต่างจากกล้วยด่างแดงทั่วไป คือ กล้วยแดงสยามนั้นสามารถพัฒนาลวดลายที่สวยงามได้ตลอดเวลาจากแม่พันธุ์ กระตุ้นให้มีความต้องการในลวดลายที่แปลกใหม่อยู่เสมอ ซึ่งเป็นสาเหตุที่ทำให้กระแสตอบรับกล้วยแดงสยามยังคงพุ่งแรงสดใส สวนทางสภาวะเศรษฐกิจทั้งในและต่างประเทศนั้น นอกจากนี้สีสันที่ปรากฏอยู่บนใบ ยังทำให้กล้วยแดงสยามเป็นไม้มงคล ที่เชื่อกันว่าจะช่วยเสริมบารมีและความมั่งคั่งให้กับผู้ที่ครอบครองอีกด้วย โดยสีแดงหมายถึงสีแห่งความสุข โชคลาภ และความสำเร็จ สีเขียวสื่อถึงความมั่งคั่งและเงินทอง และสีทองแทนสีแห่งจักรพรรดิและอำนาจ บารมี ล่าสุดชมรมอยู่ระหว่างการดำเนินขอจดทะเบียนพันธุ์พืชใหม่กับกรมวิชาการการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และจดทะเบียนทะเบียนพันธุ์พืชใหม่และความคุ้มครองในต่างประเทศ โดยคาดว่าจะเสร็จสมบูรณ์ภายในปีนี้

นายศุภกฤษกล่าวต่ออีกว่า จากการรวบรวมมูลค่าการซื้อขายกล้วยแดงสยามของสมาชิก ในแต่ละเดือนมีการซื้อ-ขายไม่น้อยกว่า 450 ล้านบาท และมีการส่งออกราว 100 ล้านบาท โดยมีตลาดใหญ่คือ ประเทศญี่ปุ่น อินโดนีเซีย จีน และเริ่มขยายไปยังอเมริกาและยุโรป ทั้งนี้ ยังมีคำสั่งซื้อที่รอการส่งมอบอีกจำนวนมาก เนื่องจากปริมาณกล้วยแดงสยามระดับคุณภาพดี ยังมีไม่เพียงพอกับความต้องการ ทางชมรมจึงอยากสนับสนุนให้ผู้ที่รักกล้วยด่างหมั่นดูแลเอาใส่ใจ คัดสายพันธุ์คุณภาพ เชื่อว่านอกจากความเพลินเพลินที่จะได้รับแล้ว ยังสามารถสร้างรายได้ บางรายกลายเป็นอาชีพหลักเลี้ยงดูครอบครัวได้ ขณะที่วันเดียวกันนี้มีการทำบายศรีพญานาค ที่ทำจากใบกล้วยแดงสยามที่ได้ใบมาจากสมาชิกในกลุ่ม ที่มอบให้ผู้จัดทำขึ้นเพื่อไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ขอให้งานราบรื่นปราศจากฟ้าฝนใช้เวลา 2 วัน 1 คืนในการทำ และถือเป็นบายศรีพญานาคที่แพงที่สุดในขณะนี้ ที่ยังไม่สามารถคิดเป็นมูลค่าได้

Advertisement

 

 

QR Code
เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่
Line Image