‘สหพัฒน์’ พลิกเกมสู้ต้นทุนแพง ลดโปร หวั่นขึ้น ‘ค่าแรง’ ทำต่างชาติเผ่นหนี

31.07.22 | 19:31 น.
บุญชัย โชควัฒนา ประธานกรรมการ และประธานกรรมการบริหาร บริษัท สหพัฒนพิบูล จำกัด (มหาชน)

‘สหพัฒน์’ พลิกเกมสู้ต้นทุนแพง ลดโปร หวั่นขึ้น ‘ค่าแรง’ ทำต่างชาติเผ่นหนี

เมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม นายบุญชัย โชควัฒนา ประธานกรรมการ และประธานกรรมการบริหาร บริษัท สหพัฒนพิบูล จำกัด (มหาชน) ผู้ผลิตและจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภคในเครือสหพัฒน์ เปิดเผยว่า บริษัทตั้งรับกับปัจจัยเสี่ยงต่างๆ ในปีนี้มาตลอด เพราะเป็นสิ่งที่อยู่ในคาดการณ์อยู่แล้ว ไม่ว่าเงินเฟ้อ ราคาพลังงานที่สูงขึ้น และอัตราดอกเบี้ยขาขึ้น ซึ่งอัตราดอกเบี้ยที่จะปรับขึ้นนั้นบริษัทไม่ค่อยกังวล เพราะไม่ได้กู้เงินมาก อย่างไรก็ตาม หากราคาน้ำมันปรับตัวลดลงจะทำให้ทุกอย่างดีขึ้นในทันที ทั้งค่าไฟฟ้า ค่าขนส่ง ซึ่งทุกอย่างขึ้นอยู่กับเศรษฐกิจโลก และสงครามรัสเซียกับยูเครนจะยืดเยื้ออีกนานแค่ไหน

“บริษัทพยายามทำทุกทาง เพื่อให้เราอยู่ได้ท่ามกลางวิกฤตต้นทุนที่สูงขึ้น มีลดค่าใช้จ่ายทุกอย่าง ไม่ว่าค่าไฟ ที่ทำสารพัดวิธี ทั้งใช้อย่างประหยัด ปิด-เปิดเป็นเวลา ติดโซลาร์รูฟที่โรงงานและสำนักงาน จัดโปรโมชั่นสินค้าน้อยลง เพราะมีสินค้าหลายตัวที่ขึ้นราคาไม่ได้ เช่น มาม่า” นายบุญชัยกล่าว

ครึ่งปีหลังปรับขึ้นราคาสินค้าเท่าที่จำเป็น

นายบุญชัยกล่าวว่า สำหรับทิศทางราคาสินค้าในครึ่งปีหลังนี้ คงต้องปรับราคาขึ้นบ้างในส่วนของสินค้าที่ไม่อยู่ในการควบคุมของกระทรวงพาณิชย์ เพราะต้นทุนของสินค้าทุกรายการปรับตัวสูงขึ้นหมด แต่จะพยายามปรับขึ้นให้น้อยที่สุดและเท่าที่จำเป็น เพื่อกระทบต่อประชาชนให้น้อยที่สุด ปัจจุบันบริษัทพยายามเจรจาซัพพลายเออร์ไม่ให้ขึ้นราคาวัตถุดิบสูงมาก

“ขณะที่กำลังซื้อในครึ่งปีหลังยังไม่ค่อยดี แต่มีสัญญาณว่าเริ่มฟื้น จากการเปิดประเทศเต็มรูปแบบ มีนักท่องเที่ยวเข้ามา คนออกจากบ้านมาซื้อของมากขึ้น แต่เป็นการซื้อในปริมาณที่ลดลง ซื้อเท่าที่จำเป็น โดยเฉพาะสินค้าฟุ่มเฟือยที่ปีนี้ยอดขายไม่ดี”

หวั่นขึ้น ‘ค่าแรง’ ต่างชาติย้ายฐานหนี

นายบุญชัยกล่าวว่า ส่วนเรื่องค่าแรงขั้นต่ำที่รัฐจะปรับขึ้นอีกปลายปีนี้นั้น ก็เห็นด้วยที่จะปรับขึ้นเพื่อให้ประชาชนผู้ใช้แรงงานมีรายได้เพิ่มให้สอดรับกับค่าครองชีพที่สูงขึ้นอยู่ในขณะนี้ แต่อยากขอให้รัฐพิจารณาอย่างรอบคอบ ปรับขึ้นเท่าที่จำเป็น เช่น ปรับขึ้น 10% เนื่องจากหากปรับขึ้นมากจนเกินไป จะส่งผลกระทบต่อต้นทุนภาคการผลิตและทำให้นักลงทุนจากต่างชาติในอุตสาหกรรมต่างๆ ย้ายฐานการผลิตหนีเหมือนในอดีตที่เคยเกิดขึ้นมาแล้วก็เป็นได้

Advertisement

“ค่าแรงหากปรับขึ้นนิดหน่อย เพื่อบรรเทาอารมณ์ผู้ใช้แรงงาน เราเห็นด้วย แต่ถ้าขึ้นสูงมากอาจจะมีผลกระทบตามมา เพราะค่าแรงเมื่อขึ้นแล้วไม่มีลง ขอให้รัฐบาลคิดให้ดี ดูผลข้างเคียงระยะยาว เพราะอาจจะทำให้เราเสียโอกาสในการเป็นฐานการผลิตอุตสาหกรรมต่างๆ ได้ หากนักลงทุนต่างชาติย้ายฐานหนีไปที่อื่น เพราะค่าแรงเราแพง” นายบุญชัยกล่าว