วันนี้ลุ้น ‘กบน.’ ตรึงต่อดีเซล 35 บาท กกพ.เล็งทบทวนขึ้นค่าไฟโหด 4.72 บ./หน่วย
เมื่อวันที่ 1 สิงหาคม คณะกรรมการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (กบน.) จะประชุมพิจารณาทบทวนราคาขายปลีกน้ำมันดีเซลว่าจะตรึงราคาไม่ให้เกินลิตรละ 35 บาทต่อไป หรือจะขยับราคาขึ้นอีก หลังมีมติก่อนหน้านี้ให้ตรึงราคาดีเซลไม่เกินลิตรละ 35 บาทถึงสิ้นเดือนกรกฎาคม จากปัจจุบันราคาน้ำมันดีเซลอยู่ที่ 34.94 บาท ขณะที่กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงยังติดลบกว่าแสนล้านบาทจากการเข้าไปอุดหนุนราคาน้ำมันดีเซล ทั้งนี้ ในวงการค้าน้ำมันคาดว่ามีโอกาสที่ กบน.จะคงราคาดีเซลไม่เกินลิตรละ 35 บาทต่อไปอีก เพื่อลดภาระขนส่งภาคธุรกิจและค่าใช้จ่ายประชาชน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) เลื่อนการประกาศค่าไฟฟ้าอัตโนมัติ (ค่าเอฟที) อัตราใหม่ งวดเดือนกันยายน-ธันวาคม 2565 จากเดิมจะประกาศวันที่ 1 สิงหาคม 2565 ออกไปอย่างไม่มีกำหนด หลังจากสัปดาห์ที่ผ่านมา มีกระแสข่าว กกพ.มีมติปรับขึ้นค่าเอฟที 68.66 สตางค์ต่อหน่วย ทำให้ค่าเอฟทีอยู่ที่ 93.43 สตางค์ต่อหน่วย ส่งผลให้ค่าไฟฟ้าโดยรวมที่ประชาชนต้องจ่ายอยู่ที่ 4.72 บาทต่อหน่วย หลังเปิดรับฟังความเห็นกับประชาชนต่อ 3 แนวทางการปรับขึ้นค่าเอฟที ซึ่งสิ้นสุดลงเมื่อวันที่ 25 กรกฎาคมที่ผ่านมา
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังมีข่าวว่า กกพ.จะปรับขึ้นค่าเอฟที ทำให้ค่าไฟโดยรวมอยู่ที่ 4.72 บาทต่อหน่วย ทำให้หลายฝ่ายเกรงว่าจะสร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชนเพิ่มขึ้น อีกทั้งกระทบต้นทุนของภาคธุรกิจ ที่จะส่งผลต่อการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ จึงมีกระแสข่าวว่า กกพ.จะทบทวนการปรับขึ้นค่าเอฟทีอีกรอบ ในอัตราต่ำที่สุด อย่างไรก็ตามผู้เชี่ยวชาญในวงการพลังงานระบุว่า ยังมีโอกาสสูงที่ กกพ.จะยังคงมติที่ให้ปรับค่าเอฟทีขึ้น 68.66 สตางค์ต่อหน่วย เนื่องจากมีข้อจำกัดเรื่องต้นทุนพลังงานในการผลิตไฟฟ้าสูงขึ้นทั้งก๊าซธรรมชาติ รวมค่าเงินบาทที่อ่อน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนหน้านี้สำนักงาน กกพ.เปิดรับฟังความเห็น 3 แนวทาง คือ แนวทางที่ 1 ค่าเอฟที อยู่ที่ 93.43 สตางค์ต่อหน่วย รวมกับเงินที่ทยอยคืนการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ที่อัตรา 45.70 สตางค์ต่อหน่วย ทำให้ค่าเอฟที รวมเป็น 139.13 สตางค์ต่อหน่วย ส่งผลให้ราคาค่าไฟฟ้าโดยรวมที่ประชาชนต้องจ่ายอยู่ที่ 5.17 บาทต่อหน่วย กรณีนี้จะส่งผลให้คืนเงิน กฟผ.ได้ส่วนหนึ่ง และยังเหลือที่ต้องส่งคืนอีก 56,581 ล้านบาท โดยจะคืนเงิน กฟผ.ครบ 83,010 ล้านบาทภายใน 1 ปี
แนวทางที่ 2 ค่าเอฟทีอยู่ที่ 93.43 สตางค์ต่อหน่วย รวมกับเงินที่ทยอยคืน กฟผ. 22.85 สตางค์ต่อหน่วย ทำให้ค่าเอฟที รวมเป็น 116.28 สตางค์ต่อหน่วย ส่งผลให้ค่าไฟฟ้าโดยรวมที่ประชาชนต้องจ่ายอยู่ที่ 4.95 บาทต่อหน่วย กรณีนี้จะส่งผลให้คืนเงิน กฟผ.ได้ช้าลง และยังเหลือที่ต้องส่งคืนอีก 69,796 ล้านบาท โดย กฟผ.จะได้รับเงินคืนครบภายใน 2 ปี
แนวทางที่ 3 ยังไม่คืนหนี้ กฟผ. 83,010 ล้านบาท โดยคิดค่าเอฟที อยู่ที่ 93.43 สตางค์ต่อหน่วย ทำให้ค่าไฟฟ้าโดยรวมที่ประชาชนต้องจ่ายอยู่ที่ 4.72 บาทต่อหน่วย

