ปณท ปรับลุค สู้แข่งเดือดโลจิสติกส์ไทย
รถขนส่งพัสดุที่วิ่งขวักไขว่กลางท้องถนน ชี้ให้เห็นถึงความเปลี่ยนแปลงของตลาดออนไลน์ ที่โตวันโตคืน โดยข้อมูลจาก เอ็ตด้า หรือสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ ระบุว่า มูลค่าอีคอมเมิร์ซไทย เติบโตต่อเนื่องทุกปี เฉลี่ยสะสมระหว่างปี 2560-2564 อยู่ที่ 9.79% โดยปี 2563 มีมูลค่า 3.78 ล้านล้านบาท และคาดการณ์ว่าปี 2564 จะเติบโตได้อีกที่ 6.11% เป็น 4.01 ล้านล้านบาท
ผลดีต่อธุรกิจขนส่ง หรือโลจิสติกส์ ที่มีเม็ดเงินไหลเข้าไม่หยุด จึงไม่แปลกใจที่จะมีผู้เล่นหน้าใหม่กระโจนเข้าสู่ตลาดนี้ไม่ขาดสาย จนแซงหน้าการเติบโตไปแล้ว และยิ่งไม่แปลกที่เจ้าตลาดอย่าง ไปรษณีย์ไทย รัฐวิสาหกิจ อายุ 139 ปี จะถูกแย่งส่วนแบ่งทางการตลาดไปต่อหน้าต่อตาจนร่อยหรอลง ด้วยลูกเล่นต่างชาติทุนหนา ดัมพ์ราคาค่าบริการต่ำกว่าต้นทุน
ดนันท์ สุภัทรพันธุ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด (ปณท) ระบุว่า การแข่งขันด้านราคาของตลาดโลจิสติกส์ เริ่มคุกรุ่นขึ้นเรื่อยๆ โดยเริ่มเห็นสัญญาณชัดตั้งแต่ปี 2561 ที่ไปรษณีย์ไทยรายได้ลดลง 10% ประกอบกับผู้ใช้บริการส่วนใหญ่เลือกตัดสินบริการของไปรษณีย์ไทยจากภาพจำความเป็นรัฐ คือช้าและราคาแพง ทั้งที่ยังไม่เคยใช้บริการ เราจึงต้องต่อสู้ด้วยการเร่งแก้ไขและปรับปรุงตัวเอง ภายใต้ต้นทุนที่ต้องไม่เพิ่มขึ้น เพื่อตอบสนองความต้องการด้านไลฟ์สไตล์ของลูกค้า เพราะเราเลือกไม่ได้ที่พ่อแม่เราเป็นรัฐ แต่เราเลือกพฤติกรรมและการทำตัวของเราได้
ทั้งอาศัยความเป็นรัฐ ในการหาพันธมิตรที่เป็นรัฐด้วยกัน เพื่อใช้ทรัพยากรของประเทศในการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์และบริการใหม่ๆ และวางกลยุทธ์ในการเปลี่ยนภาพจำของประชาชน คือ เดินหน้าพัฒนาบริการรับปริมาณการส่งด่วนที่เพิ่มมากขึ้น ด้วยบริการอีเอ็มเอสทุกวัน รับฝากทุกวัน นำจ่ายทุกวัน โดยจะมีการเปิดให้บริการรับฝากทุกวันและนำจ่ายทุกวัน ไม่มีวันหยุดตลอด 365 วัน รวมถึงยังสามารถตรวจสอบสถานะได้ตามจริงตลอด 24 ชั่วโมง ใช้บริการได้ทั้งไปรษณีย์จังหวัด ห้างสรรพสินค้า เคาน์เตอร์บริการไปรษณีย์ มีพนักงานที่คอยอำนวยความสะดวก
จัดโปรโมชั่นสุดคุ้มอีเอ็มเอส ลดทุกวัน โปรโมชั่นพิเศษสำหรับกลุ่มผู้ใช้บริการที่ต้องการส่งด่วนในวันจันทร์ เสาร์ กับราคาเริ่มต้น 25 บาท และในวันอาทิตย์ที่เริ่มต้นในพิกัดแรกเพียง 19 บาท ทุกพื้นที่ทั่วไทยราคาเดียว สามารถส่งสิ่งของที่มีน้ำหนักได้มากถึง 20 กิโลกรัม โดยบริการดังกล่าวยังคงมาตรฐานความเร็วที่ 1-2 วัน เชื่อมต่อได้กับทุกไลฟ์สไตล์โดยไม่มีข้อจำกัด ไม่มีค่าบริการเพิ่ม ระบบตรวจสอบสถานะที่มีความแม่นยำและรายงานขั้นตอนการนำจ่ายตามจริง
และบริการเข้ารับสิ่งของถึงบ้าน ซึ่งปัจจุบันมีการยกระดับการให้บริการเข้ารับฝากสิ่งของโดยที่ไม่ต้องออกจากบ้าน หากมีการนัดหมายในช่วงเช้าเจ้าหน้าที่จะมารับฝากสิ่งของในช่วงบ่าย และหากมีนัดหมายในช่วงบ่ายจะมารับฝากสิ่งของในช่วงเช้าวันถัดไป และพิเศษกับบริการเข้ารับสิ่งของถึงบ้าน 24 ชั่วโมง
นอกจากนี้ ยังมีการติดตั้งระบบรับชำระเงินออนไลน์ทั้งการใช้บัตรเครดิต-บัตรเดบิต การสแกนคิวอาร์โค้ดที่ไปรษณีย์ไปแล้วกว่า 50% โดยจะเร่งติดตั้งให้ครอบคลุมทุกแห่งทั่วประเทศ จะช่วยเพิ่มความสะดวกสบายในการชำระค่าบริการได้มากขึ้น โดยไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียม และไม่มีขั้นต่ำในการสแกนจ่าย เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าทุกกลุ่ม โดยเฉพาะกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่ใช้เทคโนโลยี และกลุ่มร้านค้าออนไลน์
ดนันท์กล่าวอีกว่า มองว่าถึงเวลาที่ธุรกิจโลจิสติกส์ไทยจะต้องมีหน่วยงานกำกับดูแล เช่น สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ที่ทำหน้าที่ออกใบอนุญาต กำกับดูแลคุณภาพ สินค้า บริการ รวมถึงวางกรอบราคาค่าบริการ สำหรับผู้ประกอบการ ซึ่งในต่างประเทศ อาทิ ฝรั่งเศส มีการกำกับดูแลอย่างเป็นระบบ จากรัฐบาลซึ่งเป็นผู้สนับสนุนเงินทุน ป้องกันการตัดราคา โดยการกำหนดเพดานราคาชัดเจน ปิดช่องโหว่การทุ่มตลาดจากนักลงทุนต่างชาติ ที่จะกลายเป็นหายนะจากการผูกขาด และตั้งราคาค่าบริการตามใจชอบ เพราะคู่แข่งขันในตลาดล้มหายตายจากไป
ขณะเดียวกัน ไปรษณีย์ไทย ซึ่งอยู่ภายใต้สังกัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) กำลังศึกษาความเป็นไปได้ในการขยายหน้าที่ของคณะกรรมการดูแลกิจการไปรษณีย์ จากเดิมที่กำกับดูแลไปรษณีย์ไทยองค์กรเดียว เป็นกำกับดูแลธุรกิจโลจิสติกส์ในประเทศไทยทั้งหมด และหาแนวทางในการระดมทุน อาทิ การนำบริษัทลูกของไปรษณีย์ไทย อย่าง บริษัท ไปรษณีย์ไทย ดิสทริบิวชัน จำกัด เข้าตลาดหลักทรัพย์ ซึ่งจำเป็นต้องเสนอเรื่องต่อคณะรัฐมนตรี (ครม.)
ด้วยข้อจำกัดของกระแสเงินสดของไปรษณีย์ไทย ทำให้ไม่สามารถทุ่มตลาดได้เหมือนทุนต่างชาติ จึงจำเป็นต้องให้รัฐบาลช่วยหาช่องทางในการระดมทุน ยิ่งในสถานการณ์ที่การแข่งขันด้านราคาดุเดือด เราจะนิ่งเฉยไม่ได้ เพราะนับวันลูกค้ายิ่งไหลออก และการจะหันกลับมาใช้บริการซ้ำยิ่งเป็นเรื่องยาก แม้ราคาต่อชิ้นลดลง 15% ทำให้รายได้ตกลง แต่ถ้าไม่ลดราคาตามลูกค้าจะยิ่งไหลออกเพิ่มขึ้นอีก แม้ว่าจะมีการปรับตัวสร้างธุรกิจใหม่ รายได้ใหม่ แต่ไม่ใช่รายได้หลักที่จะเข้ามาทดแทนรายได้ส่วนใหญ่ที่มาจากการส่งพัสดุได้ ดนันท์ระบุ
แม่ทัพไปรษณีย์ไทยยังกล่าวว่า นอกจากนี้ หน่วยงานกำกับดูแล ควรมีการจัดตั้งกองทุน เพื่อชดเชยให้กับผู้ให้บริการเชิงสังคม เพราะบริการสังคมไม่ได้ทำกำไร ในขณะที่ส่วนที่ควรได้กำไรอย่างการให้บริการเชิงพาณิชย์ เจอการทุ่มตลาดของต่างชาติที่ไร้การกำกับดูแล จนทำให้ไปรษณีย์ไทยขาดทุนและไม่สามารถมาทดแทนกันได้
ทั้งนี้ เพื่อต่อสู้กับคู่แข่งได้อย่างสมศักดิ์ศรี ประคองธุรกิจให้ไปรษณีย์ไทยที่เปรียบเหมือนสันหลังของประเทศด้านโลจิสติกส์ ซึ่งภาพสะท้อนจากวิกฤตโควิด-19 ของการเป็นผู้ให้บริการเชิงสังคม อาทิ การส่งของเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัย การจัดส่งยาและเวชภัณฑ์ รวมถึงบริการจัดส่งผลไม้ให้เกษตรกรและสินค้าชุมชน ได้อยู่รอดต่อไป เพราะในวันที่ไปรษณีย์ไทยอยู่ไม่ได้ ย่อมส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของประเทศแน่นอน
การแข่งขันที่ดีจะต้องเปิดกว้างและเป็นธรรม ไปรษณีย์ไทยเป็นบริการภาครัฐ ภายใต้การถือหุ้นของกระทรวงการคลัง 100% ยากที่จะต่อสู้ในสมรภูมิการแข่งขันด้านราคาที่ดุเดือด ที่แม้ราคาน้ำมันยังคงผันผวน แต่คู่แข่งสามารถดัมพ์ราคาลงไปถึงชิ้นละ 8 บาท ซึ่งต่ำกว่าต้นทุนได้ แต่ไปรษณีย์ไทยไม่สามารถทำได้ ทำให้ส่วนแบ่งทางการตลาดลดลงเหลือ 45% จาก 57% เมื่อ 2 ปีก่อน และปี 2564 มีผลขาดทุนประมาณ 1,600-1,700 ล้านบาท ซึ่งสัดส่วนรายได้หลักมาจากการส่งพัสดุ 40% ไปรษณีย์ภัณฑ์ 30% ขนส่งต่างประเทศ 20% และบริการทางการเงิน 10% ดนันท์กล่าวทิ้งท้าย
จากนี้คงต้องลุ้นและเอาใจช่วยให้ไปรษณีย์ไทยสามารถทำธุรกิจใน Red Ocean ที่กำลังเป็นทะเลเดือดนี้ ใต้การช่วงชิงรายได้ และกำไรที่ลดลงต่อเนื่องแบบนี้อย่างไร ขณะเดียวกันต้องมองหาทางเลือกใหม่เพื่อให้บริษัทยังเติบโตและอยู่รอดได้

