‘สมคิด’ เผยอย่ากลัวซีพีผนึกอาลีบาบา ลั่นถึงเวลาปรับตัว อีคอมเมิร์ซมาแน่

5.11.16 | 12:17 น.

“สมคิด” ลั่นอย่ากลัวซีพีผนึกอาลีบาบา ถึงเวลาปรับตัวอีคอมเมิร์ซมาแน่ รบ.-สอท.-หอค้าฯช่วยดูไม่ผูกขาด

“สมคิด” ชี้อาลีบาบาผนึกซีพีเป็นเรื่องธุรกิจ อย่ากลัวผูกขาดฟินเทค รัฐออกนโยบายให้ทุกฝ่ายได้ประโยชน์ “สอท.-หอการค้า” ช่วยดูอีกแรง แนะทุกฝ่ายเร่งปรับตัว อีคอมเมิร์ซมาแน่ เปิดจับคู่ธุรกิจแดนมังกร 3 วัน 3 พันล้าน “สาลินี” เผยส่งสินค้าแข่งต้องมีนวัตกรรม เน้นขายผ่านออนไลน์ ถึงสู้ได้

เมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายน มีการเปิดงานมหกรรมแสดงสินค้ามาตรฐานไทยและจีนส่งออก ครั้งที่ 6 ที่ศูนย์แสดงสินค้าอิมแพค เอ็กซิบิชั่น เมืองทองธานี โดยนายพิสิฐ รังสฤษฎ์วุฒิกุล เลขาธิการสำนักงานมาตรฐานอุตสาหกรรม (สมอ.) กล่าวว่า จีนเป็นคู่ค้าสำคัญ อยู่ในลำดับ 1 ใน 3 ของไทย ปี 2558 การส่งออกสินค้าไปจีนมีมูลค่า 7.3 แสนล้านบาท คิดเป็น 11% ของการส่งออก และจีนมาลงทุนในไทยประมาณ 53 รายการ มีมูลค่าการลงทุน 1.25 แสนล้านบาท

นางสาลินี วังตาล ผู้อำนวยการ สสว. กล่าวว่า การจัดงานครั้งนี้ใช้พื้นที่ 6,750 ตร.ม. รวม 3 วัน ระหว่างวันที่ 4-6 พฤศจิกายน มีผู้ประกอบการไทยและจีนร่วมงาน 300 ราย รวมสินค้าประมาณ 1,000 รายการ ทั้งเสื้อผ้า เครื่องแต่งกาย อาหารแปรรูป นอกจากนี้ ได้เปิดให้มีการเจรจาจับคู่ทางเจรจาธุรกิจด้วย คาดว่าจะมีเงินสะพัดและเกิดมูลค่าทางเศรษฐกิจหลังจากนี้ประมาณ 3 พันล้านบาท “สำหรับการทำการค้าในตลาดจีน มองว่าผู้ประกอบการไทยจะต้องพัฒนาเรื่องการเพิ่มมูลค่าสินค้าให้มากขึ้น เนื่องจากสินค้าจีนมีนวัตกรรมสูง อาทิ ร่มไม้เซลฟี่ ที่สามารถใช้งานได้ทั้งกางเป็นร่มและใช้เป็นไม้เซลฟี่ รวมถึงจะต้องเพิ่มช่องทางการค้าให้เป็นออนไลน์มากขึ้นด้วย จึงจะสามารถแข่งขันกับจีนได้” นางสาลินีกล่าว

ที่กระทรวงการคลัง ในการมอบนโยบายแก่กระทรวงการคลังของนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี นายสมคิดได้กล่าวถึงกรณีข่าวความร่วมมือกันระหว่างเว็บไซต์อาลีบาบาของนายแจ๊ก หม่า นักธุรกิจยักษ์ใหญ่ชาวจีน กับเครือเจริญโภคภัณฑ์ หรือซีพี ทำธุรกิจในไทย ทำให้เกิดข้อกังวลจากหลายฝ่ายว่าจะเป็นการกีดกันฟินเทครายอื่นหรือไม่ ว่าการออกนโยบายใดๆ ของรัฐบาลตั้งใจให้ทุกฝ่ายได้ประโยชน์ ส่วนใครจะจับมือกับใครเป็นเรื่องของเอกชนในการแข่งขันด้านธุรกิจ รัฐบาลไม่ได้สนับสนุนให้มีการผูกขาดแน่นอน การดึงอาลีบาบาเข้ามาในไทยเพื่อให้มาช่วยเอกชนในด้านอีคอมเมิร์ซ ไม่อยากให้ไปกลัว และต้องมีความไว้ใจกัน อยากให้มองว่าในอนาคตอีคอมเมิร์ซมาแน่ เห็นได้จากเวียดนามที่มีการพัฒนาคนเพื่อรองรับการทำงานอีคอมเมิร์ซไปแล้ว 5 แสนคน และปีหน้าจะพัฒนาให้ได้ 1 ล้านคน

Advertisement

“การเอาเอกชนจากต่างประเทศเข้ามา ไม่ใช่ให้มาผูกขาด แต่เป็นการให้เข้ามาเสริม มาช่วย เพราะพวกคุณทำไม่ได้ ไม่อยากให้กลัว รัฐบาลมีหน้าที่ดูแลไม่ให้ผูกขาด สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) สภาหอการค้าแห่งประเทศไทยก็ดูแลอยู่แล้ว เมืองไทยไม่ได้มีแค่ซีพี มีอีกตั้งหลายบริษัท คงไม่สามารถไปบอกว่าห้ามเขาเข้ามาร่วมมือกันเพราะกลัวการผูกขาด ตรงนี้คงไม่ใช่ คงไม่สามารถไปปิดกั้นใครได้” นายสมคิดกล่าว