‘พิชัย’ จวก ‘บิ๊กตู่’ ภัยคุกคาม ศก. ขาดความรู้รับมือ ศก.โลกที่ผันผวน ต้องถูกด่าถึงแก้ไข

‘พิชัย’ จวก ‘บิ๊กตู่’ ภัยคุกคาม ศก.ที่แท้จริง ติง เป็นผู้นำขาดความรู้ที่จะรับมือ ศก.โลกที่ผันผวน ต้องถูกด่าถึงแก้ไข แนะ เร่งเปลี่ยนผู้นำก่อน ศก.ไทยจะทรุดหนัก เชื่อ หาก “อาคม-สุพัฒนพงษ์” ออกจาก รบ.ชุดนี้ไปก็จะตำหนิ เหมือน “สมคิด”

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 2 สิงหาคม ที่พรรคเพื่อไทย (พท.) นายพิชัย นริพทะพันธุ์ รองประธานยุทธศาสตร์ ด้านเศรษฐกิจพรรค พท. แถลงกรณีภัยคุกคามทางเศรษฐกิจไทย ว่า ธนาคารกลางของสหรัฐประกาศขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีก 0.75% เป็นครั้งที่ 2 ติดต่อกัน ทำให้อัตราดอกเบี้ยของสหรัฐห่างกับอัตราดอกเบี้ยของไทยค่อนข้างมาก ซึ่งจะเป็นผลกระทบกดดันกับเศรษฐกิจไทยอย่างมาก นอกจากนี้ ผลการขึ้นดอกเบี้ยของสหรัฐและความพยายามที่จะคุมเงินเฟ้อทำให้เศรษฐกิจสหรัฐในไตรมาสสองติดลบ 0.9% ซึ่งเป็นการติดลบเป็นไตรมาสที่สองติดต่อกันหลังจากไตรมาสแรกติดลบแล้ว 1.6% โดยทางเทคนิคแล้วเศรษฐกิจของสหรัฐเข้าสู่ภาวะถดถอยแล้ว แต่สภาวะเศรษฐกิจโดยรวมของสหรัฐยังเข้มแข็งอยู่และต้องจับตาดูว่าเงินเฟ้อในสหรัฐจะลดลงไหม ถ้ายังไม่ลดก็มีโอกาสที่สหรัฐจะขึ้นดอกเบี้ยอีก ในภาวะเศรษฐกิจเช่นนี้จะช้าจะเร็วโอกาสที่เศรษฐกิจสหรัฐจะเข้าสู่ภาวะถดถอยก็เป็นไปได้มาก และจะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจทั่วโลก อีกทั้งเศรษฐกิจจีนในไตรมาส 2 ก็ย่ำแย่ขยายตัวได้เพียง 0.4% เท่านั้น รวมถึงเศรษฐกิจอียูก็ยังแย่จากสงครามรัสเซียยูเครน ดังนั้น เศรษฐกิจสหรัฐ จีน และอียูที่ย่ำแย่จะส่งผลกระทบไปทั่วโลก และจะส่งผลถึงเศรษฐกิจไทยที่กำลังย่ำแย่อยู่แล้วด้วย

นายพิชัย กล่าวต่อว่า ขณะในเดือนสิงหาคมประเทศไทย ค่าก๊าซหุงต้มได้ขึ้นเป็น 393 บาท/ถัง 15 กก. ทั้งที่ ค่าการตลาดน้ำมันก็ได้ปรับลดลงตามที่คณะทำงานเศรษฐกิจพรรค พท. ได้ทักท้วงและจะขึ้นค่าไฟฟ้าถึงหน่วยละ 4.72 บาทในงวดเดือนกันยายน ซึ่งก็ยังสูงมาก และหากคณะทำงานเศรษฐกิจพรรค พท. ไม่ทักท้วงไว้ น่าจะขึ้นทะลุไปหน่วยละ 5 บาท หรือ 6 บาท แม้จะขึ้นน้อยลงในตอนนี้ แต่กำลังรอเวลาจะขึ้นราคาอีกครั้งในไม่ช้า ซึ่งจะเป็นการสร้างภาระให้ประชาชนและภาคธุรกิจอย่างมาก ทั้งนี้ พิสูจน์แล้วว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ไม่ถูกด่าก็ไม่ยอมแก้ไข

นายพิชัย กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ การขึ้นดอกเบี้ยของสหรัฐจะกดดันให้ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ต้องขึ้นดอกเบี้ยในไม่ช้านี้ ซึ่งจะเพิ่มภาระให้กับประชาชนอย่างมากทั้งค่าผ่อนรถ ผ่อนบ้าน และหนี้สินต่างๆ รวมถึงหนี้ธุรกิจที่จะต้องจ่ายดอกเบี้ยเพิ่ม ดังนั้น จึงอยากเรียกร้องให้รัฐบาลและธปท. ได้พิจารณาอย่างรอบคอบในระดับอัตราดอกเบี้ยที่เหมาะสมเพื่อให้เศรษฐกิจไทยสามารถขยายตัวต่อไป และเงินทุนไม่ไหลออก เพราะตั้งแต่ต้นปีเงินทุนสำรองลดลง 45,000 ล้านเหรียญสหรัฐ ลดลงต่ำกว่า 220,000 ล้านเหรียญครั้งแรกในรอบ 3 ปี ค่าเงินบาทก็อ่อนค่าลง และถึงแม้ไทยจะส่งออกได้มาก 6 เดือนแรกขยายตัวได้ 12.7% แต่นำเข้าขยายตัวมากกว่า ทำให้ไทยขาดดุลการค้าอย่างมาก 6 เดือนที่ผ่านมาไทยขาดดุลการค้าแล้วกว่า 6.25 พันล้านเหรียญ ซึ่งหากการท่องเที่ยวไม่เพิ่มขึ้นเท่าที่ควร ประเทศไทยจะเกิดการขาดดุลแฝดคือ ขาดดุลทางการคลัง และขาดดุลบัญชีเดินสะพัดพร้อมกัน ซึ่งเป็นสัญญาณอันตรายต่อเศรษฐกิจของประเทศต่างๆ ทั่วโลกและไทยเองจะต้องระวังอย่างมาก ข้อมูลของผู้ว่าการ ธปท. ไม่ได้พูดถึงเรื่องนี้เลย ซึ่งเป็นปัญหาสำคัญและคำอธิบายหลายเรื่อง ของผู้ว่าการ ธปท. ก็ยังคลุมเครือ

นายพิชัย กล่าวด้วยว่า ดังนั้น ปัญหาเศรษฐกิจโลกที่จะถดถอย และปัญหาดอกเบี้ยขาขึ้น ปัญหาราคาพลังงานที่พุ่งสูง ปัญหาเงินเฟ้อ ปัญหาเหล่านี้จะซ้ำเติมปัญหาเศรษฐกิจไทยที่มีอยู่แล้ว เช่น ปัญหาการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจที่ต่ำและเศรษฐกิจยังไม่ฟื้นเท่าเดิม ปัญหาประเทศหนี้ล้นประชาชนหนี้ท่วม ปัญหาความสามารถแข่งขันที่ลดลงอย่างมาก ปัญหาโครงสร้างพื้นฐานที่ไม่พัฒนา ปัญหาอุตสาหกรรมที่ล้าสมัย ทั้งหมดนี้เกิดมาจากการบริหารประเทศที่ผิดพลาด และขาดความรู้ความสามารถของ พล.อ.ประยุทธ์ตลอด 8 ปีที่ผ่านมา โดย พล.อ.ประยุทธ์เพิ่งจะมารู้ตัวถึงได้ออกยุทธศาสตร์ 3 แกน แต่สถานการณ์น่าจะเลวร้ายเกินเยียวยาแล้ว ความเชื่อมั่นของผู้นำไม่เหลือแล้ว สังเกตได้ว่ารัฐมนตรีที่ร่วมบริหารกับ พล.อ.ประยุทธ์พอออกไปแล้วก็จะตำหนิความด้อยความสามารถของ พล.อ.ประยุทธ์กันทุกคน ตั้งแต่ ม.ร.ว ปรีดิยาธร เทวกุล, นายสมหมาย ภาษี, นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ และพวกเป็นต้น

Advertisement

“ซึ่งเชื่อได้ว่าเมื่อนายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และนายสุพัฒนพงษ์ พันธุ์มีเชาว์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ออกไปก็อาจจะตำหนิ พล.อ.ประยุทธ์เช่นกันในความล้มเหลว เพราะคงไม่มีใครอยากยอมรับความล้มเหลวที่เกิดขึ้นว่าเป็นความผิดของตัวเอง แม้กระทั่งปัจจุบัน พล.อ.ประยุทธ์ยังคิดได้เพียงโครงการคนละครึ่ง แถมให้เพียง 800 บาท โดยบอกว่าเศรษฐกิจดีขึ้นแล้ว ทั้งที่ก่อนหน้านี้นายอาคมเพิ่งจะบอกว่ารัฐบาลต้องเลิกแจกเงินและหันมาฟื้นฟูเศรษฐกิจได้แล้ว แต่ พล.อ.ประยุทธ์คงไม่เข้าใจ คิดเป็นแต่แจกเงินอย่างเดียวเท่านั้น ทั้งนี้ จะเห็นได้ว่าประเทศไทยกำลังจะเผชิญภัยคุกคามทางเศรษฐกิจอย่างรุนแรงในหลายด้าน โดยที่ผู้นำไม่ได้มีความรู้ความเข้าใจ ซึ่งจะทำให้สถานการณ์เลวร้ายลงไปอีก ดังนั้น ภัยคุกคามทางเศรษฐกิจของไทยที่หนักที่สุดคือ ตัวพล.อ.ประยุทธ์เอง เพราะเป็นสาเหตุหลักของประเทศที่เสื่อมถอย อีกทั้งยังจะพยายามที่จะรักษาอำนาจในทุกวิถีทาง และพยายามแก้กติกากลับไปกลับมากลัวแพ้ โดยไม่รู้ตัวเลยว่าไม่ว่าจะเลือกกติกาไหน ประชาชนก็จะไม่เลือกผู้นำที่บริหารล้มเหลวอีกต่อไปแล้ว และน่าจะต้องสำนึกตัวเองได้แล้ว อีกทั้งครบ 8 ปีแล้วตามกำหนดรัฐธรรมนูญอย่าพยายามดันทุรังอีกเลย และนักวิชาการได้ออกมาเรียกร้องแล้ว” นายพิชัย กล่าว

QR Code
เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่
Line Image