หน้าแรก เศรษฐกิจ คนกรุงรับได้ ...

คนกรุงรับได้ ‘ชัชชาติ’ เก็บค่าตั๋วสายสีเขียวสูงสุด 59 บาท ฝากเจรจาบีทีเอสคืนโปร ‘ตั๋วเดือน’

3.08.22 | 12:52 น.

คนกรุงรับได้ ‘ชัชชาติ’ เก็บค่าตั๋วสายสีเขียวสูงสุด 59 บาท ฝากเจรจาบีทีเอสคืนโปร ‘ตั๋วเดือน’

สืบเนื่องจากกรณีนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) เตรียมจะออกประกาศเก็บค่าโดยสารรถไฟฟ้าสายสีเขียวส่วนต่อขยายช่วงแบริ่ง-สมุทรปราการ ระยะทาง 13 กิโลเมตร จำนวน 9 สถานี กับช่วงหมอชิต-สะพานใหม่-คูคต ระยะทาง 19 กิโลเมตร จำนวน 16 สถานี ในเร็วๆ นี้ หลังเปิดใช้ฟรีมานานหลายปี เพื่อให้ กทม.มีรายได้บรรเทาภาระหนี้ค่าจ้างเดินรถที่ต้องจ่ายให้กับบริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือบีทีเอสซี

ค่านั่งส่วนต่อขยายเริ่ม 14 บาท

แหล่งข่าวจาก กทม.กล่าวว่า สำหรับอัตราค่าโดยสารสายสีเขียวส่วนต่อขยายจะเริ่มต้นที่ 14 บาท จากนั้นเก็บเพิ่ม 2 บาท/สถานี เมื่อรวมเส้นทางหลักที่เป็นสัมปทานของบีทีเอสซีแล้ว ทาง กทม.จะเก็บสูงสุดไม่เกิน 59 บาทเท่ากับราคาปัจจุบัน กล่าวคือ เส้นทางหลักอยู่ที่ 16-44 บาท และส่วนต่อขยายที่ 1 ราคา 15 บาท และเก็บค่าแรกเข้าครั้งเดียว

“ค่าโดยสารที่เก็บ 59 บาท/เที่ยว หากผู้โดยสารนั่งเข้าเส้นทางสัมปทานด้วย ต้องหักให้บีทีเอสซี 44 บาท ที่เหลือ 15 บาท เป็นของ กทม. แต่ถ้าผู้ใช้บริการนั่งเฉพาะส่วนต่อขยายรายได้ทั้งหมดเป็นของ กทม. เช่น จากสถานีคูคต-สถานีหมอชิตอยู่ที่ 46 บาท” แหล่งข่าวกล่าว

คาดมีคนใช้วันละ 3 แสน ขาดทุน 18 ล้าน

แหล่งข่าวกล่าวอีกว่า ทั้งนี้ ประเมินว่าจะมีผู้โดยสารใช้บริการส่วนต่อขยายประมาณ 300,000 เที่ยวคน/วัน เมื่อคิดเป็นรายได้ที่เก็บ 15 บาท/เที่ยว เท่ากับ กทม.มีรายได้ประมาณ 4.5 ล้านบาท/วัน ยังไม่เพียงพอจ่ายค่าจ้างเดินรถอยู่ที่ 22-23 ล้านบาท/วัน หรือขาดทุนประมาณ 18 ล้านบาท/วัน ถึงจะเป็นรายได้ไม่มาก ยังดีกว่าไม่เก็บและไม่มีรายได้

จ่อขอสภา กทม.อุดหนุนส่วนต่าง

“เรื่องเก็บค่าโดยสารยังไม่กำหนดชัดจะเริ่มเก็บเมื่อไหร่ ทางผู้ว่าฯกทม.ออกประกาศจัดเก็บได้เลย ไม่ต้องขออนุมัติจากสภา กทม. แต่ที่ต้องขอสภา คือ ของบประมาณมาอุดหนุนส่วนต่างค่าโดยสารส่วนต่อขยาย คาดว่าอยู่ที่ประมาณปีละ 4,000-5,000 ล้านบาท” แหล่งข่าวกล่าว

Advertisement

ผู้ใช้บริการ ‘รับได้’ ค่าตั๋ว 59 บาท

เมื่อวันที่ 3 สิงหาคม ผู้สื่อข่าวได้สอบถามความคิดเห็นของประชาชนที่ใช้บริการ โดย นางสาวนภาพร สอนสังข์ พนักงานบริษัท อายุ 37 ปี กล่าวว่า ใช้บริการรถไฟฟ้าสายสีเขียวทุกวันจากบ้านที่สะพานควายไปทำงานที่อโศก จ่ายค่าโดยสารเที่ยวละ 44 บาท รวมไปกลับอยู่ที่ 88 บาทต่อวัน ยังไม่รวมค่านั่งมอเตอร์ไซค์เข้าไปออฟฟิศอีก ทั้งนี้ หากผู้ว่าฯกทม.จะเก็บค่าโดยสารสูงสุดที่ 59 บาท ยังรับได้เพราะเท่ากับราคาปัจจุบันและเป็นราคาที่ไม่แพงมากหากนั่งยาว

“อยากให้ท่านผู้ว่าคุยกับบีทีเอส ให้มีการทำตั๋วโปรโมชั่น นำตั๋วเดือนกลับมาใช้อีก เพื่อค่าโดยสารจะได้ถูกลงมากกว่านี้ โดยเฉพาะราคาระหว่างสถานี เพราะบางคนอาจจะไม่ได้นั่งยาว และขอให้รัฐบาลมาดูว่าจะสามารถใช้บัตรใบเดียวนั่งได้ทุกสายได้หรือไม่ เพราะตอนนี้ต้องพกบัตรโดยสารรถไฟฟ้าหลายใบ ทั้งรถไฟฟ้าใต้ดิน บีทีเอส”

นางสาวมุฑิตา พนักงานบริษัท อายุ 35 ปี กล่าวว่า เห็นด้วยที่ผู้ว่าฯกทม.จะเก็บค่าโดยสารสายสีเขียวส่วนต่อขยายอัตราสูงสุดไม่เกิน 59 บาท เพราะเปิดใช้ฟรีมานานแล้ว เพื่อจะได้มีรายได้ ซึ่งเป็นราคาที่ไม่ถือว่าแพงมากหากนั่งยาว ทั้งนี้ อยากให้บีทีเอสนำบัตรแบบตั๋วเดือนกลับมาใช้อีกเพราะทำให้ประหยัดค่าโดยสารต่อเที่ยวไปได้พอสมควร

“ปัจจุบันต้องจ่ายค่ารถไฟฟ้าบีทีเอส 88 บาทต่อวัน ไม่รวมค่านั่งมอเตอร์ไซค์ และรถเมล์อีก 40 บาท เมื่อรวมค่าใช่จ่ายต่อวันอยู่ที่ 128 บาท ถือว่าสูงอยู่ และอยากให้มาช่วยดูเรื่องรถเมล์ที่รอนาน ขาดช่วงด้วย บางครั้งรอนานเรารอไม่ไหวก็ต้องใช้บริการแกร็บ ทำให้เสียค่าใช้จ่ายเพิ่มอีก”

ขอบีทีเอสจัดโปรตั๋วเที่ยว-ตั๋วเดือน

นางสาวปานรัชนี เทพจิตร อายุ 34 ปี พนักงานบริษัทเอกชน กล่าวว่า ใช้บริการรถไฟฟ้าบีทีเอสบ้างในบางวัน โดยส่วนตัวคิดว่าค่าโดยสารสูงสุด 59 บาทถือว่าไม่เป็นภาระมาก เพราะส่วนใหญ่คนใช้รถไฟฟ้าทุกวันเป็นคนทำงาน มีรายได้ที่สามารถจ่ายได้ แต่อยากให้บีทีเอสนำบัตรรายเดือนมาให้บริการอีก เพราะทำให้ค่าโดยสารต่อเที่ยวถูกลง ในช่วงค่าครองชีพสูงขึ้น

“จากที่ใช้บริการ เคยซื้อตั๋วรายวัน 140 บาท ดีมากเพราะขึ้นกี่เที่ยวก็ได้ อยากให้ท่านผู้ว่าคุยกับบีทีเอส ให้มีตั๋วเที่ยว ตั๋วเดือนเหมือนเมื่อก่อน เพราะหากไม่มีโปรโมชั่น ทำให้คนใช้บริการเสียค่าโดยสารวันละเกือบ 100 บาท ยังมีค่าต่อรถเมล์ มอเตอร์ไซค์อีก เพราะรถไฟฟ้าไม่ได้วิ่งถึงหน้าบ้าน” นางสาวปานรัชนีกล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า หลังบีทีเอสใช้โปรโมชั่นตั๋วรายเดือน (30 วัน) มาเป็นระยะเวลา 15 ปี ได้ยกเลิกเมื่อเดือนตุลาคม 2564 หลังพบว่าพฤติกรรมคนเปลี่ยนจากสถานการณ์โควิด ทำให้คนทำงานที่บ้านกันมากขึ้น โดยปัจจุบันมีจัดโปรโมชั่น “ยิ่งติ๊ด ยิ่งได้ สะสมพอยท์” แลกเที่ยวเดินทางแทนตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2564 ถึงวันที่ 31 ตุลาคม 2565