หน้าแรก เศรษฐกิจ กรมอุตุฯชี้ยั...

กรมอุตุฯชี้ยังมีฝน เตือนชาวนาอีสานระวังตากข้าวเปลือกเสียหาย คนกทม.เตรียมรับหนาวธ.ค.นี้

5.11.16 | 15:35 น.

นายวันชัย ศักดิ์อุดมไชย อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา เปิดเผยว่า ระหว่างวันที่ 7-9 พฤศจิกายน 2559 อุณหภูมิในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จะเริ่มลดลง 3-5 องศาเซลเซียสโดยเฉพาะจังหวัดมุกดาหาร บึงกาฬ เพราะบริเวณความกดอากาศสูงกำลังค่อนข้างแรงจากประเทศจีนจะแผ่ลงมาปกคลุมประเทศไทยตอนบน แต่ก่อนเริ่มรู้สึกหนาวจะมีฝนฟ้าคะนองรับการเปลี่ยนแปลงของอากาศก่อน ดังนั้น ขอเตือนให้เกษตรกรที่ตากข้าวเปลือกอยู่ให้ระมัดระวังผลผลิตจะเสียหาย อย่างไรก็ตาม อากาศที่ลดลงจะเริ่มที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จากนั้นวันที่ 8 พฤศจิกายน อากาศหนาวจะมาภาคเหนือ และหลังจากนั้นอีก 1 วันมาที่ภาคกลางตอนบน ส่วนภาคกลางตอนล่างและกรุงเทพมหานคร นั้นจะไม่ค่อยรู้สึกถึงอากาศหนาวมากนัก และยังมีฝนตกบางช่วงด้วย


“ ช่วงอากาศหนาวไล่ลงมา ก่อนที่จะเปลี่ยนไปสู่อากาศหนาว จะมีฝนฟ้าคะนองก่อน เนื่องจาก อากาศช่วงนี้มีความชื้นสูง ส่วนกรุงเทพมหานครนั้นแม้จะยังไม่รู้สึกถึงอากาศหนาวแต่ในช่วงเช้าของทุกวันจะรู้สึกถึงลมเย็น และคนกรุงเทพจะรู้สึกถึงอากาศหนาวจนต้องหยิบเสื้อแขนยาวมาสวมใส่ได้ในช่วงเดือนธันวาคม”นายวันชัย กล่าว

สำหรับมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมภาคใต้และอ่าวไทย มีกำลังแรงขึ้น ทำให้บริเวณภาคใต้มีฝนเพิ่มมากขึ้นกับมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง คลื่นบริเวณอ่าวไทยจะมีกำลังแรง โดยมีคลื่นสูง 2-3 เมตร ขอให้ประชาชนที่อาศัยบริเวณชายฝั่งระมัดระวังอันตรายจากคลื่นลมแรงที่พัดเข้าหาฝั่ง สำหรับชาวเรือขอให้เดินเรือด้วยความระมัดระวัง และเรือเล็กควรงดออกจากฝั่งในช่วงเวลาดังกล่าวด้วย

อย่างไรก็ตาม ช่วงวันที่ 5-6 พฤศจิกายน 2559 พายุดีเปรสชั่นบริเวณใกล้ชายฝั่งประเทศเวียดนามตอนล่าง มีแนวโน้มเคลื่อนขึ้นฝั่งในวันนี้ และจะเข้าปกคลุมประเทศกัมพูชา หลังจากนั้นและจะมีกำลังอ่อนลง ซึ่งส่งผลให้ภาคกลางตอนล่าง ภาคตะวันออก และภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่างจะมีฝนเกิดขึ้นได้ในระยะนี้

Advertisement

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เว็บไซต์กรมอุตุนิยมวิทยาพยากรณ์อากาศ 7 วันข้างหน้า ระหว่าง 5-11 พฤศจิกายน 2559 ระบุว่า ภาคเหนือ วันที่ 5-6 พฤศจิกายน มีอากาศเย็นกับมีหมอกบางในตอนเช้า อุณหภูมิจะสูงขึ้นเล็กน้อยอุณหภูมิต่ำสุด 18-23 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 29-31 องศาเซลเซียส ส่วนวันที่ 7-9 พฤศจิกายน ฝนฟ้าคะนอง 30-40% ของพื้นที่ หลังจากนั้นอากาศจะเย็นลงอุณหภูมิต่ำสุด 17-21 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 28-30 องศาเซลเซียส

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ วันที่ 5-6 พฤศจิกายน มีอากาศเย็นกับมีหมอกบางในตอนเช้า อุณหภูมิจะสูงขึ้นเล็กน้อย โดยมีฝนเล็กน้อยบางแห่งทางตอนล่างของภาคอุณหภูมิต่ำสุด 19-23 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 28-32 องศาเซลเซียส ในวันที่ 7-8 พฤศจิกายน มีฝนฟ้าคะนอง 30-40% ของพื้นที่ ช่วงวันที่ 9-11 พฤศจิกายน อากาศเย็นในตอนเช้า อุณหภูมิจะลดลง กับมีลมแรงอุณหภูมิต่ำสุด 17-20 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 28-31 องศาเซลเซียส

ภาคกลาง วันที่ 5-6 พฤศจิกายน มีอากาศเย็นกับมีหมอกบางในตอนเช้า อุณหภูมิจะสูงขึ้น อุณหภูมิต่ำสุด 22-24 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-34 องศาเซลเซียส วันที่ 7-9 พฤศจิกายน มีฝนฟ้าคะนอง 30-4% ของพื้นที่ หลังจากนั้นอากาศจะเย็นลงอุณหภูมิต่ำสุด 20-22 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-33 องศาเซลเซียส

ภาคตะวันออก วันที่ 5 พฤศจิกายน อากาศเย็นและหมอกบางในตอนเช้า โดยมีฝนเล็กน้อยบางแห่ง วันที่ 6-11 พฤศจิกายน มีฝนฟ้าคะนอง 40-60% ของพื้นที่ กับมีฝนตกหนักบางแห่ง หลังจากนั้นอากาศจะเย็นลงอุณหภูมิต่ำสุด 21-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-33 องศาเซลเซียส ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก) ในวันที่ 5 พฤศจิกายน มีฝนฟ้าคะนอง 40-60 %ของพื้นที่ กับมีฝนตกหนักบางแห่ง วันที่ 6-11 พฤศจิกายน มีฝนฟ้าคะนอง 60-80% ของพื้นที่ กับมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง โดยเฉพาะวันที่ 6-9 พฤศจิกายนทะเลมีคลื่นสูง 2-3 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองทะเลมีคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตรอุณหภูมิต่ำสุด 22-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-33 องศาเซลเซียส

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก) ในวันที่ 5 พฤศจิกายน มีฝนฟ้าคะนอง 30-40%ของพื้นที่ วันที่ 6-11 พฤศจิกายน มีฝนฟ้าคะนอง 60-70% ของพื้นที่ กับมีฝนตกหนักบางแห่ง โดยเฉพาะวันที่ 6-9 พฤศจิกายนทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตรอุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-31 องศาเซลเซียส

กรุงเทพมหานครและปริมณฑล ในวันที่ 5 พฤศจิกายน มีเมฆบางส่วนกับมีหมอกบางในตอนเช้า ส่วนในช่วงวันที่ 6-9 พฤศจิกายน มีฝนฟ้าคะนอง 40-60% ของพื้นที่ กับมีฝนตกหนักบางแห่ง