‘รองพงษ์’ ส่งซิก ‘กกพ.’ ถกใหม่ ทบทวนขึ้นค่าไฟ 4.72 บ./หน่วย ชี้กระทบวงกว้าง
วันที่ 8 สิงหาคม ต้องลุ้นว่าภายสัปดาหนี้คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) จะมีการพิจารณาทบทวนการขึ้นค่าไฟฟ้าผันแปรอัตโนมัติ (เอฟที) อีก 68.66 สตางค์ต่อลิตร ส่งผลให้ค่าไฟฟ้ารวมที่เรียกเก็บประชาชนงวดเดือนกันยายน-ธันวาคม 2565 ขยับเป็น 4.72 บาทต่อหน่วยหรือไม่ หลังจากนายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาวน์ รองนายกฯและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ออกมาส่งสัญญาณว่าการขึ้นค่าไฟดังกล่าวมีผลกระทบเป็นวงกว้าง
เมื่อวันที่ 7 สิงหาคม นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาวน์ รองนายกฯและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน กล่าวว่า สัปดาห์นี้ กกพ.น่าจะออกมาพูดได้ เพราะ กกพ.เป็นหน่วยงานกำกับดูแลกิจการพลังาน รัฐให้นโยบาย กกพ.เป็นผู้ดำเนินการ ค่อนข้างอิสระ มีอำนาจของตนเอง แต่การดำเนินการใดๆ ที่สำคัญพอมีมติออกไปก็ต้องฟังความคิดเห็นผู้มีส่วนได้เสีย เรื่องนี้ กกพ.รับทราบข้อมูลแล้ว คงเห็นว่ามีผลกระทบวงกว้าง อาจต้องกลับมาหารือกันใน กกพ. เพื่อความรอบคอบอีกครั้ง
ขณะที่ นายเกรียงไกร เธียรนุกุล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวถึงกรณีการปรับขึ้นค่าไฟฟ้าว่า เมื่อปรับต้นทุนต่างๆ ขึ้นจะส่งผลกระทบอย่างแน่นอน อุตสาหกรรมใช้ไฟฟ้าในการผลิตจำนวนมากย่อมได้รับผลกระทบหนัก แต่ภาคอุตสาหกรรมใช้ไฟฟ้าน้อย ก็ไม่ใช่จะไม่กระทบเลย อาจต้องปรับขึ้นราคาขายสินค้า และทำให้เงินเฟ้อเพิ่มขึ้นอีก ท้ายที่สุดผู้รับภาระจะเป็นผู้บริโภคก็คือประชาชน ดังนั้น อยากฝากรัฐบาลว่าถ้าจะเพิ่มอัตราค่าไฟฟ้าอยากให้พิจารณาให้รอบคอบถึงอัตราที่จะขึ้น ถ้าเป็นไปได้ขอให้ค่อยเป็นค่อยไป เพื่อให้ทุกภาคส่วนทั้งภาคอุตสาหกรรมและภาคประชาชนมีเวลาปรับตัว ดีกว่าการขึ้นทีเดียวฮวบฮาบ

