บิ๊กตู่เอาไง? งบกลางเกลี้ยง!! ไร้เงินอุ้มค่าไฟ 8,000 ล้านบาท ลุ้นทางออกดึงงบประมาณ’66 ใช้ก่อน
แหล่งข่าวจากคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) กล่าวถึงมติปรับขึ้นเอฟทีอีก 68.66 สตาง์ต่อหน่วย งวดเดือนกันยายน-ธันวาคม 2565 ว่า กกพ.ยืนยันว่าได้ส่งเอกสารทุกอย่างให้ 3 การไฟฟ้า ประกอบด้วย การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) การไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) และการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค(กฟภ.) มีผลทางกฎหมายไปแล้ว หากรัฐบาลต้องการช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบสามารถออกเป็นมาตรการเยียวยาประชาชนแยกส่วนออกมาเหมือนทุกครั้ง ไม่จำเป็นต้องกลับมติการปรับขึ้นค่าไฟครั้งนี้
อ่าน บิ๊กตู่ สั่งลดผลกระทบขึ้นค่าไฟ ก.พลังงานเร่งถกสำนักงานกกพ. ช่วยเหลือปชช.
รายงานข่าวจากทำเนียบรัฐบาล แจ้งว่า ที่ผ่านมามาตรการช่วยเหลือประชาชนเพื่อบรรเทาค่าเอฟทีที่เพิ่มขึ้นงวดเดือนพฤษภาคม-สิงหาคม 2565 ที่เพิ่มเป็น 23.38 สตางค์ต่อหน่วย ดันค่าไฟรวมเป็น 4.00 บาทต่อหน่วย คือ มาตรการดูแลผู้ใช้ไฟที่ไม่เกิน 300 หน่วยต่อเดือนประเภทบ้านอยู่อาศัยและประเภทกิจการขนาดเล็ก (ไม่รวมส่วนราชการและรัฐวิสาหกิจ) ได้รับส่วนลดค่าไฟฟ้าจากการลดค่าไฟฟ้าผันแปรอัตโนมัติ (เอฟที) ที่ 0.2338 บาทต่อหน่วย ใช้งบกลางดูแลประมาณ 2,000 ล้านบาท แต่งวดใหม่เดือนกันยายน-ธันวาคม 2565 งบกลางแทบจะไม่เหลือแล้ว ขณะที่ค่าเอฟทีก็ปรับขึ้นมากกว่าเท่าตัว หากต้องใช้เงินสนับสนุนอาจสูงถึง 8,000 ล้านบาท ดังนั้น จึงเป็นโจทย์ที่ว่ารัฐบาลจะหาเงินจากไหน หากสำนักงบประมาณไม่สามารถเกลี่ยเงินจากแหล่งต่างๆ มาได้ อาจต้องใช้ดึงงบประมาณ 2566 มาใช้แทน เพราะปีงบประมาณใหม่เริ่มวันที่ 1 ตุลาคม 2565 ขณะที่การดูค่าไฟอยู่ระหว่างเดือนกันยายน-ธันวาคม 2565 นอกจากนี้ ทราบว่ากระทรวงพลังงานจะเร่งหารือกับสำนักงานกกพ. เพื่อพิจารณามาตรการช่วยเหลือประชาชนคู่ขนานกับการพิจารณางบประมาณของสำนักงบฯ หากพิจารณาทันอาจเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) สัปดาห์หน้า

