อั้นไม่ไหว “น้ำผลไม้-น้ำยาซักผ้า-สบู่ก้อน” จ่อลดไซซ์ ขึ้นราคา
วันที่ 10 สิงหาคม แหล่งข่าวจากร้านค้าปลีกค้าส่งกล่าวว่า ปลายเดือนสิงหาคม 2565 จะปรับขึ้นราคาขายปลีกน้ำยาซักผ้าอีกประมาณ 16 บาท จาก 59 บาท เป็น 75 บาท/ถุง (ขนาด 700 กรัม) หลังจากผู้ผลิตแจ้งขึ้นราคาต้นทุนขนส่งจาก 44-45 บาท เป็น 65 บาท เมื่อต้นเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา นอกจากนี้ยังได้รับแจ้งจากผู้ผลิตสบู่ก้อนระงับกลิ่นกาย “อาเซปโซ” จะปรับราคาขึ้นอีก 20% จากราคาที่ขายในปัจจุบัน
คนแห่ซื้อ “น้ำมันปาล์ม” ราคาถูก
แหล่งข่าวกล่าวว่า สำหรับราคาน้ำมันพืชขวดขนาด 1 ลิตร ในส่วนของน้ำมันปาล์มราคายังปรับลงต่อเนื่อง ล่าสุดราคาขายปลีกอยู่ 58-59 บาท/ขวด ขึ้นอยู่กับยี่ห้อ และมีแนวโน้มจะปรับลดลงอีก ส่วนน้ำมันถั่วเหลืองยังทรงตัวโดยราคาขายปลีกอยู่ที่ 68-70 บาท/ขวด และขายไม่ค่อยดีเพราะราคาแพง ทำให้คนหันไปซื้อน้ำมันปาล์มบริโภคแทน ขณะที่บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปยี่ห้อ “มาม่า” ซึ่งมีข่าวว่าจะปรับราคาขายขึ้น 2 บาท/ซอง ทางผู้จัดจำหน่ายแจ้งว่าหากจะปรับราคาใหม่จะไม่มีการแจ้งล่วงหน้า เพราะกลัวว่าร้านค้าปลีกจะซื้อกักตุน
คน.กั๊กเคาะราคามาม่า
ร้อยตรีจักรา ยอดมณี รองอธิบดีกรมการค้าภายใน (คน.) กล่าวว่า ขณะนี้กรมอยู่ระหว่างการพิจารณาการปรับขึ้นราคาบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป (มาม่า) หลังผู้ผลิตยื่นขอปรับ 2 บาท/ซอง จาก 6 บาท เป็น 8 บาท/ซอง โดยใช้หลักวิน-วิน โมเดลในการพิจารณาตามต้นทุน ให้ผู้ผลิตอยู่ได้ สินค้าไม่ขาดตลาดและผู้บริโภคก็อยู่ได้ สุดท้ายราคาจะได้ปรับขึ้นหรือไม่ หรือปรับขึ้นกี่บาท อยู่ที่ผลการพิจารณา ขณะนี้ยังไม่สามารถตอบได้และยังยืนยันไม่ได้จะได้ข้อสรุปเมื่อไหร่ รวมถึงมาม่าสูตรใหม่สูตร Less Sodium ใน 4 รสชาติ ได้แก่ รสต้มยำกุ้ง, รสหมูสับ, รสต้มยำกุ้งน้ำข้น และรสเส้นหมี่น้ำใส ที่บริษัทขออนุมัติตั้งราคาขายที่ 8 บาท/ซองด้วยที่กำลังอยู่ระหว่างการพิจารณา ยังบอกไม่ได้ว่าจะได้รับอนุมัติพร้อมกันหรือไม่ ทั้งนี้ยอมรับว่าโครงสร้างต้นทุนการผลิตบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปสูงขึ้นจริง จากปัจจัยหลายอย่าง ทั้งวัตถุดิบ บรรจุภัณฑ์ ค่าขนส่ง
คิวต่อไปจ่อปรับราคานม
ร้อยตรีจักรากล่าวว่า มีสินค้าอุปโภคบริโภคหลายรายการขอยื่นปรับราคานอกจากบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปแล้ว เช่น ปลากระป๋อง ผลิตภัณฑ์นม เป็นต้น โดยคิวต่อไปอาจจะมีการพิจารณาโครงสร้างราคานมให้สอดรับกับต้นทุน หลังคณะกรรมการโคนมและผลิตภัณฑ์นม (มิลค์บอร์ด) อนุมัติขึ้นราคารับซื้อน้ำนมดิบเกษตรกรกิโลกรัมละ 2.25 บาท ยังบอกไม่ได้ว่าจะปรับราคาขึ้นกี่บาท ขึ้นอยู่กับนมแต่ละสูตรและต้นทุนของผู้ประกอบการ เพราะแต่ละรายจะแตกต่างกัน
น้ำผลไม้ “ดีโด้” จ่อปรับราคาลดขนาด
น.ส.จันทรา พงศ์ศรี กรรมการผู้จัดการ บริษัท ฟู้ดสตาร์ จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์น้ำผลไม้ยี่ห้อ “ดีโด้” เปิดเผยว่า ในช่วงที่ผ่านมาบริษัทยังไม่ได้ปรับขึ้นราคาสินค้าในส่วนขายปลีกขึ้น แต่ได้ปรับขึ้นราคาต้นทุนขนส่ง 20-30% ในบางช่องทาง เช่น ไฮเปอร์มาร์เก็ต ให้สอดรับกับต้นทุนที่สูงขึ้นมากและยังไม่มีแนวโน้มจะลดลง ซึ่งบางรายการต้นทุนเพิ่มขึ้น 100% โดยบริษัทพยายามไม่ให้ผู้บริโภครับภาระมากจนเกินไป เพราะต่างคนต่างได้รับผลกระทบกันหมด
น.ส.จันทรากล่าวว่า อย่างไรก็ตามบริษัทกำลังพิจารณาว่าในบางสินค้าจะปรับขึ้นราคาหรือลดขนาดลง เช่น น้ำผลไม้ผสมโยเกิร์ตอาจจะปรับราคาจาก 10 บาทเป็น 12 บาทหรือลดขนาดลง เนื่องจากสินค้าของบริษัทเป็นสินค้าในตลาดแมส หากปรับราคาขายปลีกจะกระทบลูกค้าเป็นกลุ่มรากหญ้าที่ได้รับผลกระทบจากค่าครองชีพสูงขึ้นอยู่แล้วตลอดทั้งปีนี้ ดังนั้นจึงขอดูสภาวะเศรษฐกิจและสถานการณ์ต้นทุนที่ยังผันผวนอยู่ รวมถึงค่าแรงขั้นต่ำที่รัฐบาลมีแผนจะปรับขึ้นด้วย เพราะน่าจะส่งผลกระทบต่อต้นทุนการผลิตเช่นกัน
“ตอนนี้เรามองช่องทางไว้ว่าน่าจะลดขนาดบางตัว หรือบางตัวปรับราคาขึ้น ต้องดูกำลังซื้อของผู้บริโภคก่อน คิดว่าน่าจะเป็นจุดหนึ่งให้เราตัดสินใจด้วย เพราะถึงแม้จะขึ้นราคาไป ถ้าลูกค้าไม่มีกำลังซื้อ ก็ไม่มีประโยชน์ ขณะที่การลดขนาดก็ไม่ใช่เรื่องง่าย ต้องมีการปรับหลายอย่าง เพราะเราเป็นสินค้าแมสมากๆ จะทำแต่ละครั้งต้องใช้เวลา ต้องประเมินสถานการณ์เป็นรายไตรมาส” น.ส.จันทรากล่าว
น.ส.จันทรากล่าวว่า สำหรับยอดขายปี 2565 จะพยายามรักษายอดขายให้ได้ประมาณ 3,000 ล้านบาท เท่ากับปี 2564 โดยครึ่งปีแรกมียอดขายแล้วกว่า 1,400 ล้านบาท เพราะช่วงต้นปีจะเป็นช่วงที่สินค้าขายดี โดยตลาดในประเทศยังไปได้ เพราะมีการจัดแคมเปญการตลาดลุ้นสร้อยคอทองคำทุกสัปดาห์ แต่ตลาดซีแอลเอ็มวียังไม่ค่อยดี ทั้งกำลังซื้อและค่าเงินที่อ่อนค่ามาก โดยเฉพาะ สปป.ลาว กระทบมาก เพราะไม่รู้จะไปรับรายได้ที่ราคาไหน อย่างไรก็ตามได้ตลาดใหม่ที่ประเทศฟิลิปปินส์กับเวียดนาม จึงทำให้ยอดขายครึ่งปีแรกไม่กระทบมากนัก
น.ส.จันทรากล่าวว่า ในครึ่งปีหลังจะมีสินค้าใหม่ออกมาอย่างต่อเนื่องถึงปี 2566 ที่บริษัทจะครบรอบ 30 ปี ในช่วงต้นปีจะมีแบรนด์ใหม่เพื่อเจาะลูกค้าเซ็กเมนต์ใหม่ ปัจจุบันบริษัทมีส่วนแบ่งการตลาดน้ำผลไม้อยู่ที่ 30-40% ของมูลค่าตลาดรวม 8,000 ล้านบาท แม้ที่ผ่านมาจะได้รับผลกระทบจากโควิดอยู่บ้าง แต่ด้วยการสร้างแบรนด์ที่ทำอย่างต่อเนื่อง และศักยภาพด้านศูนย์กระจายสินค้าที่มีอยู่ทั่วประเทศ ส่งผลให้ดีโด้เข้าถึงร้านค้าและผู้บริโภคได้อย่างรวดเร็วและทั่วถึง
ชี้กำลังซื้อรากหญ้าฝืด
“ตอนนี้กำลังซื้อรากหญ้าฝืด ซื้อน้อยลง ซื้อแบบคิดมากขึ้น คาดว่าครึ่งปีหลังกำลังซื้อน่าจะยังซบเซา จากสถานการณ์สงครามยังไม่เห็นจุดสิ้นสุดด้วย ถ้ายังยืดเยื้อต่อเนื่องน่าจะส่งผลในระยะยาว ส่วนมาตรการรัฐที่พยายามจะออกมาช่วย คงทำได้ไม่มาก ท้ายที่สุดผู้บริโภคหรือผู้ประกอบการจะต้องรับภาระไปจากต้นทุนที่สูงขึ้น” น.ส.จันทรากล่าว

