หน้าแรก เศรษฐกิจ เอ็นที เปิดตั...

เอ็นที เปิดตัว สรรพชัยย์ ซีอีโอคนใหม่ ปักหมุดหนุนรัฐใช้เทคโนโลยีดิจิทัลครบวงจร

10.08.22 | 12:56 น.

เอ็นที เปิดตัว สรรพชัยย์ ซีอีโอคนใหม่ ปักหมุดหนุนรัฐใช้เทคโนโลยีดิจิทัลครบวงจร

พันเอก สรรพชัยย์ หุวะนันทน์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) หรือเอ็นที แถลงข่าวต่อสื่อมวลชนในโอกาสรับตำแหน่งกรรมการผู้จัดการใหญ่คนแรกของเอ็นที ว่า มีความตั้งใจจะขับเคลื่อนองค์กรให้มีความเข้มแข็ง เพื่อนำศักยภาพและความพร้อมของโครงข่ายสื่อสารโทรคมนาคมที่ครอบคลุมและหลากหลาย รวมทั้งบุคลากรขององค์กรที่มีอยู่มาใช้ให้เกิดประโยชน์และพร้อมรองรับการดำเนินงานที่มุ่งเป็นกำลังหลักให้กับหน่วยงานภาครัฐทุกระดับในการปรับเปลี่ยนพัฒนาองค์กรด้วยเทคโนโลยีด้านดิจิทัลและสื่อสารโทรคมนาคม โดยเอ็นทีจะมีการปรับเปลี่ยนโครงสร้างองค์กรและกระบวนการทำงานภายใน  เพิ่มขีดความสามารถของบุคลากร บูรณาการโครงข่ายโทรคมนาคมให้เป็นหนึ่งเดียว พร้อมกับบริหารต้นทุนให้เหมาะสมกับการดำเนินธุรกิจและสอดคล้องกับอุตสาหกรรม

ทั้งนี้ ผลประกอบการในปี 2565 ถึงปัจจุบัน เอ็นทีมีรายได้รวม 49,557.65 ล้านบาท คิดเป็น 47.78% เมื่อเทียบกับเป้าหมายที่วางไว้  โดยรายได้หลักมาจากกลุ่มธุรกิจโทรศัพท์เคลื่อนที่ กลุ่มธุรกิจโทรศัพท์ประจำที่และบรอดแบนด์

พันเอก สรรพชัยย์กล่าวว่า สำหรับโครงการที่เร่งดำเนินการตามภารกิจที่กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมมอบหมายในขณะนี้ อาทิ  การจัดระเบียบสายสื่อสารในปี 2565 ได้เริ่มดำเนินการในกลุ่มเร่งด่วนพื้นที่ชั้นในกรุงเทพมหานครตามแนวถนนสายหลัก ก่อนขยายสู่พื้นที่รอบนอกต่อไป  โดยจะดำเนินการจัดระเบียบสายด้วยการตัดสายเก่าทิ้งและเดินสายสื่อสารใหม่ ซึ่งเป็นการดำเนินการร่วมกับทุกภาคส่วนทั้งภาครัฐและภาคเอกชน อาทิ สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และโทรคมนาคมแห่งชาติ (สำนักงาน กสทช.) การไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) สมาคมโทรคมนาคมแห่งประเทศไทย ซึ่งมีไอเอสพีเป็นสมาชิก และกรุงเทพมหานคร นอกจากนี้ มีโครงการต่างๆ ได้ดำเนินการการ อาทิ

โครงการท่อร้อยสายสื่อสารใต้ดิน เอ็นทีมีศักยภาพพร้อมดำเนินการได้ทันทีด้วยความพร้อมของท่อร้อยสายใต้ดินที่มีอยู่แล้ว 4,450 กิโลเมตร สามารถรองรับเคเบิลทองแดงขนาดใหญ่ที่ไม่สามารถแขวนกับเสาไฟฟ้าได้ รวมทั้งการสร้างท่อร้อยสายไปพร้อมๆ กับการก่อสร้างถนนใหม่ เพื่อลดผลกระทบจากการเปิดผิวจราจรซึ่งการใช้ทรัพยากรร่วมกันของผู้ให้บริการทุกค่ายอย่างเป็นธรรมและเท่าเทียม อาทิ โครงสร้างพื้นฐานโทรคมนาคม และโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลจะก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประเทศชาติ ประชาชนและผู้ใช้บริการทุกคน ขณะที่ผู้ประกอบการให้บริการจะประหยัดงบประมาณลงได้เป็นจำนวนมากอีกด้วย

โครงการคลาวด์กลางภาครัฐ (GDCC) ที่ผ่านมา เน้นให้บริการระดับโครงสร้างพื้นฐานพร้อมพัฒนาบุคลากรของภาครัฐอย่างต่อเนื่อง ขณะนี้มุ่งขยายการบริการระดับแพลตฟอร์มและซอฟต์แวร์เป็นโครงการสำคัญสนับสนุนและผลักดันองค์กรรัฐให้เกิดการเปลี่ยนผ่านสู่รัฐบาลดิจิทัลไทยแลนด์ 4.0 รวมทั้งยังได้ดำเนินโครงการอื่นๆ รองรับความต้องการภาครัฐด้าน Data Analytic หรือการวิเคราะห์ข้อมูลที่มีอยู่ตั้งแต่ อดีต จนถึงปัจจุบัน เพื่อทำนายอนาคต เข้ามาเพิ่มมากขึ้นทั้งด้านการท่องเที่ยว การเกษตร การศึกษา สาธารณสุข แรงงาน เป็นต้น

Advertisement

โครงการ 5G เอ็นทีมีคลื่นความถี่ที่ได้รับจากการประมูลใน 2 ย่านความถี่ โดยคลื่นความถี่ 26 GHz ซึ่งเป็นคลื่นในย่านความสูง เน้นลงทุนให้บริการสำหรับผู้ประกอบการขนาดใหญ่เฉพาะกลุ่มเพื่อความคุ้มค่า ซึ่งปีนี้มุ่งเน้นการพัฒนาและเปิดให้บริการร่วมกับพันธมิตรในพื้นที่เศรษฐกิจพิเศษ (อีอีซี) และสนับสนุนการพัฒนาสู่สมาร์ทซิตี้ ซึ่งได้เริ่มเปิดให้บริการในเชิงพาณิชย์แล้ว ส่วนความถี่ 700 MHz ได้ดำเนินการใน 2 รูปแบบ ได้แก่ การดำเนินการเองสำหรับประชาชนผู้มีรายได้น้อยที่ใช้บริการพื้นฐานทั่วไป ไม่ต้องการแบนด์วิดท์สูง และการให้พันธมิตรร่วมให้บริการ 5G ในรูปแบบเน็ตเวิร์ค แชร์ริ่ง เพื่อช่วยลดค่าใช้จ่ายในการลงทุนขององค์กร

นอกจากนี้ ยังมีโครงการอื่นๆ อาทิ การจัดการสินทรัพย์ดาวเทียมไทยคม, ASEAN Digital Hub, การพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่มีอยู่ เป็นต้น  ทั้งนี้ในแต่ละเรื่องมีแนวทางต้องดำเนินการทั้งระยะสั้นและระยะยาวคู่ขนานกันไป  โดยเฉพาะการพัฒนาบุคลากรที่เป็นหัวใจสำคัญและต้องมีการปรับระบบการทำงานในหลายมิติจะส่งเสริมการทำงานร่วมกัน  ดูแลคุณภาพชีวิต  เพิ่มทักษะให้สอดคล้องกับการดำเนินธุรกิจทั้งในปัจจุบันและอนาคต  ตลอดจนสร้างขวัญและกำลังใจในการเผชิญกับการเปลี่ยนแปลง  ซึ่งจะปรับโครงสร้างองค์กรระยะเปลี่ยนผ่านภายในเดือนสิงหาคมนี้  ขณะเดียวกันจะมีการจัดทำโครงการเกษียณอายุก่อนกำหนดเพื่อเป็นทางเลือกให้กับพนักงานด้วย