นายเดิร์ก อังเดร ลีน่า เดอ คุยเปอร์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอส โฮเทล แอนด์ รีสอร์ท จำกัด (มหาชน) หรือ SHR บริษัทในเครือสิงห์ เอสเตท เปิดเผยว่า ผลประกอบการครึ่งปีแรกรวม 3,761 ล้านบาท เติบโตเกือบ 3 เท่าจากช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน พร้อมรายงานผลกำไรก่อนหักดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคา และรายการที่ไม่ได้เกิดขึ้นประจำ จากการดำเนินงานปกติ (Adjusted EBITDA) ที่639 ล้านบาท ซึ่งเป็นการรายงานผลกำไรติดต่อกันเป็นไตรมาสที่สี่ บริษัทมั่นใจต่อผลประกอบการครึ่งปีหลังที่จะเติบโตกว่า 25%เทียบกับครึ่งปีแรก ผลักดันรายได้ทั้งปีเติบโตอย่างก้าวกระโดด โดยมีปัจจัยหลักจากเปิดประเทศ และศักยภาพของโรงแรมที่ตั้งอยู่ในจุดหมายทางด้านการท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมสูงสุดทั้ง 5 แห่งทั่วโลก
สำหรับประเทศไทยภายหลังเปิดประเทศเดือนกรกฎาคม มีตัวเลขจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้ามาทะลุ 1 ล้านคนเป็นเดือนแรก นับตั้งแต่มีการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ปี 2563 ทำให้กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา คาดการณ์ว่าจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติสะสมทั้งปี 2565 อยู่ที่ 10 ล้านคน ส่งผลให้ในเดือนดังกล่าว โรงแรม SAii Laguna Phuket มี Occupancy Rate ที่ 68% คาดว่าพอร์ตโรงแรมในประเทศไทยจะสามารถสร้างรายได้ที่เติบโตขึ้นเกือบสองเท่าตัวในช่วงครึ่งปีหลังของปี เช่นเดียวกับสาธารณรัฐหมู่เกาะฟิจิ นักท่องเที่ยวเดินทางเข้าประเทศในเดือนมิถุนายนเติบโต 73% เทียบกับช่วงก่อนการเกิดการแพร่ระบาดของโควิด-19 ผลการดำเนินงานที่โดดเด่นกว่าอุตสาหกรรม
“ครึ่งปีแรกฟื้นตัวได้ดีกว่าที่เราคาดการณ์ ด้วยแนวโน้มจำนวนนักท่องเที่ยวที่ฟื้นตัวได้ดี รวมถึงศักยภาพทางการแข่งขันในหลายโรงแรมของบริษัท โดยพอร์ตโรงแรมของ SHR หลายแห่งมีอัตราการเข้าพักที่ดีกว่าค่าเฉลี่ยอุตสาหกรรม เช่น พอร์ตโรงแรมมัลดีฟส์ มีอัตราการเข้าพักเฉลี่ยครึ่งปีแรกอยู่ที่ 70% เทียบกับค่าเฉลี่ยของอุตสาหกรรมอยู่ที่ 61% และพอร์ตโรงแรมที่ประเทศไทยในจังหวัดภูเก็ตมีอัตราการเข้าพักเฉลี่ย 53% สูงกว่าค่าเฉลี่ยของอุตสาหกรรมอยู่ที่ 40% เป็นต้น โดย SHR จะเดินหน้าพัฒนาห้องพักของโรงแรมอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้มีอัตราการเข้าพักและค่าห้องพักเฉลี่ยที่ดีขึ้นในอนาคต” นายเดิร์ก กล่าว
นายเดิร์ก กล่าวต่อว่า เริ่มเห็นการฟื้นตัวของการจัดงานอีเว้นท์ต่างๆ ของอุตสาหกรรม MICE (Meetings, Incentive Travel, Conventions, Exhibitions) ทั้งในสหราชอาณาจักร สาธารณรัฐมัลดีฟส์ และไทย จากปริมาณการจัดงานที่เพิ่มขึ้นในช่วงครึ่งปีแรกและการจองสถานที่จัดงานในช่วงครึ่งปีหลัง ซึ่งเรามีสถานที่รองรับการจัดประชุมและจัดงานอีเวนต์ต่างๆในโรงแรมหลายแห่งในพอร์ตของบริษัทฯ โดยเฉพาะโรงแรม ทราย ลากูน่า ภูเก็ต ที่มีศูนย์การประชุมและงานอีเวนต์ ที่มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน และกลายเป็นจุดหมายปลายทางสำหรับการจัดงานได้มากมาย ไม่ว่าจะเป็นการประชุมทางธุรกิจที่สำคัญ การประชุมใหญ่ขององค์กร งานกาล่าดินเนอร์ พิธีมอบรางวัลอันยิ่งใหญ่ การเปิดตัวผลิตภัณฑ์และงานอีเว้นท์อื่น ๆ อีกมากมาย ซึ่งเราคาดว่าอุตสาหกรรม MICE ในครึ่งปีหลังจะฟื้นตัวได้ดีกว่าครึ่งปีแรก ซึ่งจะเป็นอีกหนึ่งเครื่องยนต์สำคัญที่จะขับเคลื่อนให้รายได้ในปี 2565 ให้เติบโตขึ้น
โดยปัจจุบัน SHR มีสัดส่วนรายได้จากช่องทางการจองที่พักโรงแรมโดยตรง เพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 20% ในครึ่งปีแรก จากเดิมปี 2561 ถึง 2564 เฉลี่ยอยู่ที่ 10% โดยตั้งเป้าที่จะผลักดันสัดส่วนของ Direct Booking ให้ขึ้นไปที่ 30% ภายในสิ้นปี ทั้งนี้ กลยุทธ์เหล่านี้ที่กล่าวจะเป็นอีกหนึ่งปัจจัยเสริมที่ช่วยขับเคลื่อนผลการดำเนินงาน และจะเป็นกลไกที่สำคัญในการเติบโตของพอร์ตในครึ่งปีหลัง และปีต่อๆ ไป ทำให้บริษัทบรรลุเป้าหมายรายได้ปี 2565 วางไว้ 8,500 ล้านบาท และก้าวสู่การเป็นผู้ประกอบธุรกิจบริหารจัดการโรงแรมที่ทำรายได้สูงสุดเป็นอันดับ 2 ของประเทศไทย

