ผปก.ข้าวสาร เตรียมดัน ‘ฮับกัญชา’ อีกรอบ ย้ำ ไม่เห็นด้วยเร่ขาย ขอให้มีระบบ ใช้แอพพ์ผูกบัตรปชช. คาดทำได้จริงเงินสะพัดเดือนละ 100 ลบ.
เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม 2565 นายปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ ในฐานะโฆษกคณะกรรมการสื่อสารและประชาสัมพันธ์การใช้กัญชาอย่างเข้าใจ กระทรวงสาธารณสุข โฆษกและกรรมาธิการ คณะกรรมาธิการวิสามัญ พิจารณา ร่าง พ.ร.บ. กัญชา กัญชง พ.ศ. … กล่าวว่า มิติของกัญชามีหลากหลายมาก ซึ่งการประชุม กมธ. มีผู้ที่เสนอการใช้กัญชาในเชิงสันทนาจริง แต่ไม่ได้เป็นการเสนอเพื่อให้ใช้เสรี เพราะเขายังต้องการควบคุม เช่น ผู้ประกอบการข้าวสาร แหล่งท่องเที่ยวหลายที่ ฟูลมูนปาร์ตี้ เกาะพะงัน แต่บางพื้นที่ก็ปฏิเสธอย่างสิ้นเชิง เช่น สามจังหวัดชายแดนใต้ ดังนั้น ความต้องการของสังคมแตกต่างกัน ทาง กมธ.จึงต้องเปิดช่อง และหารืออย่างละเอียด เพื่อไม่ให้การใช้กฎกติกาแข็งตัวจนไม่สามารถสอดรับกับบริบทของสังคม ดังนั้น ในกฎหมายใหม่ที่จะออกมาเร็วๆ นี้ ส่วนของการจำหน่ายไม่ว่าจะเป็นช่อดอกหรือต้นกัญชาจะต้องอนุญาตเท่านั้น
“เพราะแม้จะไม่ใช่ยาเสพติดแล้ว แต่เราต้องมีความรับผิดชอบต่อสังคม มีคำตอบไปตอบต่อคณะกรรมการยาเสพติดระหว่างประเทศ ที่แม้จะไม่ใช่ยาเสพติดแต่เราก็มีกระบวนการควบคุม จะไม่เสรีอยู่แล้ว ต้องมีกฎหมายควบคุมระดับหนึ่ง” นายปานเทพกล่าว
ด้าน นายสง่า เรืองวัฒนกุล นายกสมาคมผู้ประกอบธุรกิจถนนข้าวสาร เปิดเผยว่า จริงๆ ตนเห็นด้วยกับการนำกัญชามากระตุ้นการท่องเที่ยวในถนนข้าวสารอย่างเป็นระบบ แต่ไม่เห็นด้วยกับการเอามาพันลำขายบนถนน ไม่เห็นด้วยกับการเร่ขายตามถนน เอารถไปจอดตามที่สาธารณะ ภาพลักษณ์ก็จะดูไม่ดี ฉะนั้น วันนี้กฎหมายลูกยังไม่ออก แต่หากออกมาแล้วก็เชื่อว่าจะควบคุมเหมือนเครื่องดื่มแอลกอฮอล์กับบุหรี่ ว่าต้องขออนุญาตจำหน่าย เพราะทุกวันนี้ขายกันแบบไม่มีการขออนุญาต
เมื่อถามว่า มีการหารือร่วมกับผู้ประกอบการที่จำหน่ายกัญชาหรือไม่ นายสง่ากล่าวว่า ยังไม่ได้หารือ เพราะทุกวันนี้เป็นช่วงสุญญากาศ เจ้าหน้าที่ก็ไม่สามารถทำอะไรได้ เว้นแต่การขายในที่สาธารณะ ก็สามารถเตือนหรือปรับได้ แต่ด้วยส่วนใหญ่ก็จะขายกันในร้าน ในตัวอาคาร ซึ่งเจ้าหน้าที่ไม่สามารถเข้าไปดำเนินการได้

ทั้งนี้ นายสง่ากล่าวว่า ในการประชุมกมธ.ร่าง พ.ร.บ. กัญชาฯ ที่ผ่านๆ มา สมาคมก็ได้เข้าร่วมประชุมในมาตราที่เกี่ยวข้อง คือ มาตรการการซื้อขาย การตลาด เช่นที่หารือกันสัปดาห์ก่อนก็คือไม่สามารถขายออนไลน์ และซื้อผ่านตู้อัตโนมัติได้ ซึ่งสัปดาห์ก่อนทางสมาคมก็เสนอให้ถนนข้าวสารเป็นแซนด์บ็อกซ์ ลักษณะฮับ (Hub) หรือโซนนิ่ง เพื่อให้มีการควบคุมที่มา ที่ไปของกัญชาอย่างเป็นระบบ โดยสามารถใช้แอพพลิเคชั่นเข้ามาช่วย เช่น ลงทะเบียนบัตรประชาชนในการซื้อกัญชา 2 บัตรซื้อได้กี่กรัมต่อวัน ต่อสามวัน หรือต่อสัปดาห์ อย่างไรก็ตาม สัปดาห์นี้ที่จะมีการประชุม กมธ. ทางสมาคมก็จะเข้าฟังการประชุมด้วย เพื่อเสนอให้มีการควบคุมกัญชาจัดโซนนิ่ง และใช้แอพพ์เข้ามาช่วย
“หากกังวล ก็เอาระบบมาใช้ ผมว่ากัญชาเสรีเป็นเรื่องควรทำ แต่จะมีมาตรการควบคุมอย่างไร ทางเอกชนและรัฐบาลต้องหารือกันเขียนออกมาเพื่อให้ดำเนินการได้ ทั้งนี้ ผมเห็นด้วยกับการให้ผู้ขายกัญชาต้องได้รับอนุญาตก่อน เมื่อขายให้ใครก็ต้องมีรายงาน เช่น 100 กิโลกรัม ขายไปให้ใครบ้าง” นายสง่ากล่าว
เมื่อถามว่า ต่อว่ามีการคาดการณ์หรือไม่ว่าถ้าทำแซนด์บ็อกข้าวสารได้จริง จะสามารถสร้างเงินสะพัดมากน้อยอย่างไร นายสง่ากล่าวว่า ทางสมาคมฯ ก็พยายามเสนอในนามผู้ประกอบการ เพื่อช่วยกันปิดสุญญากาศ โดยมีการสำรวจราคาขายกัญชาในวันนี้ที่ถนนข้าวสาร คาดว่าเงินสะพัดต่อเดือนไม่ต่ำกว่า 100 ล้านบาท

