แผงลอยข้าวสาร ชี้ปลดล็อกกัญชาทำนักท่องเที่ยวหาย-จี้รัฐออกกฎหมายเข้มงวด

13.08.22 | 18:03 น.
แผงลอยข้าวสาร ชี้ปลดล็อกกัญชาทำนักท่องเที่ยวหาย-จี้รัฐออกกฎหมายเข้มงวด

แผงลอยข้าวสาร ชี้ปลดล็อกกัญชาทำนักท่องเที่ยวหาย-จี้รัฐออกกฎหมายเข้มงวด

เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม นางญาดา พรเพชรรัมภา ประธานชมรมผู้ค้าแผงลอยกรุงเทพมหานครและถนนข้าวสาร เปิดเผยถึงกรณีการปล่อยให้มีการขายกัญชาเสรีบนถนนข้าวสาร ว่า หลังจากปลกล็อกกัญชาออกจากการเป็นสารเสพติดประเภทที่ 5 เมื่อวันที่ 9 มิถุนายนที่ผ่านมา เป็นเวลา 2 เดือน โดยบนถนนข้าวสารมีผู้ค้าขายกัญชามากขึ้น ซึ่งจากภาพที่เผยแพร่ผ่านโซเชียลมีเดียว่ามีนักท่องเที่ยว ทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติได้ทดลองสูบกัญชาแล้วมีผลข้างเคียงส่งผลให้ต้องเข้าโรงพยาบาลเป็นจำนวนมาก ภาพจำดังกล่าวส่งผลกระทบให้ภาพลักษณ์การเป็นแหล่งการท่องเที่ยวด้านลบมากกว่าด้านบวก

อีกทั้งนักท่องเที่ยวกลุ่มครอบครัวมักจะเข้ามาท่องเที่ยวที่ถนนข้าวสารหายไป เนื่องจากกังวลว่าบุตรหลานจะได้รับสารที่เกิดจากการปล่อยควันเข้าสู่ร่างกายมากขึ้น รวมถึงกฎหมายในต่างประเทศที่ยังขึ้นทะเบียนว่ากัญชาเป็นสารเสพติด หากนักท่องเที่ยวสูดดม หรือมีสารอยู่ในร่างกาย เมื่อกลับเข้าประเทศจะถูกดำเนินคดีทันที ดังนั้น จึงมองว่ากัญชาจะไม่ใช่สิ่งที่เป็นประโยชน์ หรือดึงนักท่องเที่ยวเข้ามาท่องเที่ยวได้

ขณะที่การปล่อยให้กัญชาซื้อขายอย่างเสรีได้ รัฐต้องออกกฎหมายให้ครอบคลุมและเข้มงวดก่อนที่จะออกประกาศว่าสามารถค้าขายอย่างถูกกฎหมาย เนื่องจากปัญหาที่เกิดขึ้นหลังจากประกาศมีผู้ค้าขายกัญชาอย่างแพร่หลาย และไม่ดำเนินการขายตามกฎหมายก็มี เช่น การขายกัญชาให้กับเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี เจ้าหน้าที่ตำรวจไม่สามารถจัดการได้ทั้งหมด

ขณะเดียวกันเมื่อมีผู้สูบกัญชาในที่สาธารณะ หรือในพื้นที่ถนนข้าวสารและปล่อยควันสู่อากาศภายนอก ผู้ที่สูดดมจะได้รับสารเข้าร่างกายตามการสูดดมควัน ซึ่งส่วนนี้ผู้ประกอบการในพื้นที่ถนนข้าวสารได้รับผลกระทบมากจากการสูดดม ทำให้เกิดอาการวิงเวียนศีรษะ และหนักสุดเกิดอาการแพ้จนถึงเข้าโรงพยาบาล

ถนนข้าวสาร

ขณะเดียวกันหากรัฐนำกัญชาด้านการแพทย์ควรมีการใช้จ่ายยาโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญโดยตรง หรือกำหนดให้ใช้ในโรงพยาบาลเพียงอย่างเดียวจะไม่ส่งผลกระทบต่อส่วนรวมและสังคม เนื่องจากก่อนหน้านี้ได้บอกถึงการนำกัญชามาใช้ทางการแพทย์ แต่เมื่อปล่อยให้มีการขายกัญชาจริงกลับมีผู้นำมาขายอย่างแพร่หลาย และใช้ในลักษณะเสพยาเสพติดมากกว่า ดังนั้น รัฐควรดำเนินการตามกฎหมายให้ชัดเจนว่าจะนำกัญชามาใช้ในลักษณะใด

Advertisement

“สำหรับหลายประเทศยังมีกฎหมายระบุชัดเจนว่ากัญชาคือสารเสพติดที่ผิดกฎหมาย หากรัฐจะนำมาใช้จริง ควรกำหนดว่าใช้ในเรื่องใด และอยากให้พิจารณาอย่างรอบครอบว่าถ้าจะนำกัญชาดึงนักท่องเที่ยวเข้าประเทศอาจไม่ใช่ทางที่ถูกต้อง เพราะจากเมื่อก่อนเห็นนักท่องเที่ยวมากินดื่มที่ถนนข้าวสาร หากเมานั่งสักพักก็สร่างแล้วเดินกลับที่พักได้ แต่เดี๋ยวนี้มีนักท่องเที่ยวลองสูบกัญชาพอเมาก็ล้มพับ บางคนเกิดอาการแพ้จนต้องเข้าโรงพยาบาล ซึ่งภาพเหล่านี้จะเป็นปัญหาต่อสังคมและมองว่ากัญชายังเป็นสารเสพติดที่อันตราย” นางญาดากล่าว

ทั้งนี้ จากสถานการณ์ที่เริ่มคลี่คลายและคาดว่าช่วงไฮซีซั่นจะมาถึงนักท่องเที่ยวจะเพิ่มมากขึ้น เนื่องจากปัจจุบันนักท่องเที่ยวเริ่มทยอยกลับเข้าประเทศต่อเนื่อง ส่งผลให้การค้าขายเริ่มกลับมาฟื้นตัว โดยคาดว่านักท่องเที่ยวจากจีนจะกลับเข้ามาเพิ่ม หลังจากสังเกตช่วงนี้มีการขึ้นป้ายภาษาจีนตามร้านอาหารต่างๆ มากขึ้น จึงคาดว่าทัวร์ที่มาจากจีนน่าจะเริ่มกลับมาแล้ว คาดว่าครึ่งหลังปี 2565 การค้าขายถนนข้าวสารจะกลับมาคึกคักมากกว่าเดิม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

– ผอ.เขตพระนคร ลั่น หน้าที่ตร. ตรวจ ‘กัญชาย่านข้าวสาร’ ยันไม่มีอำนาจ ดูได้แค่ขยะ-หาบเร่

– ชัชชาติสำรวจมาแล้ว แผงกัญชาข้าวสาร-ทองหล่อ รู้หมดมีกี่ร้าน ยันว่าตามกม.แต่ต้องทราบสถานการณ์