หน้าแรก เศรษฐกิจ ‘สิงห์ เอสเตท...

‘สิงห์ เอสเตท’โชว์รายได้ครึ่งปีแรกเพิ่ม 92% เดินหน้า 4 ธุรกิจหัวหอก ดันรายได้ทั้งปีโต30%

15.08.22 | 15:34 น.

นางฐิติมา รุ่งขวัญศิริโรจน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สิงห์ เอสเตท จำกัด (มหาชน) หรือ S เปิดเผยว่า ครึ่งปีแรกปี 2565 บริษัทมีรายได้ 5,790 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 92% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน จากการเติบโตของรายได้ทุกกลุ่มธุรกิจ และเริ่มรับรู้รายได้จากการขายที่ดินนิคมอุตสาหกรรมครั้งแรกในไตรมาส 2/2565 มั่นใจรายได้ทั้งปี 2565 เติบโตเกือบเท่าตัวสู่เป้าหมายนิวไฮ ทั้งนี้ การเพิ่มขึ้นของรายได้รวม จากกลุ่มธุรกิจโรงแรม 3,761 ล้านบาท เติบโตเกือบ 3 เท่าตัวจากครึ่งปีแรกปี 2564 จากผลประกอบการโรงแรม 2 แห่งในโครงการครอสโร้ด เฟส1 สาธารณรัฐมัลดีฟส์ และพอร์ตโรงแรมในสหราชอาณาจักร ที่เติบโต 128% มีสัดส่วน 75% จากรายได้รวม นอกจากนี้ บริษัทเห็นแนวโน้มการฟื้นตัวอย่างรวดเร็วของพอร์ตโรงแรมเอาท์ริกเกอร์ และพอร์ตโรงแรมในไทย ซึ่งมีรายได้เติบโตกว่า 8 เท่าตัวจากช่วงเดียวกันปีก่อน และคิดเป็น 25% ของรายได้รวม
” เมื่อสถานการณ์การท่องเที่ยวและการให้บริการเส้นทางบินต่างๆ สามารถดำเนินการได้อย่างเป็นปกติ บริษัทตั้งเป้าหมายว่าโรงแรมทั้ง 2 พอร์ตนี้จะสามารถสร้างสัดส่วนรายได้เป็น 35% ของรายได้รวมในช่วงที่ธุรกิจดำเนินการได้ปกติ หรือกว่า 4,000 ล้านบาท ซึ่งส่งสัญญาณบวกต่อรายได้ในอนาคตที่จะเติบโตต่อเนื่องได้อีกอย่างก้าวกระโดด ”

นางฐิติมา กล่าวต่อว่า พร้อมกันนี้มีรายได้จากธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เพื่อการค้าดีขึ้น 5% ผลจากการรักษาอัตราการปล่อยเช่าโดยรวมไว้ที่ 88% และสามารถปรับเพิ่มอัตราค่าเช่าขึ้นได้แม้จะอยู่ระหว่างสถานการณ์ที่ท้าทาย ส่งผลให้รายได้จากการขายและให้บริการรวมเติบโต 132% สู่ 4,371 ล้านบาทในช่วงครึ่งปีแรกปี 2565 เช่นเดียวกับรายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์รวม 1,419 ล้านบาท เติบโตขึ้น 25% จากช่วงครึ่งปีแรกปี 2564 สะท้อนความสำเร็จในการโอนกรรมสิทธิ์คอนโดมิเนียมโครงการ ดิ เอส สิงห์ คอมเพล็กซ์ และดิ เอส อโศก และการรับรู้รายได้จากการขายที่ดินนิคมอุตสาหกรรมเป็นครั้งแรกในไตรมาส 2 /2565

“ไตรมาส 2 ที่ผ่านมา ถือเป็นช่วงเวลาเก็บเกี่ยวผลสำเร็จจากการปรับโครงสร้างธุรกิจของสิงห์ เอสเตท โดยเฉพาะ อย่างยิ่งการเข้าลงทุนเพิ่มเติมในโรงแรมที่จะสร้างสมดุลรายได้ด้านฤดูกาลให้กับพอร์ตโฟลิโอของบริษัทฯ โดยใน ไตรมาส 2 ถือเป็นช่วงเข้าสู่ฤดูกาลท่องเที่ยวของสหราชอาณาจักรและสาธารณรัฐหมู่เกาะฟิจิ รายได้ทั้ง 2 พอร์ตดังกล่าวเติบโตขึ้น 40% และ 100% จากไตรมาสก่อน นอกจากนั้นแล้ว การเข้าลงทุนในธุรกิจนิคมอุตสาหกรรมที่นอกจากจะช่วยเพิ่มสมดุลรายได้ด้านฐานลูกค้าให้กับสิงห์ เอสเตท แล้ว ยังเป็นธุรกิจที่สร้างโอกาสในการหารายได้จากทรัพย์สิน (Recurring income) ให้บริษัทฯ ในระยะยาว โดยในไตรมาส 2/2565 บริษัทรับรู้รายได้จากการขายที่ดินให้กับโรงไฟฟ้า บี.กริม เพาเวอร์ (อ่างทอง) จำนวน 77 ไร่ ผนวกกับการทยอยฟื้นตัวของธุรกิจอื่นๆ และการควบคุมค่าใช้จ่ายอย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้ สิงห์ เอสเตท พลิกรายงานกำไรสุทธิ 102 ล้านบาท ในไตรมาส 2 /2565 หวังว่าบริษัทจะมีโมเมนตัมในการสร้างกำไรได้อย่างต่อเนื่อง”

นางฐิติมา กล่าวต่อว่า ภาพรวมผลประกอบการช่วงที่เหลือของปีนี้ คาดเติบโตประมาณ 30% จากในช่วงครึ่งปีแรก ผลักดันโดยรายได้จากธุรกิจโรงแรม และรายได้จากการขายบ้านและอาคารชุด ซึ่งบริษัทเห็นสัญญาณบวกที่เด่นชัดจากสถิติการดำเนินงานโรงแรมในเดือนกรกฎาคม 2565 โดยอัตราการเข้าพักเฉลี่ยของทั้งพอร์ตโฟลิโอปรับตัวเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 70% และคาดว่ามีทิศทางเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเช้าสู่ฤดูกาลท่องเที่ยวของสาธารณรัฐมัลดีฟส์ และในไทยช่วงไตรมาสสุดท้ายปีนี้ นอกจากนี้ บริษัทใช้กลยุทธ์ในการปรับปรุงห้องพักของโรงแรม เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของพอร์ตโฟลิโอ ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการผลักดันอัตราค่าห้องพักต่อคืนให้เติบโตขึ้น โดยเฉพาะโรงแรมในโครงการ ครอสโร้ดส์ และ พอร์ตโรงแรมในสหราชอาณาจักร คาดมีอัตราค่าห้องพักต่อคืนที่สูงขึ้นกว่าปี 2562 ได้ถึง 41% และ 27% ตามลำดับ ขณะที่พอร์ตโรงแรมในไทย ฟื้นตัวรวดเร็วตั้งแต่เดือนกรกฎาคมที่เปิดรับนักท่องเที่ยวต่างชาติเต็มรูปแบบ ส่งผลให้โรงแรม ทราย ลากูน่า ภูเก็ต และโรงแรมทราย พีพี ไอส์แลนด์ วิลเลจ มีอัตราการเข้าพักที่ 68% และ 63% ตามลำดับ

นางฐิติมา กล่าวต่อว่า บริษัทคาดการณ์ว่าการโอนกรรมสิทธิ์ของโครงการบ้านแนวราบ สันติบุรี เดอะ เรสซิเดนเซส เร่งตัวขึ้นในครึ่งปีหลัง หนุนด้วยการรับรู้รายได้จากบ้านเดี่ยวโครงการใหม่ ศิรนินทร์ เรสซิเดนเซส ที่คาดว่าจะทยอยโอนกรรมสิทธิ์ได้ในไตรมาส 4/ 2565 เป็นต้นไป จะช่วยสร้างการเติบโตของรายได้ธุรกิจที่พักอาศัยให้เพิ่มขึ้น 50% หรือกว่า 3,300 ล้านบาทในปีนี้ สำหรับโครงการศิรนินทร์ เรสซิเดนเซส คาดเปิดการขายเดือนกันยายน ตั้งอยู่ในซอยพัฒนาการ 32 คาแรกเตอร์ของโครงการเป็นบ้านเดี่ยวแนบราบระดับลักชัวรี่ ในรูปแบบบ้านเดี่ยว 2 ชั้นท่ามกลางสังคมคุณภาพ จำกัด เพียง 28 แปลง ราคา 65 – 180 ล้านบาท และโฮมออฟฟิศ ราคา 20 ล้านบาท จำนวน 4 แปลง โครงการดังกล่าวได้รับกระแสตอบรับจากลูกค้าเก่า ทำให้มีความเชื่อมั่นว่าเป้ายอดโอนในไตรมาส 4 บรรลุเป้าหมายแน่นอน

Advertisement

การวางเป้าเปิดตัวโครงการที่พักอาศัยใหม่ในช่วง 5 ปีที่ระดับ 52,000 ล้านบาท โดยมุ่งเน้นการพัฒนาโครงการแนวราบ ในระดับลักชัวรี่ ผ่าน 3 เซ็กเมนท์ใหม่ที่ครอบคลุมระดับราคาที่กว้างขึ้น ด้วยการปรับราคาลงมาในแต่ละโครงการ ตั้งแต่ 100 ล้าน สู่ 10 ล้านบาทต่อยูนิต โดยบ้านเดี่ยวโครงการใหม่ในอีก 2 เซ็กเมนท์ จะมีการเปิดตัวอย่างเป็นทางการภายในปี 2565 ทั้งนี้ บริษัทฯ มีที่ดินที่พร้อมพัฒนาแล้ว 2 แปลง และอยู่ระหว่างรอโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินเพิ่มเติม เพื่อเดินหน้าพัฒนา 4 โครงการที่พร้อมเปิดขายในปี 2566 พร้อมตั้งเป้าหมายในการซื้อที่ดินในทำเลศักยภาพอีกจำนวน 5 – 7 แห่งต่อปีสำหรับการพัฒนาและทยอยเปิดตัวโครงการตั้งแต่ปี 2566 อย่างต่อเนื่อง ปีละกว่าหมื่นล้านบาท

สำหรับความคืบหน้าของการนำพื้นที่ค้าปลีกของบริษัทให้เช่าระยะยาวแก่กองทรัสต์เพื่อการลงทุนในสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์ เอส ไพรม์ โกรท นั้น เมื่อวันที่ 24 มิถุนายนปีนี้ ได้ปล่อยเช่าส่วนพื้นที่ค้าปลีก ในโครงการอาคารซันทาวเวอร์ส ด้วยมูลค่า 213 ล้านบาท ปัจจุบันมีอัตราการเช่าสูงถึง 98% มั่นใจได้ว่าเอส ไพรม์ เข้าลงทุนเพิ่มเติมในอสังหาริมทรัพย์ที่มีศักยภาพและช่วยเพิ่มผลตอบแทนในระยะยาวให้แก่กองทรัสต์ SPRIM อย่างไรก็ตาม แผนการให้เช่าระยะยาวในส่วนอาคารสำนักงานสิงห์ คอมเพล็กซ์ ได้ถูกพิจารณาเลื่อนออกไป เนื่องจากสภาวะตลาดทุนที่ผันผวน และสภาพเศรษฐกิจที่ยังถูกกดดันจากแนวโน้มการปรับตัวของอัตราดอกเบี้ย ภาวะเงินเฟ้อ ราคาน้ำมัน โรคระบาด ตลอดจนประเด็นความขัดแย้งทางการเมืองระหว่างประเทศต่างๆ โดยมีความเชื่อมั่นในผลการดำเนินงานของอาคารสำนักงาน สิงห์ คอมเพล็กซ์ ที่สร้างกำไรจากการดำเนินงานให้แก่บริษัท 400 ล้านบาทต่อปี