ค่าเงินบาทวันนี้อ่อนค่า 35.54 หลังตลาดกังวลเศรษฐกิจจีนถดถอย หนุนเงินเหรียญสหรัฐแข็งค่า
นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทเปิดเช้านี้ ที่ระดับ 35.54 บาทต่อเหรียญสหรัฐ แข็งค่าขึ้นเล็กน้อยจากระดับปิดวันก่อนหน้า ที่ระดับ 35.56 บาทต่อเหรียญสหรัฐ โดยมองกรอบเงินบาทวันนี้ คาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 35.45-35.65 บาทต่อเหรียญสหรัฐ
สำหรับแนวโน้มค่าเงินบาทอาจผันผวนอ่อนค่าทดสอบโซนแนวต้านที่เราประเมินไว้แถว 35.60 บาทต่อเหรียญสหรัฐ (แนวต้านถัดไปแถว 35.75 บาทต่อเหรียญสหรัฐ) ตามการแข็งค่าขึ้นของเงินเหรียญสหรัฐ ที่หนุนโดยความต้องการสินทรัพย์ปลอดภัยในจังหวะที่ตลาดกังวลแนวโน้มการชะลอตัวหนักของเศรษฐกิจจีน รวมถึงเศรษฐกิจหลักอื่นๆ อย่างไรก็ตาม การอ่อนค่าของเงินบาทอาจถูกชะลอไว้ด้วยโฟลว์ธุรกรรมซื้อหุ้นสุทธิของนักลงทุนต่างชาติ และอาจรวมถึงโฟลว์ซื้อบอนด์ระยะสั้นของนักลงทุนต่างชาติที่อาจรอจังหวะการอ่อนค่าลงของเงินบาทเพื่อเก็งกำไรการแข็งค่าของเงินบาท
ในฝั่งตลาดค่าเงิน เงินเหรียญสหรัฐกลับมาแข็งค่าขึ้นต่อเนื่องเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก โดยดัชนีเงินเหรียญสหรัฐ (DXY Index) ได้ปรับตัวขึ้น สู่ระดับ 106.5 จุด หนุนโดยความต้องการสินทรัพย์ปลอดภัย ท่ามกลางความกังวลแนวโน้มเศรษฐกิจจีนชะลอตัวลงหนัก นอกจากนี้ แม้บอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐจะปรับตัวลดลงบ้าง แต่การแข็งค่าขึ้นของเงินเหรียญสหรัฐ ได้กดดันให้ราคาทองคำปรับตัวลดลงใกล้โซนแนวรับแถวระดับ 1,790 เหรียญสหรัฐต่อออนซ์
ทั้งนี้ แนะนำผู้เล่นในตลาดควรระมัดระวังความผันผวนที่อาจเพิ่มสูงขึ้นในฝั่งสินทรัพย์ EM Asia และอาจเป็นแรงกดดันเงินบาทฝั่งอ่อนค่าได้ หลังจากตลาดเริ่มกลับมากังวลปัญหาการระบาดของโควิด-19 ในจีนที่เริ่มส่งผลให้มีการทยอยใช้มาตรการล็อกดาวน์ในหลายพื้นที่ โดยส่วนใหญ่ยังเป็นเมืองที่มีผลกระทบต่อเศรษฐกิจน้อยอยู่
ด้าน กลุ่มงานตลาดการเงิน ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB Financial Markets) ระบุว่า ค่าเงินบาทวันนี้เคลื่อนไหวในกรอบ 35.50-35.70 บาทต่อเหรียญสหรัฐ ค่าเงินบาทอ่อนค่าตามเงินเหรียญสหรัฐที่แข็งค่าขึ้น และจีดีพีไตรมาส 2 ของไทยที่ออกมา 2.5% ต่ำกว่าตลาดคาดที่ 3.1% สำหรับค่าเงินเหรียญสหรัฐแข็งค่าเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักๆ หลังจากจีนเปิดเผยตัวเลขเศรษฐกิจที่อ่อนแอหลายตัว และยังปรับลดอัตราดอกเบี้ยกู้ยืมสำคัญเพื่อช่วยกระตุ้นอุปสงค์ในจีน ถือเป็นการกระตุ้นความกังวลเรื่องภาวะเศรษฐกิจโลกถดถอย ขณะเดียวกันนักลงทุนจับตารายงานการประชุมของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ในวันพุธนี้ รวมทั้งการประชุมประจำปีของเฟดที่เมืองแจ็กสัน โฮล ในวันที่ 25-27 สิงหาคมนี้ด้วย

