‘ธปท.’ เผยระบบแบงก์พาณิชย์แข็งแกร่งไตรมาส 2/2565 ฟาดกำไร 6.47 หมื่นล้านบาท จากสินเชื่อธุรกิจขยายตัวต่อเนื่อง-ยันไม่บังคับขึ้นดอกเบี้ย
นางสาวสุวรรณี เจษฎาศักดิ์ ผู้อำนวยการอาวุโส ธนาคารแห่งประเทศไทย เปิดเผยผลการดำเนินงานของระบบธนาคารพาณิชย์ไตรมาส 2 ปี 2565 ว่า ระบบธนาคารพาณิชย์มีความเข้มแข็งมีเงินกองทุน เงินสำรองและสภาพคล่องอยู่ในระดับสูง โดยระบบธนาคารพาณิชย์มีกำไรสุทธิในไตรมาส 2/2565 จำนวน 6.47 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้นจากไตรมาสเดียวกันปีก่อน 7.2% ซึ่งภาพรวมการเติบโตของสินเชื่อขยายตัวต่อเนื่องที่ 6.3% เมื่อเทียบกับระยะเดียวกันปีก่อน จาก 6.9% ในไตรมาสก่อนหน้า เป็นผลมาจากสินเชื่อธุรกิจขนาดใหญ่ขยายตัวต่อเนื่องตามความต้องการเงินทุนของภาคเอกชน ส่วนหนึ่งเพื่อผลิตสินค้าคงคลังเพิ่มขึ้นรองรับต้นทุนการผลิตที่มีแนวโน้มสูงขึ้นและเพื่อการส่งออก ด้านสินเชื่อธุรกิจเอสเอ็มอีขยายตัวได้จากมาตรการสินเชื่อฟื้นฟูเป็นสำคัญ
สำหรับ 4 ปัจจัยชี้วัดสะท้อนผลการดำเนินงานของระบบธนาคารพาณิชย์ยังแข็งแกร่งพบว่า 1.ระบบธนาคารพาณิชย์มีเงินกองทุนทั้งสิ้น 3 ล้านล้านบาท คิดเป็นอัตราส่วนเงินกองทุนต่อสินทรัพย์เสี่ยง (BIS ratio) ที่ 19.6% 2.เงินสำรองอยู่ในระดับสูงที่ 9.9 แสนล้านบาท โดยอัตราส่วนเงินสำรองที่มีต่อสินเชื่อด้อยคุณภาพ (NPL coverage ratio) อยู่ที่ 166.6% 3.อัตราส่วนสินทรัพย์สภาพคล่องเพื่อรองรับกระแสเงินสดที่อาจไหลออกในภาวะวิกฤต (Liquidity Coverage Ratio: LCR) อยู่ที่ 185.5% และ 4.อัตราส่วนสินเชื่อต่อเงินรับฝาก (L/D) เพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 93.8% สะท้อนความมั่งคงแข็งแรงต่อเนื่องของระบบธนาคารพาณิชย์
นอกจากนี้ ด้านคุณภาพสินเชื่อ ธนาคารพาณิชย์ยังให้ความช่วยเหลือลูกหนี้และบริหารจัดการพอร์ตสินเชื่อเพื่อดูแลคุณภาพสินเชื่อโดยรวมอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ยอดคงค้างสินเชื่อด้อยคุณภาพ (Non Performing Loan: NPL หรือ stage 3) ของระบบธนาคารพาณิชย์ไตรมาส 2/2565 ลดลงมาอยู่ที่ 5.27 แสนล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน NPL ต่อสินเชื่อรวมที่ 2.88% ขณะที่สัดส่วนสินเชื่อที่มีการเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญของความเสี่ยงด้านเครดิตต่อสินเชื่อรวม (Significant Increase in Credit Risk: SICR หรือ stage 2) ทรงตัวอยู่ที่ 6.09%
นางสาวสุวรรณีกล่าวว่า สำหรับความคืบหน้าของมาตรการฟื้นฟู ข้อมูล ณ วันที่ 8 สิงหาคม 2565 โดยสินเชื่อฟื้นฟูในกรอบวงเงิน 250,000 ล้านบาท มีวงเงินคงเหลือคงเหลือ 65,000 ล้านบาท ซึ่งสินเชื่อฟื้นฟูที่อนุมัติแล้ว 184,941 ล้านบาท จำนวนผู้ได้รับความช่วยเหลือ 54,956 ราย มีวงเงินอนุมัติเฉลี่ย 3.5 ล้านบาทต่อราย เป็นการกระจายตัวดีทั้งขนาด ประเภทธุรกิจ และภูมิภาค โดยแบ่งเป็นธุรกิจขนาดกลาง และขนาดเล็ก จำนวน 76.7% วงเงิน 50 ล้านบาท ประเภทที่ประกอบธุรกิจพาณิชย์และบริการ จำนวน 67.9% และเป็นลูกหนี้ที่อยู่ในต่างจังหวัดจำนวน 69.5% ขณะเดียวกันโครงการพักทรัพย์พักหนี้ สำหรับวงเงิน 100,000 ล้านบาท ยอดอนุมัติเข้าร่วมโครงการ 50,721 ล้านบาท จำนวนผู้ได้รับความช่วยเหลือ 373 ราย
สำหรับลูกหนี้ภายใต้มาตรการช่วยเหลือ เมื่อเทียบกับช่วงเดือนกุมภาพันธ์ พบว่าลูกหนี้ภายใต้มาตรการช่วยเหลือลดลง เมื่อเทียบกับเดือนเมษายนมีจำนวนลูกหนี้เพิ่มขึ้นมาเล็กน้อย โดยปัจจุบันมีลูกหนี้ที่อยู่ภายใต้มาตรการช่วยเหลือทั้งสิ้นของธนาคารพาณิชย์ non-bank สถาบันการเงินเฉพาะกิจทั้งหมด 2.9 ล้านล้านบาท หรือเป็นจำนวนบัญชีทั้งสิ้น 3.84 ล้านบัญชี
อย่างไรก็ตาม จากการให้ความช่วยเหลือลูกหนี้พบว่าลูกหนี้ที่ออกจากโครงการส่วนใหญ่สามารถกลับมาจ่ายชำระหนี้ได้ หรือได้รับการปรับโครงสร้างหนี้แล้ว โดยสะท้อนจาก NPL ratio หรือหนี้เสียที่ยังไม่เพิ่มสูงขึ้นมากนัก ทั้งนี้ ต้องติดตามคุณภาพของลูกหนี้เอสเอ็มอี และลูกหนี้รายย่อยที่อาจได้รับผลกระทบจากต้นทุนและค่าครองชีพที่ปรับสูงขึ้น ขณะที่รายได้ของลูกหนี้บางกลุ่มยังฟื้นตัวไม่เต็มที่
นางสาวสุวรรณีกล่าวว่า สำหรับการขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายเพิ่ม 0.25% จาก 0.50% สู่ระดับ 0.75% เป็นเรื่องความจำเป็นต้องขึ้นดอกเบี้ยเพื่อดูแลเงินเฟ้อ ซึ่งส่วนสำคัญที่ห่วงคือลูกหนี้กลุ่มเปราะบาง ขณะเดียวกันส่วนของธนาคารพาณิชย์ในการปรับดอกเบี้ยนโยบาย ธปท.ไม่ได้ห้ามที่ธนาคารพาณิชย์ต้องส่งผ่านตามกลไกลปกติของระบบธนาคาร แต่ได้พูดคุยกับธนาคารพาณิชย์ว่ากลุ่มลูกหนี้ที่มีความเปราะบาง รวมถึงกลุ่มธุรกิจรายย่อยที่ได้รับผลกระทบหนักยังจำเป็นต้องได้รับความดูแล ซึ่งสิ่งที่ร่วมผลักดันกับธนาคารพาณิชย์ในเรื่องการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอาจทำในลักษณะของการทยอยเพื่อลดทอนผลกระทบ และมีมาตรการที่จะดูแลกลุ่มที่ได้รับผลกระทบ
อย่างไรก็ตาม การขึ้นดอกเบี้ยของ ธปท.ต้องปล่อยไปตามกลไกลปกติ โดยการส่งผ่านไปยังต้นทุนธนาคารพาณิชย์อาจจะยังไม่ถึง 100% ดังนั้น เมื่อมีการขึ้นดอกเบี้ยโดยปกติ ธนาคารพาณิชย์จะต้องดูเรื่องของระบบการเงินของแต่ละธนาคารที่อาจมีสินทรัพย์และหนี้สินที่แตกต่างกัน ซึ่งอยู่ที่การบริหารจัดการระบบธนาคาร รวมทั้งกลไกลตลาด และกลยุทธ์ทางธุรกิจ

