‘พิพัฒน์’เดินสาย8จว.ถกผับเปิดถึงตี4 ดีเดย์ พ.ย. ชี้กระตุ้นท่องเที่ยว ‘อาคม’ลุยแก้หนี้ครัวเรือนพุ่ง

18.08.22 | 08:15 น.

‘พิพัฒน์’เดินสาย8จว.ถกผับเปิดถึงตี4 ดีเดย์ พ.ย. ชี้กระตุ้นท่องเที่ยว ‘อาคม’ลุยแก้หนี้ครัวเรือนพุ่ง

เมื่อวันที่ 18 สิงหาคม นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวว่า เตรียมเดินสายหารือกับสถานที่ท่องเที่ยวเป้าหมาย 8 จังหวัด เรื่องการขยายเวลาเปิดสถานบันเทิงถึงเวลา 04.00 น. จากเดิมเวลา 02.00 น. เพื่อกระตุ้นการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวต่างชาติ และสนับสนุนเศรษฐกิจภาคกลางคืน โดยจะเป็นเมืองท่องเที่ยวหลัก ได้แก่ กรุงเทพฯ ภูเก็ต กระบี่ พังงา ชลบุรี (พัทยา) ประจวบคีรีขันธ์ (หัวหิน) จังหวัดสุราษฎร์ธานี (เกาะสมุย) และเชียงใหม่

ทั้งนี้ ช่วงค่ำนายพิพัฒน์ ได้ลงพื้นที่ย่านข้าวสารพร้อมกล่าวว่า พบว่ามีความคึกคักสูงมาก มีนักท่องเที่ยวต่างชาติออกมาเที่ยวสถานบันเทิงอย่างหนาแน่น โดยประเมินว่าหากสามารถขยายเวลาเปิดสถานบันเทิงตามเวลาดังกล่าวได้ จะทำให้มีการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวต่างชาติ เพิ่มขึ้นกว่า 25% อย่างไรก็ตาม ได้หารือร่วมกับผู้ประกอบการ มีสอบถามเข้ามาว่าการขยายเวลาเปิดสถานบันเทิงถึง 04.00 น.ที่ว่านี้ จะสามารถเริ่มต้นดำเนินการได้ช่วงใดด้วยซ้ำ ส่วนนี้ยังไม่สามารถให้คำตอบที่ชัดเจนได้ แต่สิ่งสำคัญคือ ผู้ประกอบการในพื้นที่แหล่งท่องเที่ยวหลัก อย่างถนนข้าวสาร จะต้องรวมกลุ่มกัน จัดทำประชาพิจารณ์ จากนั้นต้องทำรายละเอียดเสนอความต้องการเข้ามาที่กระทรวง หากทำการสอบถามความคิดเห็นของคนในชุมชนแล้วไม่ขัดข้อง กระทรวงจะรับหน้าที่นำข้อมูลหารือร่วมกับผู้ว่าราชการกรุงเทพฯ ต่อไป

“หากผู้ว่าฯ กทม.เห็นด้วย จะรวบรวมข้อมูลเสนอศูนย์บริหารสถานการณ์เศรษฐกิจ (ศบศ.) เร็วสุดภายในเดือนกันยายนนี้ แต่หากไม่ทันก็จะเป็นเดือนตุลาคมแทน เพื่อให้สามารถเริ่มต้นได้ในเดือนพฤศจิกายน-ธันวาคมนี้ ต่อเนื่องจนถึงเดือนมกราคม-กุมภาพันธ์ 2566 ซึ่งเป็นช่วงฤดูกาลท่องเที่ยว (ไฮซีซั่น) ของประเทศไทยพอดี แต่เป็นช่วงนอกฤดูกาลท่องเที่ยว (โลว์ซีซั่น) ของยุโรป สหรัฐ ญี่ปุ่น เกาหลี และจีน จึงเชื่อว่าจะหลั่งไหลเข้ามาเที่ยวไทยได้มากขึ้นอีก หากผ่านศบค.แล้ว จะนำข้อมูลเสนอเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) รับทราบ จากนั้นก็เหลือเพียงรอประกาศจากกระทรวงมหาดไทย เพื่อเดินหน้าตามแนวคิดดังกล่าวได้ทันที ยืนยันว่าไม่ได้ต้องการขยายเวลาเปิดผับ บาร์ แบบทั่วประเทศ หรือสนับสนุนการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ “นายพิพัฒน์ กล่าว

ที่แกรนด์ฮอลล์ ดิ แอทธินี โฮเทล แบงค็อก (เพลินจิต) หนังสือพิมพ์ประชาชาติธุรกิจ จัดสัมมนา ถอดรหัสลงทุน ยุคดอกเบี้ยขาขึ้น โดยนายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ปาถกฐาพิเศษหัวข้อ ทิศทางลงทุนไทย วัฏจักรดอกเบี้ยขาขึ้น ว่า ช่วงดอกเบี้ยขาขึ้นนั้น ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ขึ้นดอกเบี้ยแล้วสองครั้ง ส่วนไทยปรับหนึ่งครั้ง เล็กน้อยเพียง 0.25% เกิดจากการปรับนโยบายทั้งการเงินและการคลังให้เป็นปกติ หลังผ่อนคลายมาตรการจากโควิด เพื่อหาเงินประมาณมาใช้ในช่วงวิกฤต โดยเน้นสร้างความเติบโตทางเศรษฐกิจ การปลดล็อกมาตรการป้องโควิด มีส่วนสำคัญทำให้การท่องเที่ยวไทยกลับมา ปีนี้น่าจะถึง 8-10 ล้านคน ภาคส่งออกยังไปได้ดีคาดโต 10% ส่วนข้อระมัดระวังคือหนี้ครัวเรือน เนื่องจากรายจ่ายสูงขึ้น โดยเฉพาะราคาพลังงาน ต้องหามาตรการดูแล ซึ่งธนาคารของรัฐและธนาคารพาณิชย์ให้สัญญาว่าจะชะลอการขึ้นดอกเบี้ยให้นานที่สุด นายอาคมกล่าว และว่า ด้านการลงทุนมองว่าช่วงดอกเบี้ยขาขึ้นก็ยังมีโอกาส โดยเฉพาะการลงทุนในอุตสาหกรรมที่ตอบสนองความต้องการ ใน 3 กลุ่มหลัก กลุ่มรถยนต์ไฟฟ้า กลุ่มสุขภาพ และด้านดิจิทัลเทคโนโลยี