‘พิพัฒน์’ ปิดประชุมรมต.ท่องเที่ยว ‘เอเปค’ ด้วยดี เว้นบางประเทศติดใจคำว่า ‘สงบสุข-ความมั่นคง’
นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยว่า ผลการประชุมรัฐมนตรีท่องเที่ยวเอเปค ครั้งที่ 11 โดยมีสมาชิก 21 เขตเศรษฐกิจเอเปค เข้าร่วมการประชุมรวม 200 คน ซึ่งในที่ประชุม ซึ่งผลของการประชุมในครั้งนี้ ถือว่าได้รับความสำเร็จเป็นอย่างดี ซึ่งผลการดำเนินงานภายใต้แผนยุทธศาสตร์ท่องเที่ยวเอเปคปี 2563-2567 เน้นหารือแนวทางความร่วมมือของเอเปคเพื่อเร่งฟื้นฟูการท่องเที่ยวในช่วงหลังโควิด-19 และบทบาทของภาคการท่องเที่ยวต่อการส่งเสริมความเป็นอยู่ที่ดีของประชาชนในภูมิภาค มุ่งเน้นและให้ความสำคัญกับการฟื้นฟูการเดินทางท่องเที่ยวในระยะต่อไป และได้แลกเปลี่ยนประสบการณ์ในการส่งเสริมการฟื้นฟูการท่องเที่ยวในแต่ละเขตเศรษฐกิจ รวมถึงหารือถึงวิธีการรักษาสถานะของการท่องเที่ยวในฐานะภาคส่วนที่สร้างประโยชน์และความอยู่ดีกินดีให้แก่ประชาชนในภูมิภาคเอเปค
นายพิพัฒน์ กล่าวว่า ในที่ประชุมแสดงความกังวลเรื่องโควิด-19 ที่ยังไม่สิ้นสุด ส่งผลต่อสภาพเศรษฐกิจปัจจุบัน ถือเป็นความท้าทายและอุปสรรคต่อการพัฒนาการการท่องเที่ยวทั้งในระดับภูมิภาคแลระดับโลก โดยภาคการท่องเที่ยวได้รับกระทบจากโควิดมาอย่างยาวนาน รวมถึงจากราคาพลังงานที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น ค่าอาหารที่เพิ่มขึ้นสูง ทำให้มีผลกระทบต่อต้นทุนการท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น รวมถึงภาวะเงินเฟ้อที่เป็นปัจจัยกัดกร่อนการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวในการเดินทางเที่ยวต่างๆ ซึ่งที่ประชุมเห็นพ้องในการร่วมมือกัน เพื่อให้แน่ใจว่าแต่ละประเทศการขนส่งสินค้า การลงทุน และการแลกเปลี่ยนแรงงานแบบไม่มีอุปสรรคในการท่องเที่ยว
“ตลอดระยะเวลาการประชุม ทุกเขตเศรษฐกิจได้ร่วมกันเจรจาร่างถ้อยแถลง และสามารถบรรลุฉันทามติได้ในทุกย่อหน้า จำนวน 20 ย่อหน้า ยกเว้นเพียง 1 ย่อหน้าที่เขตเศรษฐกิจต่างๆ ไม่สามารถหาฉันทามติกันได้ จึงได้ผลลัพธ์ในรูปถ้อยแถลงประธาน หรือ Chair Statement การประชุมครั้งนี้ เราสามารถรับรองเอกสาร 2 ฉบับ ได้แก่ 1.ข้อเสนอแนะเชิงนโยบายเพื่อฟื้นฟูการท่องเที่ยวในภูมิภาคเอเปคให้มีอนาคตที่ดีกว่าเดิม รวมถึงการท่องเที่ยวฟื้นสร้างอย่างยั่งยืน และ 2.คู่มือเอเปคสำหรับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียด้านการท่องเที่ยว ฉบับปรับปรุง ซึ่งเอกสารทั้งสองฉบับนี้เป็นผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมของความร่วมมือด้านการท่องเที่ยวของเอเปคในปีนี้ ซึ่งความสำเร็จเหล่านี้ล้วนเป็นก้าวสำคัญของเอเปคในการก้าวไปสู่การบรรลุวิสัยทัศน์ปุตราจายา ค.ศ. 2040 และเพื่อให้เราทำงานต่อไปข้างหน้า” นายพิพัฒน์ กล่าว
ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติม ว่า ประเด็นที่ไม่สามารถบรรลุฉันทามติจนออกร่างแถลงการณ์ของรัฐมนตรีเอเปค และต้องเปลี่ยนเป็นได้ถ้อยแถลงประธานแทน เนื่องจากผู้แทนจากจีนไม่เห็นด้วยที่ในร่างแถลงการณ์ในย่อหน้าที่ 2 เพียงย่อหน้าเดียว ที่มีคำว่า สงบสุข (peace) และความมั่นคง (stability)


