เมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายน นายปวิณ ชำนิประศาสน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ พร้อมด้วย นายโสภณ ธรรมรักษา ผู้ทรงคุณวุฒิด้านวิศวกรรมโยธา(ด้านควบคุมการก่อสร้าง) กรมชลประทานร่วมเป็นประธานในพิธีเปิดงาน “สานต่องานพ่อ เติมน้ำเติมชีวิต” งานเดินเครื่องเจาะอุโมงค์ส่งน้ำช่วงแม่งัด – แม่กวง สัญญาที่ 2 โครงการเพิ่มปริมาณนํ้าในอ่างเก็บนํ้าเขื่อนแม่กวงอุดมธารา ณ บ้านป่าสักงาม ต.ลวงเหนือ อ.ดอยสะเก็ด จ.เชียงใหม่
นายโสภณ เปิดเผยว่า สำหรับโครงการเพิ่มปริมาณนํ้าในอ่างเก็บนํ้าเขื่อนแม่กวงอุดมธารา จ.เชียงใหม่ จะมีการดำเนินงานก่อสร้างเป็น 2 ช่วงคือ อุโมงค์ส่งน้ำช่วงแม่แตง – แม่งัด ระยะทางตั้งแต่ประตูระบายน้ำแม่ตะมาน ซึ่งกั้นลำน้ำแม่แตง จนถึงอ่างเก็บน้ำเขื่อนแม่งัดสมบูรณ์ชล แบ่งออกเป็น 2 สัญญา โดยสัญญาที่ 1 มีความยาวอุโมงค์ 12.500 กิโลเมตร (กม.) ได้เริ่มดำเนินการเมื่อตั้งแต่ปี 2558 กำหนดแล้วเสร็จปี 2564 ส่วนสัญญาที่ 2 มีความยาวอุโมงค์ 10.476 กม. ซึ่งเริ่มขุดเจาะในวันที่ 8 พฤศจิกายน 2559 กำหนดแล้วเสร็จในปี 2562 อย่างไรก็ตาม การดำเนินงานอาจจะล่าช้ากว่าแผนที่กำหนดไว้เล็กน้อยเนื่องจากในช่วงก่อนที่จะเริ่มดำเนินการยังคงมีปัญหาเรื่องการขออนุญาตเข้าใช้ประโยชน์ในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติและอุทยานแห่งชาติ ประกอบกับการขุดระเบิดอุโมงค์ ผ่านหินไม่ดี ส่งผลให้การทำงานต้องมีขั้นตอนการปรับปรุงเสถียรภาพภายในอุโมงค์
“การเจาะอุโมงค์ส่งน้ำช่วงแม่งัด – แม่กวงดังกล่าว เป็นการเจาะในชั้นหินครั้งแรกของประเทศไทย โดยใช้ทั้งเทคนิคการขุดเจาะระเบิด ซึ่งจะสามารถดำเนินการได้เฉลี่ยประมาณ 4 – 6 เมตร/วัน และเทคนิคการใช้เครื่องเจาะ (ทีบีเอ็ม) ซึ่งจะสามารถดำเนินการได้เฉลี่ยประมาณ 12-20 เมตร (ม.) ต่อวัน การใช้เทคนิคผสมผสานกัน ขึ้นอยู่กับการพิจารณาประสิทธิภาพความเหมาะสมทางเทคนิค ต้นทุน และความจำเป็นของสภาพแวดล้อม เช่น สภาพหิน โครงสร้างหิน น้ำใต้ดิน เพราะต้องดำเนินการเจาะอุโมงค์ ซึ่งมีความลึกจากผิวดิน ประมาณ 300 ม. จนถึง 700 ม. ซึ่งการเจาะอุโมงค์ในช่วงนี้จะมีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 4.20 ม.”นายโสภณ กล่าว

นายโสภณ กล่าวว่า อ่างเก็บน้ำเขื่อนแม่กวงอุดมธารา นับเป็นโครงการพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชได้พระราชทานให้กรมชลประทานดำเนินก่อสร้างตั้งแต่ปี 2519 เพื่อประโยชน์ด้านอุปโภค บริโภค และการเกษตร ในเขตพื้นที่จ.เชียงใหม่ ประมาณ 175,000 ไร่ และเพื่อให้การบริหารจัดการน้ำในลุ่มน้ำปิง ประกอบด้วยลุ่มน้ำย่อย ได้แก่ ลุ่มน้ำแม่แตง ลุ่มน้ำแม่งัด ลุ่มน้ำแม่กวง เกิดประโยชน์สูงสุด จึงได้ดำเนินโครงการเพิ่มปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำเขื่อนแม่กวงอุดมธารา ซึ่งความคืบหน้า ขณะนี้อยู่ระหว่างดำเนินการก่อสร้าง โดยเฉพาะลุ่มน้ำแม่กวงที่มีความต้องการน้ำสูงขึ้น ทั้งด้านการท่องเที่ยว ภาคอุตสาหกรรม และการขยายตัวของชุมชนในพื้นที่อ.เมือง จ.เชียงใหม่ และจ.ลำพูน จนเกิดปัญหาขาดแคลนน้ำ เป็นปริมาณ 137 ล้านลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.)ต่อปี และจะเพิ่มเป็น 173 ล้านลบ.ม.ต่อปี ในอีก 20 ปีข้างหน้า จึงต้องมีโครงการเพิ่มปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำเขื่อนแม่กวงอุดมธารา เพื่อเพิ่มปริมาณน้ำต้นทุนเฉลี่ยปีละประมาณ 160 ล้านลบ.ม.
นายโสภณ กล่าวว่า ทั้งนี้การเจาะอุโมงค์ส่งน้ำจากลำน้ำแม่แตง (ประตูระบายน้ำแม่ตะมาน) จะส่งน้ำส่วนเกินประมาณ 113 ล้านลบ.ม.ต่อปี ในฤดูฝนระหว่างเดือนกรกฎาคมถึงเดือนพฤศจิกายน ไปยังอ่างเก็บน้ำเขื่อนแม่งัดสมบูรณ์ชจากนั้น จะส่งน้ำส่วนเกินของลำน้ำแม่แตงประมาณ 113 ล้านลบ.ม.ต่อปี และน้ำส่วนเกินของอ่างเก็บน้ำเขื่อนแม่งัดสมบูรณ์ชล ประมาณ 47 ล้านลบ.ม.ต่อปี รวมเป็นปริมาณน้ำที่ส่งผ่านอุโมงค์จากอ่างเก็บน้ำเขื่อนแม่งัดสมบูรณ์ชลไปยังอ่างเก็บน้ำเขื่อนแม่กวงอุดมธารา ทั้งสิ้นประมาณ 160 ล้านลบ.ม.ต่อปี ซึ่งจะช่วยแก้ปัญหาการขาดแคลนน้ำ ในลุ่มน้ำแม่กวง ทั้งด้านการท่องเที่ยวและการเกษตรกรรมได้
นายโสภณ กล่าวว่า ขณะเดียวกัน กรมชลฯยังมีโครงการส่งน้ำจากอ่างเก็บน้ำเขื่อนแม่งัดสมบูรณ์ชลไปยังระบบส่งน้ำของโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาแม่แตง เพื่อสนับสนุนให้พื้นที่การเกษตรในลุ่มน้ำแม่แตงในฤดูแล้งประมาณ 25 ล้านลบ.ม.ต่อปี ซึ่งจะทำให้ประชาชนที่อยู่ทั้ง 3 ลุ่มน้ำย่อยของลุ่มน้ำปิง ได้รับประโยชน์จากโครงการนี้ ทำให้มีความมั่นคงในเรื่องน้ำตลอดปี ทั้งน้ำเพื่อการเกษตร การอุปโภคบริโภค ลดปัญหาน้ำท่วมโดยเฉพาะในลุ่มน้ำแม่แตง รวมทั้งพื้นที่เศรษฐกิจของจังหวัดเชียงใหม่ และยังเพิ่มพื้นที่ชลประทานของโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาเขื่อนแม่กวงอุดมธารา ในฤดูแล้งจาก 17,060 ไร่ เป็น 76,129 ไร่ อีกด้วย

