‘จุรินทร์’ ชง ครม.กันงบ 1,669 ล้าน ต่อโครงการประกันรายได้ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ปี 4

22.08.22 | 16:13 น.

‘จุรินทร์’ ชง ครม.กันงบ 1,669 ล้าน ต่อโครงการประกันรายได้ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ปี 4 จ่ายชดเชย หากต่ำ 8.50 บาท/โล

เมื่อวันที่ 22 สิงหาคม ที่กระทรวงพาณิชย์ นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวภายหลังประชุมคณะกรรมการนโยบายและบริหารจัดการข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ (นบขพ.) ว่าที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายและบริหารจัดการข้าวโพดเลี้ยงสัตว์มีข้อสรุป 3 เรื่อง ได้แก่ เรื่องที่หนึ่ง ที่ประชุมให้ความเห็นชอบโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ปีที่ 4 ซึ่งดำเนินการมา 3 ปีแล้ว หลักเกณฑ์ทั้งหมดคงเดิมทุกประการ เช่นเดียวกับปีที่ 1-3 โดยเริ่มประกันรายได้ตั้งแต่วันที่ 1.พ.ย. 65-30 เม.ย.67 ประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าวโพดที่เริ่มปลูกตั้งแต่วันที่ 1 มิ.ย.65 ถึงวันที่ 31 พ.ค.66 งวดที่หนึ่งจะเริ่มจ่ายเงินส่วนต่าง ถ้าราคาข้าวโพดต่ำกว่ากิโลกรัมละ 8.50 บาท ตามรายได้ที่ประกันตั้งแต่วันที่ 20 พ.ย.65 เป็นต้นไป เตรียมงบประมาณ 1,669.8 ล้านบาท มีเกษตรกรเข้าร่วมโครงการ 452,000 ราย

พร้อมกันนี้ที่ประชุมเห็นชอบมาตรการคู่ขนาน ซึ่งเป็นมาตรการเช่นเดียวกับ 3 ปีที่ผ่านมา คือช่วยชดเชยดอกเบี้ยร้อยละ 3 ให้กับสถาบันเกษตรกรและผู้รวบรวมข้าวโพดที่เก็บข้าวโพดไว้ไม่เร่งขายในช่วงที่ข้าวโพดออกมากเพื่อป้องกันราคาข้าวโพดตกต่ำ

“จากนี้จะได้มีการนำเสนอเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรีต่อไปตามขั้นตอน” นายจุรินทร์กล่าว

นายจุรินทร์กล่าวว่า เรื่องที่สอง โครงการส่งเสริมการปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์หลังฤดูทำนา เป็นการปลูกในช่วงแล้งเพื่อเพิ่มปริมาณข้าวโพดที่มีความจำเป็นต้องใช้เป็นจำนวนมากทำวัตถุดิบอาหารสัตว์ในประเทศ เพราะความต้องการใช้ข้าวโพดในประเทศเฉลี่ยปีละ 7.98 ล้านตัน แต่เราผลิตในฤดูกาลผลิตปกติได้แค่ 4.96 ล้านตัน ยังขาดอีกเยอะมาก จำเป็นต้องส่งเสริมการปลูกข้าวโพดหลังฤดูทำนา ปริมาณการผลิต 0.8 ล้านตัน ส่วนที่เหลือจะนำเข้าเพื่อมาชดเชย

Advertisement

ซึ่งการส่งเสริมการปลูกข้าวโพดหลังฤดูทำนารัฐบาลมีนโยบายสนับสนุนหลายมาตรการ เช่น ให้ ธ.ก.สให้สินเชื่อเป็นกรณีพิเศษ โดยจ่ายดอกเบี้ยร้อยละ 3.5 รัฐบาลจะช่วยร้อยละ 3 จากปกติร้อยละ 6.5 ไร่ละไม่เกิน 4,000 บาท รายละไม่เกิน 15 ไร่ หรือไม่เกิน 60,000 บาท และมาตรการสนับสนุนเพิ่มเติม เช่น ประกันความเสี่ยงกรณีเกิดภัยพิบัติข้าวโพดหลังนา หรือเกิดโรคพืช ซึ่งกรณีภัยพิบัติได้รับการชดเชย 1,500 บาท/ไร่ โรคพืช 750 บาท/ไร่ โดยรัฐบาลเป็นผู้ช่วยจ่ายเบี้ยประกันให้ทั้งหมด 172 บาท/ไร่ แทนเกษตรกรร้อยเปอร์เซ็นต์ ซึ่งระยะเวลาการปลูกข้าวโพดหลังนาเริ่มตั้งแต่ 1 ต.ค.65-15 ม.ค.66 ใช้งบประมาณสนับสนุน 262 ล้านบาท

นายจุรินทร์กล่าวว่า เรื่องที่สาม ที่ประชุมให้ความเห็นชอบยุทธศาสตร์ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ปี พ.ศ.2565-2567 เป็นเวลา 3 ปี โดยมีเป้าหมายสำคัญ 3 ด้าน 1.เพิ่มผลผลิตต่อไร่ ตั้งเป้าหมายผลผลิตต่อไร่ ข้าวโพดในฤดูปกติให้เพิ่มผลผลิตจาก 800 กก./ไร่ เป็น 1,104 กก./ไร่ ส่วนข้าวโพดหลังนา หรือที่เรียกว่าข้าวโพดแล้ง ให้เพิ่มผลผลิตจากไร่ละ 860 กก./ไร่ เป็น 1,187 กก./ไร่ ภายใน 3 ปี 2.เพิ่มพื้นที่การปลูกข้าวโพด ในพื้นที่ที่เหมาะสมสำหรับข้าวโพด จะเพิ่มพื้นที่รวมกันทั้งข้าวโพดฝนและข้าวโพดแล้งจากพื้นที่เดิม 801,900 ไร่ เป็น 1,106,622 ไร่ ภายใน 3 ปี

และ 3.เร่งรัดดำเนินการปลูก หรือพัฒนาข้าวโพดคุณภาพที่ได้มาตรฐาน GAP ต่อไปต้องปลอดสารอะฟลาทอกซิน หรือเชื้อราที่มักพบในข้าวโพดและก่อให้เกิดโรคมะเร็ง จะเร่งส่งเสริมการปลูกข้าวโพดคุณภาพในมาตรฐาน GAP ไม่ให้มีการเผาตอซังข้าวโพดต่อไปในอนาคต ตามเป้าหมายที่กำหนดใน 3 ปี ซึ่งจะบังคับใช้ตั้งแต่วันนี้ ที่ประชุมมีมติคือ 22 ส.ค.65 เป็นต้นไป ถึงปี’67 โดยตนสั่งการให้ในการประชุมคณะกรรมการชุดนี้ทุกครั้ง ผู้ปฏิบัติที่เกี่ยวข้องจะต้องรายงานความคืบหน้าเชิงตัวเลขที่เป็นรูปธรรมให้ที่ประชุมรับทราบและพิจารณาสั่งการต่อไปทุกครั้ง