บาทอ่อนค่าแรง ที่ระดับเปิด 36.14 บาท หลังเงินเหรียญสหรัฐแข็งค่าต่อเนื่อง
เมื่อวันที่ 23 สิงหาคม นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทเปิดเช้านี้ ที่ระดับ 36.14 บาทต่อเหรียญสหรัฐ อ่อนค่าลงจากระดับปิดวันก่อนหน้า ที่ระดับ 36.08 บาทต่อเหรียญสหรัฐ โดยมองกรอบเงินบาทวันนี้คาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 36.05-36.25 บาทเหรียญสหรัฐ
สำหรับแนวโน้มค่าเงินบาทยังมีความเสี่ยงที่จะผันผวนในฝั่งอ่อนค่าท่ามกลางแรงกดดันเงินบาทฝั่งอ่อนค่าจากทั้งเงินเหรียญสหรัฐที่มีแนวโน้มแข็งค่าจนกว่าตลาดจะรับรู้ถ้อยแถลงของประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ในงานประชุม Jackson Hole รวมถึงโฟลว์ธุรกรรมซื้อทองคำในจังหวะย่อตัวและแรงซื้อสกุลเงินเยนญี่ปุ่น (JPY) ของผู้ประกอบการบางส่วน หลังค่าเงินเยนญี่ปุ่นได้อ่อนค่าลงต่ำกว่าระดับ 26 บาทต่อ 100 เยน
ขณะที่ฟันด์โฟลว์นักลงทุนต่างชาติก็อาจไม่ได้ไหลเข้าตลาดทุนไทยสุทธิเหมือนในช่วงที่ผ่านมา เนื่องจากนักลงทุนต่างชาติอาจรอจังหวะการย่อตัวของตลาดหุ้นไทย ก่อนที่จะเพิ่มสถานะการถือครองอีกครั้ง เช่นเดียวกับฝั่งตลาดบอนด์ประเมินว่าผู้เล่นในตลาดยังคงใช้กลยุทธ์รอจังหวะบอนด์ยีลด์ปรับตัวขึ้นเพื่อทยอยซื้อ
หลังจากที่เงินบาทอ่อนค่าทะลุโซนแนวต้านที่เราเคยประเมินไว้ ทำให้แนวต้านถัดไปของเงินบาทจะอยู่ในช่วง 36.20-36.30 บาทต่อเหรียญสหรัฐ ซึ่งสอดคล้องกับสัญญาณทางเทคนิคัลทั้งจาก RSI และ MACD ที่เคยได้ระบุว่าในช่วงระยะสั้น สัญญาณเชิงเทคนิคัลชี้ว่าเงินบาทมีโอกาสอ่อนค่าลงได้ในระยะสั้น อย่างไรก็ตาม เงินบาทอาจไม่ได้อ่อนค่ารุนแรงไปมาก หากไม่ได้มีปัจจัยเสี่ยงที่กดดันให้นักลงทุนต่างชาติเทขายสินทรัพย์ไทยรุนแรง อาทิ ทางการจีนใช้มาตรการล็อกดาวน์ที่เข้มงวดในเมืองสำคัญ เพื่อคุมสถานการณ์การระบาดของโควิดหรือปัญหาการเมืองในประเทศทวีความรุนแรงมากขึ้น
ทั้งนี้ ช่วงที่ตลาดการเงินผันผวนสูงและมีหลายปัจจัยที่ไม่แน่นอน โดยเฉพาะแนวโน้มนโยบายการเงินธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) แนะนำให้ผู้ประกอบการควรใช้กลยุทธ์ป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนที่หลากหลายมากขึ้น โดยเฉพาะการใช้ Options ซึ่งจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการป้องกันความเสี่ยงได้ดีในช่วงที่ตลาดผันผวนหนัก
กลุ่มงานตลาดการเงิน ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB Financial Markets) ระบุว่า ค่าเงินบาทวันนี้เคลื่อนไหวในกรอบ 36.10-36.30 บาทต่อเหรียญสหรัฐ โดยค่าเงินบาทอ่อนค่าทะลุ 36.00 อีกครั้ง หลังค่าเงินเหรียญสหรัฐยังคงแข็งค่ามากขึ้น โดยได้รับแรงหนุนในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมาจากความคิดเห็นของเจ้าหน้าที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) หลายคนที่ออกมากล่าวย้ำว่าเฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอย่างแข็งกร้าวต่อไป
ด้านค่าเงินยูโรดิ่งลงสู่ระดับต่ำกว่า 1.0000 เหรียญสหรัฐ หลังจากบริษัทก๊าซพรอมประกาศในวันศุกร์ว่าจะมีการปิดท่อส่งนอร์ดสตรีม 1 ในวันที่ 31 สิงหาคม-2 กันยายน เพื่อซ่อมบำรุง ขณะที่ตลาดคาดนายเจอโรม พาวเวลล์ ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะสนับสนุนการขึ้นดอกเบี้ยต่อไป ในงานประชุมประจำปีที่แจ็คสัน โฮล

