หน้าแรก เศรษฐกิจ คมนาคม เด้งจน...

คมนาคม เด้งจนท.คุมงาน พระราม 2 คานร่วงเข้ากรุ กางแผนปรับปรุง เปิดใช้ ธ.ค.นี้

23.08.22 | 17:49 น.

‘คมนาคม’​ เร่งติดตามแก้ไขบนถนนพระราม 2 หลังเกิดอุบัติเหตุบ่อย กางแผนปรับปรุงคานสะพานกลับรถพังถล่ม เตรียมเปิดใช้งาน ธ.ค.นี้

เมื่อวันที่ 23 สิงหาคม นายพิศักดิ์ จิตวิริยะวศิน รองปลัดกระทรวงคมนาคม หัวหน้ากลุ่มภารกิจการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านทางหลวง เปิดเผยภายหลัง ลงพื้นที่ตรวจสอบพื้นที่เกิดเหตุกรณีคานสะพานกลับรถร่วงหล่นบนถนนพระราม 2 ตอน สะพานข้ามแม่น้ำท่าจีน-นาโคก ที่ กม. 34+000 บริเวณสะพานกลับรถหน้าโรงพยาบาลวิภาราม อ.เมือง จ.สมุทรสาคร พังถล่มทับรถยนต์ เมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม 2565 ว่า

เหตุการณ์ดังกล่าวกระทรวงคมนาคม และกรมทางหลวง (ทล.)​ ได้ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง โดยมีวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ (วสท.) และ สภาวิศวกร ร่วมด้วย โดยได้มีกรตรวจสอบโครงสร้างสะพาน รอยร้าว หรือชำรุด เบื้องต้นไม่พบรอบร้าวที่มีนัยยะสำคัญที่ทำให้โครงสร้างเสียหาย รวมทั้งใช้เครื่องมือตรวจสอบ สแกนพื้นผิว ตำแหน่งเหล็ก ระยะห่างของเหล็กยังคงได้ตามมาตรฐานตามแบบ และใช้เครื่องมือในการทดสอบกำลังเสา ทดสอบคอนกรีตยังสามารถรับกำลังอัดตามมาตรฐานวิศวกรรมยังได้ตามมาตรฐานอยู่

“เพื่อให้เกิดความมั่นใจอีกระดับ ทล. ร่วมกับ วสท. ในการทดสอบรับน้ำหนักบรรทุก โดยนำรถบรรทุกจริงขึ้นไปจอดบริเวณที่จุดเกิดเหตุ เพื่อตรวจสอบเสากับคานยังรับน้ำหนักได้ตามมาตรฐานที่ออกแบบหรือไม่ โดยมีเครื่องมือในการตรวจจับการรับน้ำหนักรถบรรทุกยังเป็นไปตามมาตรฐานหรือไม่ คาดว่าจะทราบผลภายในเดือนกันยายน 2565 ขณะเดียวกัน ทล. อยู่ระหว่างการออกแบบการปรับปรุงแก้ไขจุดดังกล่าว เพื่อติดตั้งคานสำเร็จรูป และพื้นสะพานสำเร็จรูป จากเดิมจะใช้วิธีการหล่อในพื้นที่ เพื่อเกิดการทำงานที่รวดเร็วขึ้น เมื่อแบบได้ข้อสรุปแล้วจะเริ่มดำเนินการทันที โดยใช้เวลา 2-3 เดือนแล้วเสร็จและเปิดใช้งานเดือนธันวาคม 2565” นายพิศักดิ์​ กล่าว

Advertisement

นายพิศักดิ์ กล่าวว่า สำหรับแผนดำเนินการระหว่างก่อสร้างเน้นทำงานกลางคืน เวลา 22.00-05.00 น. โดยช่วงทำงานจะปิดการจราจรช่องทางหลักขาเข้า กรุงเทพฯ จำนวน 3 ช่อง แล้วให้ผู้ใช้ทางวิ่งช่องทางคู่ขนานแทน ส่วนช่วงกลางวันไม่มีการทำงาน จะเปิดช่องทางหลัก 3 ช่องให้ใช้งานปกติ

 

นอกจากนี้ เมื่อเปิดใช้งานสะพานกลับรถดังกล่าวแล้ว เพื่อเพิ่มความปลอดภัยมากขึ้น วสท. เสนอให้ติดตั้งเครื่องมือตรวจสอบพฤติกรรมการของตัวคานกับสะพานที่มีการติดตั้งใหม่ว่า พฤติกรรมรับน้ำหนักรถบรรทุกยังคงเป็นไปตามมาตรฐานทางหลักวิศวกรรมหรือไม่ ใช้เวลาดำเนินการติดตั้ง 6 เดือนหลังเปิดใช้งานสะพานกลับรถ จากนั้นจะตรวจสอบข้อมูลในทุกเดือน หากรับน้ำหนักรถบรรทุกไม่ลดลงแสดงว่า สะพานนี้คงมีความมั่นคงแข็งแรงตามหลักวิศวกรรมอยู่ ขณะเดียวกันหากทดสอบประมาณ 1-2 เดือนแล้วพบว่า การรับแรงน้ำหนักรถบรรทุกลดลงจะต้องหยุดใช้งานทันที เพื่อเข้าตรวจสอบและหาแนวทางปรับปรังแก้ไขต่อไป

ส่วนกรณีที่ประชาชนผู้ใช้ทางต้องทนปัญหาไม่มีการจุดกลับรถตัวนี้ใช้ระหว่างปรับปรุงให้แล้วเสร็จนั้น มอบหมายให้ ทล. ไปศึกษาพิจารณาความเป็นไปได้เปิดจุดกลับรถแล้วไม่มีความเสี่ยงและปลอดภัย ซึ่งปัจจุบันแม้จุดกลับรถจะมีระยะทางไกลส่งผลกระทบต่อผู้ใช้ทางไม่ได้รับความสะดวก แต่ก็ปลอดภัย เพราะกลับรถใต้สะพาน โอกาสเกิดอุบัติเหตุต่ำมาก หรือแทบจะเป็นศูนย์ ขณะที่เปิดจุดกลับรถพื้นราบกลางถนนนั้น โอกาสเกิดอุบัติเหตุสูงมาก ทำให้มีความเสี่ยงเกิดขึ้น ดังนั้นขอให้ประชาชนอดทนอีกนิด แล้วจะเร่งดำเนินการให้เสร็จโดยเร็ว

ด้าน นายอภิชาติ จันทรทรัพย์ รองอธิบดี ทล. กล่าวถึงผลการสอบสวนข้อเท็จจริงกรณีเกิดอุบัติเหตุคานสะพานกลับรถร่วงหล่นบนถนนพระราม 2 ว่า ขณะนี้ ผลสอบมีผลแล้ว โดยรายงานความคืบหน้าผลสอบดังกล่าวให้นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรี​ว่าการ​กระทรวง​คมนาคม รับทราบ ไม่เกินวันที่ 25 สิงหาคมนี้ ถึงเหตุที่เกิดขึ้นและแนวทางการดำเนินงานในระยะต่อไป เพื่อให้ นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม มีข้อเสนอแนะเพิ่มเติมต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น หลังจากนั้น ทล.ไปดำเนินการแก้ไขและปรับปรุง

นายอภิชาติ กล่าวอีกว่า ส่วนบทลงโทษต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนั้นเป็นหน้าที่ ทล. ซึ่งมีการตั้งคณะกรรมการตรวจสอบคู่ขนานกัน โดยนำผลการตรวจสอบไปร่วมด้วย ปัจจุบันขึ้นอยู่กับการตรวจสอบคณะกรรมการ ทล. ว่าตรวจสอบแล้วเป็นความบกพร่องของเจ้าหน้าที่และกระบวนการในการดำเนินการอย่างไร ซึ่งมีการระบุอยู่ในระเบียบว่า ในกรณีที่มีการเกิดอุบัติเหตุในบริเวณนั้นๆ ทางหน่วยงานที่เป็นเจ้าของโครงการฯ จะต้องมีการตั้งคณะกรรมการ เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริง หากพบผู้กระทำความผิดจะนำไปสู่กระบวนการลงโทษทางวินัยต่อไป ทั้งนี้ ทล. จะให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่ายและต้องปรับปรุงแก้ไขไม่ละเลยต่อหน้าที่ เพื่อให้เกิดความปลอดภัยในการทำงาน

“กรณีเหตุการณ์ดังกล่าวที่เกิดขึ้นนั้น ล่าสุด ทล. ได้สั่งย้ายเจ้าหน้าที่คุมงานของโครงการฯ ออกไป 2 คน คือ 1.นายสมบัติ ประภพรัตนกุล ผู้อำนวยการศูนย์สร้างและบูรณะสะพานที่ 3 (ปทุมธานี) และ 2.นายสาระ กันยาหลง ผู้ควบคุมงานโครงการดังกล่าว ระหว่างที่อยู่ในการสอบข้อเท็จจริง เพื่อให้เกิดความเป็นกลางในการสอบ” นายอภิชาติ กล่าว