‘ภาคเอกชน’ ห่วงปม ‘บิ๊กตู่’ พักงาน-การเมืองไม่นิ่ง ซ้ำเติมเศรษฐกิจฐานรากวิกฤตหนัก

26.08.22 | 08:46 น.

‘ภาคเอกชน’ ห่วงปม ‘บิ๊กตู่’ พักงาน-การเมืองไม่นิ่ง ซ้ำเติมเศรษฐกิจฐานรากวิกฤตหนัก หวั่นประชุมเอเปคมีชุมนุมหรือเหตุร้ายแรง

เมื่อวันที่ 25 สิงหาคม นายแสงชัย ธีรกุลวาณิช ประธานสมาพันธ์เอสเอ็มอีไทย เปิดเผยว่า กรณีศาลรัฐธรรมนูญมีมติให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯหยุดปฎิบัติหน้าที่จนกว่าจะมีคำวินิจฉัยเรื่องการดำรงตำแหน่งนายกฯ 8 ปี คาดว่าจะใช้เวลา 1 เดือนนั้น จากที่ได้พูดคุยกับสมาชิกธุรกิจเอกชน แสดงความเป็นห่วงหากสถานการณ์การเมืองไม่นิ่งและไม่ไว้ใจว่าจะกระทบต่อกลไกภาครัฐในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ รวมถึงการแก้ปัญหาต่างๆจะชะงักหรือลากยาวไปอีก ยิ่งเพิ่มความกังวลต่อเศรษฐกิจแย่จริง หรือเริ่มเข้าวิกฤตอีกครั้ง หากปัจจัยต่างๆที่เป็นปัจจัยภายในและปัจจัยภายนอกเพิ่มความรุนแรงขึ้นอีก

โดยปัจจัยภายนอก ต้องจับตาระเบิดเวลาที่ซุกไว้ใต้พรมของความขัดแย้งหรือตึงเครียดทางการเมืองระหว่างประเทศยังยืดเยื้อและอาจปะทุได้ตลอดเวลา ทั้งสหรัฐกับยูเครน จีนกับไต้หวัน หรือ สหรัฐ รวมถึงเศรษฐกิจในประเทศมหาอำนาจ ไม่แค่ยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่ อาจเจอวิกฤตได้ อย่างจีนอาจเจอภาวะเศรษฐกิจฟองสบู่จากอสังริมทรัพย์ ซึ่งเป็นสัดส่วน 30% ของจีดีพีประเทศ เป็นต้น

ขณะที่ปัจจัยในประเทศ ธุรกิจรายย่อยและรายย่อม กำลังเผชิญด้านต้นทุนและค่าใช้จ่ายทุกด้านเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ทั้งวัตถุดิบที่ต้องพึ่งพานำเข้า ราคาพลังงาน ค่าจ้างแรงงาน ดอกเบี้ย สินค้าแพง และภาวะเงินเฟ้อกระทบต่อการใช้จ่าย รายได้ธุรกิจลด และภาระหนี้ครัวเรือนสูง ตอนนี้ยังต้องเฝ้าดูเสถียรภาพทางการเมืองในไทยด้วยตอนนี้วิตกความไม่คืบหน้าในทางปฎิบัติของคณะกรรมการเฉพาะกิจเพื่อบริหารสถานการณ์วิกฤตเศรษฐกิจ ที่เน้นแก้ปัญหาอาหารและพลังงาน ที่นายกฯประยุทธ์ แต่งตั้งและนั่งเป็นประธาน เมื่อกลางเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา รวมถึงซุปเปอร์บอร์ดต่างๆ ที่ธุรกิจยังอยากเห็นแผนและการทำงานที่เป็นรูปธรรม และรวดเร็ว เพราะตอนนี้พลังงานและอาหารแพงขึ้นต่อเนื่อง ซึ่งที่ผ่านมายังไม่เห็นอะไรที่เป็นรูปธรรม

” เรื่องการชี้ขาดการดำรงตำแหน่ง 8 ปีนั้นเป็นเรื่องทางการเมือง แต่หากมีผู้ปฎิบัติแทนก็อยากให้สานต่อ เพราะตอนนี้เรื่องปากท้องสำคัญ โดยเฉพาะช่วง 1-3 เดือนจากนี้ เรื่องที่ต้องเร่งไม่ควรหยุดชะงัก ไม่อย่างนั้น เศรษฐกิจฐานรากอาจวิกฤตหนักขึ้น ตอนนี้มีหนี้เสียในระบบเศรษฐกิจกว่า 2.1 ล้านรายแล้ว ” นายแสงชัย กล่าวและว่า การมีนายกฯรักษาการณ์และไม่มีเหตุการณ์อะไรที่รุนแรง จนกระทบต่อความเชื่อมั่นของต่างชาติ แต่กังวลช่วงประชุมเอเปคที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพ แล้วมีเหตุการณ์ชุมนุมหรือเหตุร้ายแรง จนปรับจากประชุมในไทยและการประชุมทางไกลแทน จะทำให้ไทยเสียโอกาสโปรโมตแหล่งเที่ยวและรายได้จากการเดินทางมาประชุมและบางส่วนจะท่องเที่ยวในไทยต่อด้วย