‘จุรินทร์’ ชี้นโยบาย รัฐหนุนเอกชนนำ สร้างความมั่นใจ-โกยเงินเข้าประเทศ พร้อมมอบสมาคมการค้าดีเด่น 31 รางวัล

26.08.22 | 16:59 น.

‘จุรินทร์’ ชี้นโยบาย รัฐหนุนเอกชนนำ สร้างความมั่นใจ-โกยเงินเข้าประเทศ พร้อมมอบสมาคมการค้าดีเด่น 31 รางวัล

เมื่อวันที่ 26 สิงหาคม นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยภายหลัง เป็นประธานเปิดงาน มอบรางวัลสมาคมการค้าดีเด่นประจำปี 2565 และปาฐกถาพิเศษเรื่อง นโยบายขยายความร่วมมือระหว่างภาครัฐกับเอกชน ในการส่งเสริมการส่งออก การค้าชายแดน การบริโภคภายในประเทศ เพื่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทย และมอบรางวัล สมาคมการค้าดีเด่น ที่โรงแรม ริชมอนด์ สไตลิช คอนเวนชั่น โฮเทล ว่าจีดีพีปีที่แล้ว เป็นตัวชี้ว่าเราจะต้องเดินอย่างไร โดย 2564 การบริโภคภายในประเทศเป็นตัวขับเคลื่อนสำคัญของจีดีพี มีสัดส่วนถึง 52% การลงทุนในประเทศ 30% และการใช้จ่ายภาครัฐ 18% ดังนั้น การขับเคลื่อนการบริโภคมีความสำคัญอย่างยิ่ง ซึ่งในส่วนกระทรวงพาณิชย์ และกระทรวงเกษตรฯ ร่วมทำงานกับภาคเอกชนอย่างใกล้ชิด ภายใต้ กรอ.พาณิชย์ (คณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนด้านการพาณิชย์) และหลักคิด รัฐหนุนเอกชนนำ การขับเคลื่อนราคาพืชผลการเกษตรเพื่อให้เม็ดเงินลงสู่คนกลุ่มใหญ่ที่สุดของประเทศจะได้มีกำลังซื้อ ราคาพืชผลเกษตรตัวสำคัญของประเทศมีผลมาก ที่ผ่านมาถือว่าอยู่ในระดับดีมาก ราคาพืชเกษตรเฉลี่ยดีขึ้นทุกตัว ข้าวเปลือกเจ้าเกวียนละ 9,500 บาท มันสำปะหลัง 3 บาทกว่า/กก. ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ 10-12 บาท/กก. ยางพารา ยางแผ่นดิบ 50-60 บาท/กก. น้ำยางข้น 51-53 กว่าบาท/กก. ขี้ยาง 23-25 บาท/กก. ปาล์มน้ำมัน 6-8 บาท/กก. และผลไม้ยุคนี้ราคาดีที่สุดยุคหนึ่งตั้งแต่มีประเทศไทยมา ปีที่แล้วจีนปิดด่านเพราะนโยบาย Zero Covid

ไทยพึ่งตลาดจีนเป็นหลัก สามารถแก้ปัญหาได้ด้วยนโยบายเชิงรุกและเชิงลึกของกระทรวงพาณิชย์กับภาคเอกชน กำหนดมาตรการตั้งแต่เบื้องต้น 17+1 มาตรการ และแก้ปัญหาระบบโลจิสติกส์ ปรับจากทางบก มาใช้ทางเรือและทางอากาศมากขึ้น การส่งออกผลไม้คล่องตัวขึ้น ราคาพืชผลการเกษตรสูงที่สุดในประวัติศาสตร์ยุคหนึ่ง  เน้นวิสัยทัศน์หลักคิดแก้ปัญหาร่วมกับเอกชน เกษตรกร ทุกฝ่าย ทำรุกทำเร็วทำลึก ซึ่งดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค อันดับ 1 คือพนักงาน อันดับ 2 คือเกษตรกร เพราะราคาพืชผลเกษตรดีทำให้มั่นใจในการจับจ่ายใช้สอย และถ้าพืชเกษตรราคาตกก็มีโครงการประกันรายได้เกษตรกร ซึ่งเป็นเงื่อนไขในการเข้าร่วมรัฐบาลของพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งทำมา 3 ปี ขึ้นปีที่ 4 แล้ว

ทำให้เกษตรกรมีหลักประกันจากการขายในตลาดและเงินส่วนต่างจากรายได้ที่ประกัน ทำให้เม็ดเงินที่เข้าสู่ระบบคล่องตัวขึ้น เป็นหลักให้เกษตรกรมั่นใจ และการท่องเที่ยวจะตั้งเป้าปีนี้นักท่องเที่ยว 10 ล้านคน จากเดิม 40 ล้านคน จะมาช่วยกระตุ้นเงินในประเทศได้ไม่น้อยและตัวเลขส่งออก เดือนกรกฎาคม 2565 บวก 4.3% และ 7 เดือนแรก 2565 บวก 11.5%

โดยตั้งเป้าทั้งปีไว้ที่ 4% ซึ่งตอนนี้ยังเกินเป้าอยู่ นำเงินเข้าประเทศ 7 เดือน มูลค่า 5.774 ล้านล้านบาท ซึ่งไปได้ดีทุกหมวด แต่หมวดสินค้าอุตสาหกรรมจะมีปัญหานิด เพราะติดขัดปัญหาภาคการผลิต ตรงตัวชิปหรือเซมิคอนดักเตอร์ที่ขาดแคลนทั่วโลก โดยเฉพาะประเด็นปัญหาที่เกิดขึ้นระหว่างจีนกับไต้หวัน การระงับการส่งซิลิกาซึ่งเป็นวัตถุดิบพื้นฐานของตัวชิป จะกระทบการผลิตสินค้าขั้นต่อไป เนื่องจากจะผลิตได้น้อย เป็นสิ่งที่ต้องแก้ต่อไปพร้อมกับโลก

Advertisement

“จากนี้การส่งออกเหลืออีก 5 เดือน ตนสั่งการไปแล้วสำหรับทูตพาณิชย์ทั่วโลก กำหนดแผนปฏิบัติการที่ละเอียดชัดเจน ‘ทำได้ไวทำได้จริง’ ในรูปแบบของกิจกรรม วางแผนในปี 65 ว่าจะทำกิจกรรมส่งเสริมการส่งออกให้ได้ 185 กิจกรรม แต่ตอนนี้ปรับเพิ่มกิจกรรมให้การส่งออกทะลุเป้าให้มากที่สุดเพิ่มจาก 185 กิจกรรม เพิ่มอีก 345 กิจกรรม เป็น 530 กิจกรรม ช่วยกันขับเคลื่อนผลักดันร่วมกับเอกชน เพื่อทำตัวเลขส่งออกนำเม็ดเงินเข้าประเทศเพิ่มจีดีพีให้กับประเทศ โดยวันที่ 14 กันยายนนี้ ตนจะประชุมทูตพาณิชย์ทั่วโลกและจะเชิญเอกชนมาร่วมประชุมด้วย” นายจุรินทร์กล่าว และว่า อีกไม่กี่วันจะนำคณะไปซาอุดีอาระเบีย โดยเป้าหมาย 2 ข้อ คือ 1.ไปขายของ เพราะตนเป็นหัวหน้าเซลส์แมนประเทศและมีภาคเอกชนที่จะเดินทางไปขายของให้กับซาอุดีอาระเบีย จำนวน 138 ราย จาก 90 บริษัท 2.จะไปซื้อปุ๋ย พาเอกชนไปซื้อปุ๋ยเงื่อนไขพิเศษจากซาอุดีอาระเบีย มาช่วยแก้ปัญหาปุ๋ยขาดให้มีปริมาณปุ๋ยพอสำหรับเกษตรกรใช้ และเจรจาให้มาเร่งรัดการตรวจโรงงานฮาลาลในประเทศไทย จากเดิมตรวจแล้ว 11 โรง จะเร่งให้มาตรวจอีก 25 โรง และอีกประเทศที่จะไปในต้นเดือนหน้าคือมองโกเลีย เพื่อสร้างอนาคตไว้ให้กับประเทศ โดยไปขอตั้ง JTC (Joint Trade Committee) กับมองโกเลีย และได้พบกับนายกรัฐมนตรีของมองโกเลียด้วย และการค้าชายแดนตัวเลขยังดี 7 เดือนแรกปีนี้ +20% ทำเงินให้ประเทศ 376,000 กว่าล้านบาท ซึ่งเดิมเปิดด่านได้ 57 ด่าน จาก 96 ด่าน ตอนนี้เป็น 60 ด่านแล้ว และจะเร่งเปิดเพิ่มเพื่อให้การค้าชายแดนเดินต่อไปได้

นายสนั่น อังอุบลกุล ประธานกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย กล่าวว่า กลไกการทำงานผ่าน กรอ.พาณิชย์ ช่วยภาคเอกชนทำงานแก้ปัญหาและอุปสรรค และผลักดันทำให้ 7 เดือนที่ผ่านมา การส่งออกยังโตได้ถึง 11.5% เชื่อเหลือเกินว่าจะทะลุเป้าจาก 4% อาจได้ถึง 8% ทั้งปีนี้ ต้องให้เครดิตกับกระทรวงพาณิชย์โดยเฉพาะภายใต้การนำของท่านรองนายกรัฐมนตรีดูแลภาคเอกชน เช่น การแก้ปัญหาตู้คอนเทนเนอร์ เรื่องผลไม้ที่ติดขัดในการส่งไปประเทศจีน ช่วยกระตุ้นให้พวกเราจัดงานแสดงสินค้าต่างๆ และการจับคู่ธุรกิจมีความสำคัญมากและท่านจะพาพวกเราไปบุกตลาดที่ซาอุดีอาระเบียในปลายเดือนสิงหาคมด้วย
ทั้งนี้ สมาคมหอการค้าญี่ปุ่น ได้ฝากขอบคุณท่านรองนายกฯด้วย การที่ช่วยแก้ปัญหาการเจรจาที่ติดขัดระหว่างไทยกับฟิลิปปินส์เป็นเวลาช้านาน ทำให้การส่งยานยนต์ไปฟิลิปปินส์เป็นไปด้วยความราบรื่น ทำให้ญี่ปุ่นมีความเชื่อมั่นในการลงทุน ขยายการลงทุนรถอีวีในประเทศไทยด้วย ขอขอบพระคุณท่านเป็นอย่างยิ่ง
นายทศพล ทังสุบุตร อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กล่าวว่า ภายในงานมีสมาคมการค้าและผู้ที่ได้รับรางวัลรวมทั้งหมด 31 โล่รางวัล ประเภทสมาคมการค้าดีเด่น จำนวน 26 โล่รางวัล ได้แก่ รางวัลสมาคมการค้ายอดเยี่ยม จำนวน 6 โล่รางวัล รางวัลสมาคมการค้าดีเด่นรายมิติ จำนวน 20 โล่รางวัล และประเภทนายกและกรรมการศักยภาพดีเด่น จำนวน 5 โล่รางวัล ได้แก่ รางวัลนายกสมาคมการค้าดีเด่น จำนวน 2 โล่รางวัล และรางวัลกรรมการศักยภาพดีเด่น จำนวน 3 โล่รางวัล