เมื่อวันที่ 9 พฤศจิกายน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศการแลกธนบัตร 2 แบบ ได้แก่ 1. บัตรธนาคารเนื่องในมหามงคลสมัยที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงเจริญพระชนมพรรษา หกสิบบริบูรณ์ 5 ธันวาคม 2530 ชนิดราคา 60 บาท จ่ายแลก 60 บาท และ 2. ธนบัตรที่ระลึกเนื่องในโอกาสครบรอบ 100 ปี ธนบัตรไทย (ปี 2555) ชนิดราคา 100 บาท จ่ายแลก 100 บาท โดยธนบัตรทั้ง 2 แบบนี้ เป็นสต็อกสุดท้ายที่ธนาคารแห่งประเทศไทยเหลืออยู่ บรรยากาศคึกคักมีประชาชนจำนวนมากที่ให้ความสนใจที่จะมาแลก ซึ่งแต่ละธนาคารเปิดให้แลก 1 คนต่อ 1 แบบ เท่านั้น ทยอยเปิดให้แลกตั้งแต่เวลาประมาณ 8.00 น. เป็นต้นไป ซึ่งแต่ละธนาคารมีการจัดระเบียบและลำดับทำให้การแลกธนบัตรที่ระลึกเป็นไปด้วยเรียบร้อยและรวดเร็ว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ธนาคารไทยพาณิชย์ สำนักงานใหญ่ รัชโยธินได้ จัดเตรียมสถานที่เพื่อรอรองรับประชาชนจำนวนมากที่จะมาแลกธนบัตรที่บริเวณหอประชุมมหิศร เพื่อลดความแออัดบริเวณเคาเตอร์ โดยมีประชาชนคนแรกมีมารอต่อแถวแลกธนบัตรตั้งแต่ 01.30 น. ซึ่งในการแลกพนักงานได้แจกบัตรคิว และมีการปั้มตราประทับธนาคารเพื่อแสดงว่าได้ใช้สิทธิ์แล้ว

ส่วนธนาคารกรุงเทพ สำนักงานใหญ่ สีลม มีประชาชนมารอต่อแถวเพื่อแลกธนบัตรตั้งแต่เวลา 04.00 น. ซึ่งขณะนี้แถวยาวล้นออกนอกอาคาร ด้านธนาคารกสิกรไทย สำนักงานใหญ่ พหลโยธิน มีประชาชนมาต่อต่อแถวตั้งแต่เวลา 06.00 น. มีประชาชนจำนวนมากรอต่อแถว


ขณะที่ธนาคารทหารไทย สำนักงานใหญ่ พหลโยธิน และธนาคารกรุงไทย สำนักงานใหญ่ นานา ก็คึกคักเช่นกัน มีประชาชนออกมารอต่อแถวจนล้นออกมานอกอาคาร ซึ่งเจ้าหน้าที่ธนาคารได้มีการจัดแถวเพื่อความเป็นระเบียบและเพื่อไม่ให้ต้องต่อแถวเป็นเวลานาน

ทั้งนี้ เมื่อเวลา 08.40 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ธนาคารกรุงเทพ สาขาลาดพร้าว เปิดให้ประชาชนจ่ายแลกธนบัตรเวลา 08.30 น. ซึ่งประมาณ 10 นาที ก็จ่ายแลกจนหมด เพราะมีแระชาชนมารอตั้งแต่เวลา 06.00 น. ในทิศทางเดียวกับการจ่ายแลกธนบัตรที่ระลึกของธนาคารอื่น ๆ โดยเฉพาะในแหล่งชุมชน ที่เริ่มทยอยจ่ายแลกหมดตามความต้องการของประชาชนที่มีจำนวนมาก
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ประชาชนที่ออกมาแลกธนบัตรต่างกล่าวเป็นเสียงเดียวกันว่า ธนบัตรที่ระลึกเหล่านี้พิมพ์ขึ้นในสมัยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช เป็นรุ่นที่หายากจึงอยากเก็บสะสมไว้ ซึ่งประชาชนบางคนที่ออกมาแลกธนบัตรอายุต่ำกว่า 30 ปี ซึ่งเกิดไม่ทันครั้งที่ ธปท. เปิดให้แลกบัตรธนาคาร เนื่องในมหามงคลสมัยที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงเจริญพระชนมพรรษา หกสิบบริบูรณ์ 5 ธันวาคม 2530 ด้วย


