หน้าแรก เศรษฐกิจ ภาคธุรกิจเมือ...

ภาคธุรกิจเมืองชล ชี้ขึ้นค่าแรง ต่างด้าวได้ประโยชน์สุด บ่นอุบซ้ำเติมวิกฤตเดิม

27.08.22 | 10:17 น.

ชลบุรี – ผู้ประกอบการธุรกิจชลบุรีบ่นอุบ ค่าแรงงานขึ้น วอนรัฐบาลช่วยลดค่าน้ำค่าไฟช่วยเหลือ ชี้ขึ้นค่าแรงงานต่างด้าวได้ประโยชน์

เมื่อวันที่ 27 สิงหาคม นายสุนทร ธัญญวัฒนกุล เจ้าของบริษัท สุนทรธัญทรัพย์ จำกัด ผลิตและจัดจำหน่ายข้าวสารตราไก่แจ้ กล่าวถึงกรณีที่มีการประกาศขึ้นค่าแรงงาน จ.ชลบุรี จาก 336 บาทเป็น 354 บาทต่อวัน และเริ่มประกาศใช้ 1 ตุลาคมเป็นต้นไปว่า ยอมรับว่า ช่วงนี้เศรษฐกิจก็แย่อยู่แล้ว หาเงินไม่พอใช้ เงินเฟ้อมาก คนจนรับไม่ไหว น้ำมันก็แพง สินค้าหลายตัวก็ขยับสูงขึ้น แม้กระทั่งพนักงานทำงานในธนาคารบางแห่ง แม้ว่าจะมีการเพิ่มเงินช่วยเหลืออีกคนละ 3,000 บาท ยังอยู่ไม่ได้เลย แล้วคนหาเช้ากินค่ำจะอยู่กันอย่างไร โดยเฉพาะเกษตรกร ผลผลิตก็ตกต่ำ ผู้ประกอบการ SMEs หลายแห่งเริ่มหยุดกิจการไปไม่รอด

“ถึงแม้ว่ารัฐบาลจะจัดโครงการคนละครึ่ง ก็ไม่สามารถเยียวยาคนจนได้ เพราะเข้าไม่ถึง ยอมรับว่าหลายพื้นที่ยังยากจนไม่สามารถเข้าถึงบริการของรัฐได้ บางคนยังไม่มีมือถือใช้ด้วยซ้ำไป” นายสุนทรกล่าว และว่า เมื่อรัฐบาลประกาศขึ้นค่าแรง ในฐานะผู้ประกอบการก็ต้องปฏิบัติตามกฎหมาย ไม่เช่นนั้นก็ทำผิดกฎหมายอีก ในการแก้ไขปัญหาเบื้องต้นจะใช้วิธีประหยัดน้ำ ประหยัดไฟฟ้า เพื่อนำเงินส่วนที่เหลือมาจ่ายให้กับลูกจ้าง พนักงาน เพราะไม่เช่นนั้นบริษัทก็อยู่ไม่ได้ ทุกวันนี้จุดไหนประหยัดได้ก็ต้องประหยัด รถยนต์ไม่จำเป็นต้องใช้ก็ไม่ใช้ เพื่อให้บริษัทอยู่รอด ที่สำคัญต้องรับผิดชอบคนงานจำนวนมาก ให้ออกไปก็ตกงาน เพราะช่วงนี้ไม่รู้ว่าจะไปหางานทำที่ไหน เศรษฐกิจอย่างนี้ก็ต้องยอมรับชะตากรรม

นายสุนทร กล่าวอีกว่า บริษัทของตนมีคนงานประมาณกว่า 400 คน ช่วงวิกฤตการแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 ก็ยังไม่มีการปลดคนงานออก เมื่อค่าแรงขั้นต่ำเพิ่มจากเดิมอีก 16 บาท บริษัทก็ต้องแบกรับภาระไปด้วย แถมยังมีอาหารกลางวันให้รับประทาน จึงต้องประหยัดทุกวิถีทางเพื่อให้ก้าวพ้นวิกฤต ส่วนการขึ้นค่าแรงงานขั้นต่ำได้เกิดประโยชน์กับแรงงานต่างด้าว ที่เข้ามาทำงานใน จ.ชลบุรีจำนวนมาก เพราะมีต่างด้าวหลายคนเข้ามาทำงานในพื้นที่ จ.ชลบุรีเพิ่มมากขึ้น เนื่องจากมีแรงงานบางประเภทคนไทยไม่ทำ

สุนทร ธัญญวัฒนกุล เจ้าของบริษัท สุนทรธัญทรัพย์ จำกัด ผลิตและจัดจำหน่ายข้าวสารตราไก่แจ้

ด้าน นายสุรัตน์ เมฆะวรากุล ผู้บริหารกลุ่มบริษัท ไมค์ จำกัด เจ้าของเคป ดารา รีสอร์ท พัทยา และห้างสรรพสินค้าในพัทยา กล่าวว่า การขึ้นค่าแรงงานขั้นต่ำในครั้งนี้ เหมือนกับผลักภาระให้กับผู้ประกอบการ เศรษฐกิจตกต่ำอย่างนี้ แต่ค่าแรงงานขึ้น ยอมรับว่าช่วงนี้เศรษฐกิจในเมืองพัทยารายได้เท่าเดิม และอาจจะน้อยกว่านั้น เพราะนักท่องเที่ยวลดลง ที่สำคัญหลายกิจการติดลบมาแล้วกว่า 2 ปี พัทยายังไม่ทันฟื้นตัว ก็มาเจอปัญหากับค่าแรงงานขั้นต่ำขึ้นมาอีก แต่รัฐบาลไม่มีนโยบายในการช่วยเหลือผู้ประกอบการที่ชัดเจน

นายสุรัตน์ กล่าวว่า นโยบายที่ไม่ชัดเจนคือการส่งเสริมการท่องเที่ยวของประเทศไทย ควรให้มีความชัดเจนมากกว่านี้ อาทิ สนับสนุนในเรื่องการจัดประชุมสัมมนา ก็จะส่งเสริมให้โรงแรมต่างๆ มีรายได้ รวมทั้งการจัดงานแสดงสินค้านานาชาติ โดยให้สนับสนุนให้ต่างชาติเข้ามาจัดงาน เพื่อดึงนักท่องเที่ยวประเทศต่างๆ เข้ามาเที่ยวประเทศไทยให้มากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ควรจัดท่าเทียบเรือขนาดใหญ่เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวทางเรือ สำหรับให้เรือต่างชาติเข้ามาเทียบท่า อาทิ เรือครุยส์ ที่บรรจุคน 5,000-10,000 คน ก็จะทำให้นักท่องเที่ยวเข้ามาเที่ยวในประเทศไทยมากขึ้น

Advertisement

“ขณะนี้ประเทศมาเลย์ สิงค์โปร์ ได้สร้างท่าเทียบเรือขนาดใหญ่ไว้รองรับนักท่องเที่ยวทางเรือหมดแล้ว แต่ประเทศไทยไม่สนับสนุน ทำให้เรือนักท่องเที่ยวมาแวะเอาเสบียงในประเทศไทยเท่านั้น แต่ไปพักแวะที่ประเทศอื่น ผมเองเคยเสนอโครงการเข้าไปในพิจารณาในการสร้างท่าเรือขนาดใหญ่ ในแผน อีอีซี ปรากฏว่าถูกตีตก ไม่รับพิจารณา แต่สนับสนุนให้สร้างท่าเรือเล็กจากพัทยาไปเกาะล้านเท่านั้น แล้วอย่างนี้จะสร้างรายได้เป็นกอบเป็นกำให้กับคนพัทยาได้อย่างไร” นายสุรัตน์ กล่าว และว่า การขึ้นค่าแรงงานขั้นต่ำต้องยอมรับว่าคนต่างด้าวได้ผลประโยชน์มาก เนื่องจากคนไทยหลายคนไม่ยอมทำงานบางอย่าง ในฐานะที่ประเทศไทยมีมนุษยธรรม เมื่อขึ้นค่าแรงงานก็ต้องขึ้นเท่ากันหมด อย่างไรก็ตาม ฝากไปถึงกระทรวงแรงงาน อยากให้มีการอนุมัติแรงงานต่างด้าวแบบวันสต๊อปเซอร์วิส อย่าให้มีขั้นตอนมาก เพราะทุกวันนี้กว่าจะได้แรงงานต่างด้าวแต่ละคนยอมรับว่าขั้นตอนมากมายเหลือเกิน

นายสุรัตน์กล่าวอีกว่า สำหรับพนักงานที่อยู่ในความดูแลของตนนั้นมีประมาณ 500 คน ก็ต้องแบกรับค่าแรงงานที่เพิ่มขึ้น ยอมรับว่ามีผลกระทบเหมือนกัน อย่างไรก็ตามอยากให้รัฐบาลลงมาช่วยเหลือเหมือนกัน โดยเฉพาะค่าน้ำประปา ค่าไฟฟ้า รวมทั้งภาษีที่ดินที่มีการเก็บเพิ่มมากขึ้น อาจจะแบ่งเป็นสัดส่วน 70 กับ 30 ผู้ประกอบการรับผิดชอบ 70 เปอร์เซ็นต์ ภาครัฐหรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นช่วยรับผิดชอบ 30 เปอร์เซ็นต์ ก็จะช่วยเหลือผู้ประกอบการได้อีกทางหนึ่ง

นายสุรัตน์ เมฆะวรากุล ผู้บริหารกลุ่มบริษัท ไมค์ จำกัด เจ้าของเคป ดารา รีสอร์ท พัทยา และห้างสรรพสินค้าในพัทยา