ตลาดหุ้นมะกันร่วงแรง ดาวโจนส์ดิ่งกว่า 1,000 จุด หลัง ปธ.เฟดส่งสัญญาณไปต่อ ขึ้นดอกเบี้ยแรง
สำนักข่าวเอเอฟพีและรอยเตอร์รายงานว่า ตลาดหุ้นวอลล์สตรีทปิดร่วงหนักในวันศุกร์ (26 ส.ค.) ที่ผ่านมา หลังจากนายเจอโรม พาวเวลล์ ประธานธนาคารกลางสหรัฐอเมริกา (เฟด) ออกมาดับความหวังของบรรดานักลงทุนที่ต้องการเห็นการขึ้นอัตราดอกเบี้ยที่ไม่รุนแรงนัก ด้วยการส่งสัญญาณเตือนว่าเฟดจะยังคงปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยแรงต่อไปเพื่อควบคุมอัตราเงินเฟ้อ
ท่าทีดังกล่าวส่งผลต่อภาวะการซื้อขายในตลาดหุ้นสหรัฐให้ปรับลงแรง โดยดัชนีหุ้นอุตสาหกรรมดาวโจนส์ร่วงลงไปมากกว่า 1,000 จุด ซึ่งเป็นการร่วงลงรุนแรงที่สุดในหนึ่งวันนับจากกลางเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ซึ่งโดยรวม 3 ดัชนีหลักของตลาดหุ้นสหรัฐพากันร่วงลงไปถึง 3 เปอร์เซ็นต์ หรือมากกว่านั้น
ทั้งนี้ในการประชุมสัมมนาประจำปีของธนาคารกลางสหรัฐที่เมืองแจ็กสัน โฮล รัฐไวโอมิง นายพาวเวลล์กล่าวเตือนว่าความเจ็บปวดรออยู่ข้างหน้าสำหรับชาวอเมริกันในการต่อสู้กับอัตราเงินเฟ้อ โดยเฟดจะยังคงดำเนินการอย่างแข็งขันและคงนโยบายทางการเงินที่เข้มงวดต่อไป ซึ่งมีความเป็นไปได้ที่จะทำให้เศรษฐกิจและตลาดแรงงานชะลอตัวลง พร้อมกับย้ำว่าการไม่ทำเช่นนั้นหมายถึงความเจ็บปวดที่จะยิ่งใหญ่มากกว่า
พาวเวลล์กล่าวอีกว่า ข่าวดีเมื่อเร็วๆ นี้เกี่ยวกับด้านราคา ยังไม่เพียงพอที่จะทำให้อัตราเงินเฟ้อสหรัฐกลับคืนสู่เป้าหมายที่ 2 เปอร์เซ็นต์ของเฟด และอัตราดอกเบี้ยจะยังคงอยู่ในระดับสูงเป็นระยะเวลาหนึ่ง
รอยเตอร์ระบุว่า บรรดานักลงทุนต่างรู้ว่าการปรับอัตราดอกเบี้ยขึ้นอีกกำลังจะเกิดขึ้น โดยมีการจับตามองกันที่เห็นต่างกันไปว่าเฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยที่ระหว่าง 0.75 เปอร์เซ็นต์ และ 0.50 เปอร์เซ็นต์ในเดือนหน้าหรือไม่
ก่อนหน้านี้เฟดได้ขึ้นอัตราดอกเบี้ยที่ 0.75 เปอร์เซ็นต์ในการประชุมคณะกรรมการเฟดติดต่อกันมาสองครั้งแล้ว เพื่อชะลออัตราเงินเฟ้อที่สูงที่สุดในรอบ 40 ปีของสหรัฐ
ทั้งนี้ในการปิดการซื้อขายของตลาดหุ้นสหรัฐส่งท้ายสัปดาห์ ดัชนีอุตสาหกรรมดาวโจนส์ร่วงลงไป 3.0 เปอร์เซ็นต์ ปิดที่ 32,283.4 จุด ดัชนีหุ้นเอสแอนด์พีร่วงลงถึง 3.4 เปอร์เซ็นต์ มาอยู่ที่ 4,057.66 จุด และ ดัชนีแนสแดคคอมโพสิต ร่วงลงไป 3.9 เปอร์เซ็นต์ ปิดที่ 12,141.71 จุด

