ไทยยังเนื้อหอม! นักลงทุนญี่ปุ่นมองข้ามปมการเมือง หอบ 3 พันล้าน สร้างโรงงานพื้นที่อีอีซี
วันที่ 28 สิงหาคม นายวีริศ อัมระปาล ผู้ว่าการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 26 สิงหาคม ได้ร่วมโรดโชว์นักลงทุนประเทศญี่ปุ่นกับสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน(บีโอไอ) โดยได้หารือกับผู้บริหารบริษัทญี่ปุ่นรายหนึ่งเป็นผู้ผลิต Printed Circuit Board (PCB) สำหรับใช้ในรถยนต์และเครื่องใช้ไฟฟ้า ยังไม่สามารถเปิดเผยชื่อได้ แต่เป็นลูกค้าที่ตั้งอยู่ในนิคมอุตสาหกรรมในประเทศไทยอยู่แล้ว ล่าสุดตัดสินใจ ย้ายฐานการผลิตมาตั้งในนิคมอุตสาหกรรมในพื้นที่จังหวัดชลบุรีที่เป็นพื้นที่ในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก(อีอีซี) โดยเป็นการขยายการลงทุนเพิ่มเติมอีก 3,000 ล้านบาท จะเริ่มก่อสร้างต้นปี2566 เดินเครื่องผลิตในอีก 2 ปีข้างหน้า เป็นการตัดสินใจลงทุนเพิ่มเติมจากที่คาดการณ์ไว้อีก 20-30%
กนอ.ชี้ปีนี้ไทยเนื้อหอม
“จากการที่นักลงทุนญี่ปุ่นสนใจลงทุนเพิ่ม เป็นการยืนยันว่าการที่สองประเทศยักษ์ใหญ่มีปัญหา จะเป็นโอกาสของไทยที่จะได้ประโยชน์ และวันที่พบนักลงทุนญี่ปุ่นก็พูดเหมือนกับเราว่า จากเดิมที่เคยลงทุนอยู่ในกลุ่มประเทศเอเชีย ได้ตัดสินใจย้ายมาลงในอาเซียนโดยเลือกมาที่ไทย เพราะมีจุดแข็งที่น่าสนใจมากกว่าเวียดนาม มาเลเซีย อินโดนีเซีย ทั้งความมั่นคงด้านแรงงาน ทำเลที่ตั้ง โครงสร้างสาธารณูปโภค แม้ค่าแรงของไทยจะเพิ่มขึ้นและสูงกว่ากลุ่มประเทศดังกล่าวเล็กน้อยก็ตาม ซึ่งในปีนี้หลังเปิดประเทศทำให้ไทยเนื้อหอมมากขึ้น มีนักลงทุนต่างชาติเข้ามาคึกคัก โดยเฉพาะอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าหรืออีวี เช่น จีน ยุโรป”นายวีริศกล่าว
บีโอไอเพิ่มสิทธิประโยชน์จูงใจ
นายวีริศกล่าวว่า นอกจากนี้บีโอไอยังแจ้งสิทธิประโยชน์ใหม่ให้กับนักลงทุนเพื่อให้จูงใจมากขึ้น เช่น ลดภาษีสำหรับบริษัทที่มีนโยบายลดพลังงาน ลดคาร์บอน การหาที่อยู่อาศัยให้ผู้บริหารให้มีสิทธิเป็นเจ้าของได้ รวมไปถึงสิทธิประโยชน์ให้กับครอบครัว เป็นต้น
นายวีริศกล่าวว่า ขณะเดียวกันกนอ.ยังได้พบกับ สมาคมผู้ผลิตอาหารและเครื่องจักรที่ใช้ผลิตอาหารของญี่ปุ่นที่มีความสนใจที่จะไปลงทุนในนิคมอุตสาหกรรม ที่เป็นแหล่งรวมการผลิตอาหารอยู่แล้ว เช่น นิคมอุตสาหกรรมลาดกระบัง นิคมอุตสาหกรรมแหลมฉบัง เป็นต้น
“การมาญี่ปุ่นครั้งนี้มีประโยชน์ทำให้นักลงทุนมีความเชื่อมั่นในประเทศไทยมากขึ้น และประเทศไทยก็ได้รับรู้แนวทางที่นักลงทุนญี่ปุ่นยังมีความสนใจไปลงทุนและมีแผนขยายการลงทุนเพิ่ม จึงเห็นได้ว่า ไม่ว่าจะเป็นโปรแกรมของบีโอไอหรือกนอ. ถือว่าตอบโจทย์นักลงทุนญี่ปุ่น”นายวีริศกล่าว
นักลงทุนมองข้ามการเมือง
นายวีริศกล่าวว่า ส่วนในเรื่องของสถานการณ์การเมืองในปัจจุบันอาจจะเป็นระยะสั้นๆ ไม่น่ามีผลกระทบกับนักลงทุนเพราะว่านักลงทุนที่มาลงทุนในเรื่องนิคมอุตสาหกรรม จะหวังผลในระยะยาว ดูปัจจัยเรื่องภาพรวมเศรษฐกิจ การส่งออก และการเป็นศูนย์กลางด้านการค้า การคมนาคมในระยะยาว ซึ่งประเทศไทยยังมีความน่าสนใจอยู่มาก เพราะอินฟราสตรัคเจอร์ต่างๆที่ไทยกำลังจะขยาย เช่น รถไฟความเร็วสูง ท่าเรือ แม้ว่าจะมีโครงการที่ล่าช้าไปบ้าง แต่ในภาพรวมเป็นสิ่งที่รัฐบาลและหน่วยงานราชการพร้อมที่จะทำ จะเดินหน้าต่อไป และเป็นการสร้างความมั่นใจให้กับเอกชนญี่ปุ่น และจากการที่ไปพูดคุยกันมาเมื่อวันที่ 26 สิงหาคมที่ผ่านมา ไม่ได้มีการถามถึงเรื่องการเมือง แม้จะเป็นกระแสข่าวอยู่บ้าง แต่ไม่ได้เป็นปัจจัยหลักในการตัดสินใจของเอกชนญี่ปุ่น

