นายทศพล ทังสุบุตร อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า(พค.)เปิดเผยว่า กรมเดินหน้าผลักดันการใช้ประโยชน์จากที่ดินที่เจ้าของปล่อยให้รกร้างว่างเปล่าซึ่งทั่วประเทศมีจำนวนมาก ผ่านหลักประกันทางธุรกิจ ที่กำหนดให้ไม้ยืนต้นเป็นทรัพยสินที่ใช้เป็นหลักประกันในการเข้าถึงแหล่งทุนและกู้ยืมเงิน สอดรับจากขณะนี้เจ้าของที่ดินทั่วประเทศกำลังตื่นตัวกับการเพาะปลูกพืช หลังจากรัฐบาลออกประกาศปรับอัตราการจัดเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ซึ่งกรมจะต่อยอดไปกับ”โครงการไม้ยืนต้นหลักประกันทางธุรกิจ”ที่เป็นโครงการที่กรมฯมาตั้งแต่ปี 2561 เตรียมลงพื้นที่รณรงค์ เช่น ประจวบคีรีขันธ์ จันทบุรี อุทัยธานี ชัยนาท
นายทศพล กล่าวว่า ในแผนงานจะเพิ่มการรณรงค์ให้เกษตรกรและวิสาหกิจชุมชน รวมถึงเจ้าของที่ดินรายย่อย เพาะปลูกไม่ยืนต้นบนที่ดินกรรมสิทธิ์และนำมาเป็นหลักประกันทางธุรกิจในการขอสินเชื่อจากสถาบันการเงิน พร้อมกันนี้ กรมจะหารือธนาคารต่างๆในการเพิ่มการเข้าถึงใช้ไม้ยืนต้นเป็นหลักประกัน โดยรณรงค์ถึงประโยชน์ทั้งเพิ่มรายได้ ลดภาระด้านภาษี และ สร้างมูลค่าบนที่ดิน
“หลังจากที่มีกระแสเรื่องการจัดเก็บภาษีที่ดินว่างเปล่า ก็จะเห็นการเพาะปลูกโดยนำพืชชนิดต่างๆมาลง จึงมีแนวคิดว่าจะรณรงค์ให้ประชาชนหรือเจ้าของที่ดินที่ยังไม่มีการพัฒนา ปลูกพืชไม้ยืนต้นที่มีมูลค่าทางเศรษฐกิจ เช่น ไม้สัก ไม้ต่างๆที่นำมาแปรรูปเฟอร์นิเจอร์ต่างๆ และที่ผ่านมาติดเรื่องสถาบันการเงินยังปล่อยให้กู้น้อย จากปี2561ถึงปัจจุบันมีการนำไม้ยืนต้นมาเป็นหลำกประกันทางธุรกิจเพียง 146,282 ต้น มูลค่ารวม 137 ล้านบาท จาก 3 แหล่ง คือ ธ.ก.ส. กรุงไทย และพิโกไฟแนนซ์ จึงเชื่อว่าจากนี้เมื่อกรมเร่งรณรงค์ จะเห็น ที่ดินว่างเปล่าทั่วประเทศปลูกไม้ยืนต้นชนิดที่มีค่าทางเศรษฐกิจมากขึ้น ” นายทศพล กล่าว
ด้านนายเกรียงศักดิ์ ประทีปวิศรุต ผู้อำนวยการองค์การคลังสินค้า(อคส.) กล่าวว่า อคส. ได้ลงนามบันทึกความเข้าใจ กับองค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ (อ.อ.ป.) ในการร่วมมือและนำร่องโครงการปลูกพืชทางเศรษฐกิจ เพื่อเป็นการเพิ่มมูลค่าพื้นที่และสร้างมูลค่าให้กับองค์กร โดยนำร่องในที่ดินของอ.ค.ส.ในจังหวัดนครสวรรค์ จำนวน 127 ไร่ ซึ่งได้มีการตั้งทีมทำงานร่วม โดยอ.อ.ป. จะคัดเลือกพืชและร่วมกันดูแล เบื้องต้นเริ่มเพาะปลูกไผ่ โดยจะนำแผนงานเข้าบอร์ดอ.ค.ส. เห็นชอบภายในปีนี้ ซึ่ง อ.ค.ส.มีที่ดินในหลายจังหวัด และ อ.อ.ป. ก็เชี่ยวชาญเรื่องการดูแลและนำมาใช้ประโยชน์ในการแปรรูป เชื่อว่าเมื่อโครงการเดินหน้าและเป็นตัวอย่างให้พื้นที่อื่น เข้าร่วมในโครงการต่อไป

