หุ้นไทยเปิดตลาดดิ่งแรง 25 จุด ดัชนีลบตามตลาดหุ้นโลก
เมื่อวันที่ 29 สิงหาคม 2565 ผู้สื่อข่าวรายงานภาวะหุ้นวันนี้ว่า หุ้นไทยเปิดตลาดภาคเช้ามาที่ระดับ 1,652.71 จุด เคลื่อนไหวในแดนลบที่ระดับ 1,627.51 จุด ปรับลดลง 25.20 จุด หรือ 1.55% โดยดัชนีทำจุดสูงสุดที่ระดับ 1,628.81 จุด และทำจุดต่ำสุดที่ระดับ 1,619.58 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขายที่ 13,440.13 ล้านบาท
โดย นายรักพงศ์ ไชยศุภรากุล ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายวิจัยและกลยุทธ์ บริษัทหลักทรัพย์ เคจีไอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ภาพรวมตลาดหุ้นไทย ทิศทางตลาดหุ้นวันนี้ ปรับลงตามตลาดหุ้นโลก หลังจากเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา (26 สิงหาคม) ตลาดหุ้นไทยซื้อขายในกรอบแคบๆ (อ่อนแอกว่าที่เราคาด) และเม็ดเงินลงทุนต่างชาติ (ฟันด์โฟลว์) ชะลอตัวลง
ขณะที่ตอนนี้ปัจจัยต่อตลาดหุ้นเป็นลบโดยเฉพาะจากฝั่งต่างประเทศ ได้แก่ ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) แถลงในงานสัมมนาประจำปี ว่าเฟดยังให้ความสำคัญอันดับแรกกับการกดเงินเฟ้อให้ลงสู่เป้า 2% และการขึ้นดอกเบี้ยของเฟด น่าจะทำให้เศรษฐกิจชะลอต่อในระยะถัดไป นอกจากนี้ เฟดชี้ว่าจะยังไม่พิจารณาปรับลดดอกเบี้ยกลับลงมาเร็วเกินไป เพราะต้องมั่นใจก่อนว่าจะสามารถคุมเงินเฟ้อได้
การแถลงดังกล่าวส่งผลให้เฟดฟันด์ฟิวเจอร์ให้น้ำหนักเฟดขึ้นดอกเบี้ย 0.75% ในการประชุมเดือนกันยายนนี้ และมองดอกเบี้ยเฟดขึ้นแตะ 4.0% ณ สิ้นปี 2565 และจะทรงตัวที่ระดับดังกล่าวตลอดปี 2565
นายรักพงศ์ กล่าวว่า รวมถึงเห็นดัชนีค่าเงินดอลล่าร์ฯ และบอนด์ยิลด์สหรัฐฯ ปรับขึ้นค่อนข้างแรงสะท้อนข่าวดังกล่าว กดดันเงินบาทให้อ่อนค่า และน่าจะกดดันฟันด์โฟลว์มากขึ้นในระยะสั้นๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงที่ตลาดการเงินโลกเข้าสู่ภาวะ risk-off จากการแถลงของเฟด ผนวกกับดัชนีหุ้นปรับตัวขึ้นมาระดับหนึ่งในช่วงที่ผ่านมาแล้ว
ด้านปัจจัยภายในประเทศ ติดตามการรายงานตัวเลขเศรษฐกิจไทยเดือนกรกฎาคม ที่ทางธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) จะรายงานในวันที่ 31 สิงหาคมนี้ เพื่อประเมินทิศทาง GDP ไตรมาส 3/2565 ของไทย ทั้งนี้ ฝ่ายวิจัยฯ ประเมินทางลงของดัชนีในรอบปรับฐานนี้ มองไว้ที่ 1,594 จุด (ลงไม่ลึก) ใช้สมมติฐาน earnings yield gap (EYG) ปี 2566 ที่ 4.30% (ค่าเฉลี่ยระยะยาว +0.5 SD) บอนด์ยิลด์ 10 ปีที่ 2.60% และ consensus EPS ปี 2566 ซึ่งขณะนี้อยู่ที่ 110 บาท

