กรมประมงแจง ไม่เคยทิ้งเกษตรกร ทุ่มแก้ปัญหาโรคในกุ้งมาต่อเนื่อง
เมื่อวันที่ 29 สิงหาคม นายเฉลิมชัย สุวรรณรักษ์ อธิบดีกรมประมง เปิดเผยว่า ตามที่มีข่าวว่ากุ้งไทยเกิดภาวะวิกฤตตายด่วน และเกษตรกรถูกทอดทิ้งนั้น กรมประมงขอชี้แจงว่า จากการเฝ้าระวังโรคกุ้งทะเลโดยกรมประมง ในช่วงปลายปี 2564 จนถึงปัจจุบัน พบว่าโรคที่ส่งผลกระทบต่อผลผลิตกุ้งที่สร้างความเสียหายมากคือโรคไวรัสตัวแดงดวงขาว และไวรัสหัวเหลือง ซึ่งโรคไวรัสในกุ้งไม่มียารักษา การป้องกันไม่ให้เชื้อเข้ามาในฟาร์มโดยการประยุกต์ใช้หลักการความปลอดภัยทางชีวภาพ (Biosecurity) เป็นแนวทางที่ดีที่สุด สำหรับโรคตายด่วน ซึ่งเกิดจากเชื้อแบคทีเรียกลุ่มวิบริโอสร้างสารพิษ เกษตรกรสามารถป้องกันและจัดการลดผลกระทบได้โดยการใช้จุลินทรีย์ช่วยในการควบคุมของเสียในบ่อและยังสามารถใช้ปรับประชากรแบคทีเรียในตัวกุ้งให้แบคทีเรียตัวก่อโรคหายไปได้
อธิบดีกรมประมงกล่าวว่า สำหรับอาการขี้ขาวในกุ้งนั้นไม่ได้ทำให้กุ้งตายแต่สร้างความเสียหายเนื่องจากกุ้งไม่โต อาการขี้ขาวเกิดจากหลายปัจจัยประกอบด้วยตัวเชื้อปรสิต EHP (Enterocytozoon hepatopanaei) ร่วมกับเชื้อแบคทีเรียกลุ่มวิบริโอ และปัจจัยสิ่งแวดล้อมเรื่องของคุณภาพน้ำ สารอินทรีย์และของเสียในบ่อเลี้ยงกุ้ง การควบคุมสมดุลของเชื้อทั้งสองกลุ่มให้อยู่ในระดับที่กุ้งสามารถต่อสู้ได้ร่วมกับการควบคุมสิ่งแวดล้อมในบ่อที่ดีเป็นแนวทางลดอาการขี้ขาวลงได้
“กรมประมงไม่เคยทอดทิ้งเกษตรกร และได้ดำเนินการแก้ไขปัญหาโรคต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นอย่างเร่งด่วน เพื่อฟื้นฟูผลผลิตกุ้งของประเทศไทย โดยดำเนินการส่งเสริม เฝ้าระวัง และติดตามการเกิดโรค เกษตรกรสามารถแจ้งหรือปรึกษาปัญหาด้านโรคกุ้งทะเลผ่านช่องทางต่างๆ ได้อย่างรวดเร็ว เจ้าหน้าที่กรมประมงจะให้คำปรึกษาและพร้อมเข้าดำเนินการแก้ไขปัญหาร่วมกับเกษตรกรทันที รวมทั้งออกให้บริการ ‘คลินิกโรคสัตว์น้ำเคลื่อนที่’ (Mobile clinic) เข้าไปถึงฟาร์มเกษตรกรเพื่อให้ความรู้และตอบข้อซักถามแก่เกษตรกรที่เพาะเลี้ยงกุ้งทะเล นอกจากนั้นกรมประมงยังส่งเสริมให้เกษตรกรใช้ลูกกุ้งที่มีสุขภาพแข็งแรงและปลอดเชื้อโรค ซึ่งเกษตรกรสามารถเลือกซื้อลูกกุ้งจากโรงอนุบาลที่มีอยู่ในบัญชี White list hatchery ของ กรมประมง เนื่องจากโรงอนุบาลดังกล่าวได้ผ่านการตรวจเพื่อเฝ้าระวังเชื้อก่อโรคที่สำคัญโดยหน่วยงานในสังกัดกรมประมง” อธิบดีกรมประมงกล่าว

นายเฉลิมชัยกล่าวต่อไปว่า นอกจากนั้นกรมประมงยังดำเนินการผลิตจุลินทรีย์ ปม.1 และ ปม.2 สำหรับใช้ควบคุมของเสียในบ่อเลี้ยงกุ้งและเพิ่มภูมิคุ้มกันให้แก่กุ้ง แจกจ่ายให้เกษตรกรนำไปใช้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย พร้อมทั้งส่งเสริมให้กลุ่มเกษตรกรสามารถผลิตจุลินทรีย์เพื่อใช้ควบคุมโรคในพื้นที่เองได้ ซึ่งเห็นผลชัดเจนว่าช่วยลดปัญหาการเกิดโรคได้โดยเฉพาะโรคตายด่วนที่เกิดจากเชื้อแบคทีเรียและอาการขี้ขาว นอกจากนั้นกรมประมงอยู่ในระหว่างทำการศึกษาวิจัยเพื่อผลิตจุลินทรีย์ชนิดใหม่ๆ ได้แก่ ปม.3 เพื่อตอบโจทย์การเลี้ยงกุ้งให้เกษตรกรต่อไป
สำหรับการพัฒนาวัคซีนป้องกันโรคกุ้ง อธิบดีกรมประมงกล่าวว่า เนื่องด้วยกุ้งเป็นสัตว์ที่มีวิวัฒนาการต่ำกว่าปลาและสัตว์บก มีระบบภูมิคุ้มที่ไม่สามารถจดจำเชื้อโรคได้ดีเท่าปลาหรือสัตว์บก จึงเป็นข้อจำกัดที่ปัจจุบันยังไม่มีวัคซีนที่ใช้ป้องกันโรคกุ้งออกมาให้ใช้งาน อย่างไรก็ตาม กรมประมงมีความร่วมมือทางการวิจัยกับมหาวิทยาลัยและหน่วยงานวิจัยภายนอก เช่น จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ มหาวิทยาลัยมหิดล และ สวทช.ในการพัฒนาสารชีวภัณฑ์มาใช้ในการป้องกันโรคกุ้ง เช่น สารกลุ่มเปปไทด์ต้านจุลชีพ (Antimicrobial peptide) กลุ่มของเฟจ (Phage theraphy) เป็นต้น
“ขณะเดียวกัน กรมประมงยังดำเนินการพัฒนาและปรับปรุงพันธุ์กุ้งทะเล เพื่อเป็นทางเลือกให้แก่เกษตรกร โดยปัจจุบันกุ้งขาวแวนนาไมที่ผ่านการปรับปรุงพันธุ์ของกรมประมงคือ กุ้งขาวสิชล 1 ซึ่งอยู่ระหว่างการดำเนินการทดลองนำไปเลี้ยงในพื้นที่ต่าง ๆ นอกจากนั้นยังอยู่ในระหว่างการปรับปรุงพันธุ์กุ้งขาวแวนนาไมอีก 2 สายพันธุ์ คือโตดีและต้านทานโรคตายด่วน (EMS-AHPND) ซึ่งคาดว่าจะสามารถเผยแพร่สู่เกษตรกรได้ในเวลาไม่นานนัก” อธิบดีกรมประมงกล่าว

