หุ้นลบแรง 18.26 จุด รับความกังวลเฟดขึ้นดอกเบี้ย-ศก.ชะลอตัว
วันที่ 29 สิงหาคม ผู้สื่อข่าวรายงานภาวะหุ้นวันนี้ว่า หุ้นเคลื่อนไหวในแดนลบ โดยเปิดตลาดภาคเช้ามาที่ระดับ 1,652.71 จุด ก่อนปิดตลาดภาคบ่ายที่ระดับ 1,626.52 จุด ปรับลดลง 18.26 จุด หรือ 1.11% โดยดัชนีทำจุดสูงสุดที่ระดับ 1,634.63 จุด และทำจุดต่ำสุดที่ระดับ 1,619.58 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขายที่ 71,417.81 ล้านบาท
โดย นายณัฐพล คำถาเครือ ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัท หลักทรัพย์ (บล.) หยวนต้า (ประเทศไทย) เปิดเผยว่า ภาพรวมตลาดหุ้นไทย ดัชนีปรับลงตามแรง ระหว่างการซื้อขายกว่า 25 จุด ตลาดหุ้นโลก โดยสาเหตุเป็นเพราะความกังวลต่อการที่ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) แถลงในงานสัมมนาประจำปี ว่าเฟดยังให้ความสำคัญอันดับแรกกับการกดเงินเฟ้อให้ลงสู่เป้าหมาย 2% และการชะลอตัวของเศรษฐกิจ อาทิ จีน ที่ตัวเลขเศรษฐกิจที่ออกมาในระยะหลังก็ไม่ได้ดีมากนัก รวมถึงกำไรของภาคการผลิตก็ชะลอตัวลงต่อเนื่อง ทำให้เงินหยวนอ่อนค่า จึงไม่ดีกับภูมิภาคเอเชียมากนัก เนื่องจากจีนเป็นประเทศที่นำเข้าสินค้าจากประเทศอื่นค่อนข้างสูง
นายณัฐพล กล่าวว่า รวมถึงเห็นค่าเงินบาทที่อ่อนค่าลงค่อนข้างเร็ว หลังจากประกาศตัวเลขส่งออกต่ำกว่าคาด และดุลการค้าที่ติดลบมากกว่าที่คาดไว้ ทำให้มีแรงกดดันตลาดหุ้นให้ปรับตัวลง โดยการปรับตัวลงของดัชนีรอบนี้มองว่าไม่น่าจะหลุดระดับ 1,600 จุด เพราะตลาดหุ้นไทยมีความน่าสนใจเฉพาะตัวคือ กำไรบริษัทจดทะเบียน (บจ.) ออกมาดีมาก รวมถึงส่วนต่างระหว่างอัตราผลตอบแทนของตลาดหุ้นและพันธบัตรรัฐบาล ห่างกันกว่า 39% สูงกว่าค่าเฉลี่ย 10 ปีย้อนหลัง ที่ระดับ 37% ทำให้ผลตอบแทนในหุ้นดีกว่าตราสารหนี้ รวมถึงการปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ มองว่าเป็นบวกเศรษฐกิจในช่วงที่เหลือของปีนี้
“ดัชนีในระดับ 1,600 จุด ถือเป็นจุดที่น่าสนใจ เพราะอัตราส่วนทางการเงิน (พีอี) จะอยู่ที่ 15.4 เท่า โดยแนวรับแรกอยู่ที่ 1,625 จุด ส่วนแนวต้านอยู่ที่ระดับ 1,635 จุด และ 1,650 จุด ตามลำดับ ซึ่งภาพการซื้อขายของหุ้นไทยจะอยู่ในแดนลบตลอดสัปดาห์หรือไม่นั้น มองว่าในช่วง 3 วันแรกคงถูกกดดันก่อน และปลายสัปดาห์จะตอบรับปัจจัยลบและฟื้นตัวคืนมาได้ โดยต้องติดตามปัจจัยแวดล้อมอื่นๆ ที่จะตามมา อาทิ การปรับน้ำหนักดัชนี MSCI และตัวเลขเงินเฟ้อยุโรปที่จะประกาศออกมาด้วย” นายณัฐพลกล่าว

