ลุ้นบิ๊กป้อม ถก ครม.วันนี้ เคาะมาตรการลดค่าไฟ ไม่เกิน 500 หน่วย ช่วย ปชช. 

ลุ้นบิ๊กป้อมถก ครม.วันนี้ จ่อเคาะมาตรการลดค่าไฟ ไม่เกิน 500 หน่วย ช่วย ปชช.

แหล่งข่าวจากทำเนียบรัฐบาลกล่าวว่า ในการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ที่มี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะรักษาการนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน วันที่ 30 สิงหาคมนี้ จะมีการพิจารณาแนวทางการช่วยเหลือค่าไฟฟ้าเพื่อบรรเทาผลกระทบต่อประชาชน และมีมติเห็นชอบแนวทางช่วยเหลือ ดังนี้ 1.กลุ่มผู้ใช้ไฟฟ้าบ้านอยู่อาศัยที่ใช้ไฟฟ้าไม่เกิน 300 หน่วยต่อเดือน ซึ่งเป็นกลุ่มเปราะบางที่ได้รับผลกระทบจากการเพิ่มขึ้นของราคาไฟฟ้าซึ่งเป็นสาธารณูปโภคพื้นฐาน โดยการให้ส่วนลดค่าไฟฟ้า จำนวน 92.04 สตางค์ต่อหน่วย เป็นเวลา 4 เดือน ตั้งแต่เดือนกันยายน-ธันวาคม 2565 (ประกอบด้วยส่วนลดจากการเพิ่มขึ้นของค่าเอฟทีเดือนพฤษภาคม-สิงหาคม 2565 จำนวน 23.38 สตางค์ต่อหน่วย และส่วนลดจากการเพิ่มขึ้นของค่าเอฟทีเดือนกันยายน-ธันวาคม 2565 จำนวน 68.66 สตางค์ต่อหน่วย) เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนและช่วยลดภาระค่าครองชีพของผู้ใช้ไฟฟ้า ซึ่งเป็นการดำเนินการต่อเนื่องจากนโยบายของรัฐตามมติ ครม.เมื่อวันที่ 29 มีนาคม 2565 วันที่ 19 เมษายน 2565 และวันที่ 10 พฤษภาคม 2565

2.กลุ่มผู้ใช้ไฟฟ้าที่ใช้ไฟฟ้าระหว่าง 301-500 หน่วยต่อเดือน ซึ่งเป็นกลุ่มที่ได้รับผลกระทบจากการเพิ่มขึ้นของราคาไฟฟ้าซึ่งเป็นสาธารณูปโภคพื้นฐานเช่นกัน โดยจะได้ส่วนลดจากการเพิ่มขึ้นของค่าเอฟทีเดือนกันยายน-ธันวาคม 2565 แบบขั้นบันไดในอัตรา 15-75% โดยแบ่งเป็นกลุ่มผู้ใช้ไฟฟ้าที่ใช้ไฟฟ้าระหว่าง 300-350 หน่วยต่อเดือน ได้ส่วนลด 75% และกลุ่มผู้ใช้ไฟฟ้าที่ใช้ไฟฟ้าระหว่าง 400-500 หน่วยต่อเดือน ได้ส่วนลด 15%

รายงานข่าวระบุว่า การดำเนินมาตรการตามแนวทางช่วยเหลือกลุ่ม 1 และ 2 เป็นผู้ใช้ไฟฟ้าในพื้นที่ของการไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) และการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) หน่วยงานในกำกับของกระทรวงมหาดไทย จะครอบคลุมผู้ใช้ไฟฟ้าประมาณ 80% ของผู้ใช้ไฟฟ้าทั่วประเทศ หรือคิดเป็น 89% ของผู้ใช้ไฟฟ้าประเภทบ้านอยู่อาศัย นอกจากนี้ จะดำเนินการให้ครอบคลุมบ้านที่อยู่อาศัยที่เป็นผู้ใช้ไฟฟ้ารายย่อยของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) และผู้ใช้ไฟฟ้าของกิจการไฟฟ้าสวัสดิการสัมปทานกองทัพเรือ คาดว่าจะต้องใช้งบประมาณรวม 2,000 ล้านบาทต่อเดือน หรือประมาณ 8,000 ล้านบาท สำหรับ 4 เดือน

“วาระค่าไฟที่ยังไม่เข้า ครม.เนื่องจากตามขั้นตอนกระทรวงพลังงานต้องเสนอเรื่องให้กระทรวงมหาดไทยในฐานะหน่วยงานกำกับ กฟน.และ กฟภ.ซึ่งดูแลผู้ใช้ไฟฟ้าเกือบทั้งหมด จากนั้นกระทรวงมหาดไทยต้องทำเรื่องของบกลางจากสำนักงบประมาณเพื่อให้สำนักงบเสนอเข้า ครม.เพื่ออนุมัติใช้งบประมาณในขั้นสุดท้าย ส่วนประเด็นที่มีการวิจารณ์ว่าสัดส่วนการช่วยเหลือที่ให้กับกลุ่ม 301-500 หน่วยต่อเดือน ทำให้สิ้นเปลืองงบประมาณนั้น ได้รับการยืนยันว่าต้องการช่วยเหลือประชาชนให้ครอบคลุมที่สุด และการช่วยเหลือกลุ่มนี้ก็เป็นขั้นบันไดอยู่แล้ว” แหล่งข่าวกล่าว

Advertisement
QR Code
เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่
Line Image