หน้าแรก เศรษฐกิจ จอดป้ายประชาช...

จอดป้ายประชาชื่น : ขึ้นค่าแรงดันค่าครองชีพ

30.08.22 | 10:52 น.
จอดป้ายประชาชื่น : ขึ้นค่าแรงดันค่าครองชีพ

จอดป้ายประชาชื่น : ขึ้นค่าแรงดันค่าครองชีพ

ช่วง 2 ปีที่เกิดโควิด-19 ภาครัฐไม่ได้พิจารณาเรื่องการปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ กระทั่งเมื่อวันที่ 26 สิงหาคมที่ผ่านมา คณะกรรมการค่าจ้าง ชุดที่ 21 (กรรมการไตรภาคี) ได้ประชุมพิจารณากลั่นกรองข้อเสนออัตราค่าจ้างขั้นต่ำปี 2565 มีข้อสรุปให้ปรับราคาค่าแรงขั้นต่ำ สูงสุดอยู่ที่ 354 บาทต่อวัน และต่ำสุดอยู่ที่ 328 บาทต่อวัน โดยมีค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 337 บาทต่อวัน หรือเพิ่มขึ้น 5.02% โดยแต่ละจังหวัดจะมีการปรับขึ้นแตกต่างกันไป หลังจากนี้ กระทรวงแรงงานจะนำมติเสนอเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อพิจารณา วันที่ 30 สิงหาคมนี้ โดยจะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2565 เป็นต้นไป

มุมนายจ้างอย่าง ธนิต โสรัตน์ รองประธานสภานายจ้างผู้ประกอบการค้าและอุตสาหกรรมไทย (อีคอนไทย) ให้ความเห็นว่า ผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับธุรกิจ หรืออุตสาหกรรมที่ใช้แรงงาน หากใช้เกณฑ์ปรับค่าแรงขั้นต่ำของกรุงเทพฯและปริมณฑลเป็นตัวตั้ง ซึ่งเป็นแหล่งการจ้างงานที่มีขนาดใหญ่ที่สุดของประเทศ ค่าแรงขั้นต่ำขยับขึ้น 22 บาทต่อวัน หรือเดือนละ 660 บาทต่อคน คนส่วนใหญ่อาจคิดว่ากระทบกับกลุ่มธุรกิจรายเล็ก หรือเอสเอ็มอี
แต่ความเป็นจริงไม่ใช่ทั้งหมด เนื่องจากธุรกิจเอสเอ็มอีไม่ได้ใช้คนจำนวนมากเท่ากับภาคการผลิต

เมื่อคำนวณในส่วนของต้นทุนค่าจ้างแรงงานที่เพิ่มขึ้น หากเป็นอุตสาหกรรมที่ใช้แรงงานประมาณ 10% จะมีผลต่อต้นทุนเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 0.75% ถ้าใช้คนประมาณ 20% จะมีผลต่อต้นทุนที่เพิ่มขึ้นเฉลี่ย 1.5% ถ้าใช้คนเฉลี่ยประมาณ 30% จะมีผลต่อต้นทุนที่เพิ่มขึ้นเฉลี่ย 2% ดังนั้น การปรับค่าแรงขั้นต่ำในรอบนี้ จะมีผลต่อต้นทุนธุรกิจเฉลี่ยอยู่ที่ 1.5-2% ซึ่งธุรกิจที่ได้รับผลกระทบกลุ่มแรก คือ กลุ่มธุรกิจเกี่ยวข้องกับอาหารทั้งหมด เช่น ร้านอาหารทั่วไป ภัตตาคาร และหาบเร่แผงลอย เป็นต้น

ประเด็นค่าจ้างยังคงเป็น 2 ขาที่รัฐบาลต้องสร้างสมดุล เพราะมุมลูกจ้างคือข่าวดี คือกำลังใจ เพื่อให้ชีวิตดีขึ้น แต่มุมนายจ้างคือต้นทุนเพิ่ม กำไรลด ยิ่งในภาวะเศรษฐกิจเช่นนี้ กลุ่มผู้ผลิตบางรายอาจขึ้นราคาสินค้าอย่างเลี่ยงไม่ได้

Advertisement

ได้แต่หวังว่าภาครัฐจะมีมาตรการรองรับ ไม่ใช่ปล่อยให้ประชาชนต้องรับมือฝ่ายเดียว!!

ภคพร บุญมี