ส.เอสเอ็มอี ชงรัฐ 3 เรื่อง ลดผลกระทบขึ้นค่าจ้าง ชี้แรงงานทักษะฝีมือน้อยถึง40%
เมื่อวันที่ 29 สิงหาคม นายแสงชัย ธีรกุลวาณิช ประธานสมาพันธ์เอสเอ็มอีไทย กล่าวว่า การปรับค่าจ้างขั้นต่ำเฉลี่ย 5% ครั้งนี้ สมาพันธ์เอสเอ็มอีไทย เห็นด้วยกับการปรับเพิ่มขึ้น เพื่อลดความเหลื่อมล้ำคุณภาพชีวิต แบ่งเบาภาระแรงงานที่เผชิญปัญหาค่าครองชีพที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้แรงงานและครอบครัวได้รับผลกระทบอย่างหนักจากสภาวะเศรษฐกิจปัจจุบัน แม้ว่าผู้ประกอบการเอสเอ็มอีจำนวนมากยังไม่ฟื้นตัวจากสถานการณ์วิกฤตเศรษฐกิจ โควิด และสงครามที่ยืดเยื้อ ส่งผลลบต่อปัจจัยเสี่ยง กระทบทั้งต้นทุนวัตถุดิบ ปัจจัยการผลิต พลังงาน เงินเฟ้อ ดอกเบี้ย และค่าแรงที่เพิ่มขึ้น
นายแสงชัย กล่าวต่อว่า แต่สิ่งสำคัญ คือ 1. R (Raw material) การควบคุมดูแล สนับสนุน SME และผู้ประกอบการ โดยภาครัฐช่วยเจรจาประเทศคู่ค้าที่สำคัญในการนำเข้าวัตถุดิบ ปัจจัยการผลิต และพลังงานที่ส่งผลต่อต้นทุนผู้ประกอบการให้ลดต่ำลง แบบรัฐต่อรัฐ และผ่อนแรงภาคเอกชน และส่งผลต่อการลดผลกระทบต้นทุนวัตถุดิบ ปัจจัยการผลิต และค่าครองชีพ โดยคณะกรรมการเฉพาะกิจเพื่อบริหารสถานการณ์วิกฤตเศรษฐกิจ ควรมีแนวทาง และเริ่มดำเนินการเพื่อมุ่งผลลัพธ์เร่งด่วน
2. M (Man power) ระบบการพัฒนาฝีมือ ทักษะ สมรรถนะของกำลังแรงงานที่ยกระดับขีดความสามารถ เพิ่มผลิตภาพแรงงานอย่างต่อเนื่องในแต่ละจังหวัด และท้องถิ่น โดยใช้กลไก กพรปจ. ที่มีทุกจังหวัดขับเคลื่อน มีตัวชี้วัดที่ทีมาตรฐาน สร้างระบบ Labor Credit Scoring ID แต่ละคน แต่ละจังหวัด เพื่อติดตาม และสนับสนุน ส่งเสริมการพัฒนาแรงงานทุกมิติอย่าง Real time เป็นระบบโดยใช้ดิจิทัลแพลตฟอร์มเข้ามาช่วย
3. E (Entrepreneur) ผู้ประกอบการ โดยเฉพาะภาคธุรกิจเอสเอ็มอีที่ที่มีการจ้างงานกว่า 12 ล้านคน และการขึ้นค่าแรงขั้นต่ำส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการที่ต้องปรับค่าแรงของแรงงานเดิมที่มีฐานค่าแรงและฝีมือมากกว่าต้องขยับตามไปด้วย เป็นต้นทุนที่เพิ่มขึ้นอย่างหลักเลี่ยงไม่ได้ โดยเฉพาะภาคแรงงานในกลุ่มก่อสร้าง อาหาร เกษตร ค้าปลีกและภาคบริการ ซึ่งเป็นแรงงานทักษะฝีมือน้อย ประมาณร้อยละ 40 ของแรงงานทั้งหมด
“ซึ่งภาครัฐควรมีมาตรการในการพัฒนา ยกระดับขีดความสามารถเอสเอ็มอีรายย่อย รายย่อม ในการนำเทคโนโลยี และนวัตกรรมข่วยบริหารจัดการธุรกิจ ลดต้นทุนการผลิต การให้บริการ การลดต้นทุนทางการเงิน อาทิ ดอกเบี้ยให้ปรผู้ประกอบการรายย่อย รายย่อม และแรงงานรายวัน ในการแก้ไขลดภาระหนี้นอกระบบ เป็นต้น”

