หน้าแรก เศรษฐกิจ จุรินทร์ ปลื้...

จุรินทร์ ปลื้มเอกชนไทย เปิดดีลซาอุดีฯ เซ็นซื้อขายสินค้ากว่า 1.22 หมื่นล้าน บรรลุจัดตั้งสภาธุรกิจ

30.08.22 | 09:19 น.

จุรินทร์ ปลื้มเอกชนไทย เปิดดีลซาอุดีฯ เซ็นซื้อขายสินค้ากว่า 1.22 หมื่นล้าน บรรลุจัดตั้งสภาธุรกิจ

เมื่อวันที่ 30 สิงหาคม นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวภายหลังหารือกับนายอัจลาน อะลาจลัน ประธานสภาหอการค้าซาอุดีอาระเบีย และเปิดงาน Saudi-Thai Business Forum ที่สภาหอการค้าซาอุดีอาระเบีย ว่า ในการเยือนครั้งนี้ได้นำคณะเอกชน 138 ราย มาเจรจาการค้ากับผู้นำเข้าซาอุดีอาระเบีย ถือว่าประสบความสำเร็จมาก โดย 1.สามารถทำ MOU ระหว่างสภาเอกชนของไทย กับสภาเอกชนของซาอุดีฯ โดยจัดตั้งสภาธุรกิจไทย-ซาอุดีอาระเบีย หลังจากนี้สภาธุรกิจไทย-ซาอุดีอาระเบีย จะขับเคลื่อนการเจรจาทางการค้า คาดการณ์ว่าสามารถทำการค้าและซื้อขายสินค้าระหว่างกันไม่ต่ำกว่า 10,000 ล้านบาท ภายในหนึ่งปี นับตั้งแต่มาเยือนครั้งนี้

นายจุรินทร์ กล่าวว่า 2.ภาคธุรกิจได้การทำสัญญาซื้อขายได้แล้ว 10 คู่ ที่เจดดาห์และริยาด มีมูลค่ารวมกว่า 1,000 ล้านบาท 3.มีการซื้อขายในกิจกรรมเจรจาทันที ทั้งที่ริยาดและเจดดาห์ รวมกว่า 1,200 ล้านบาท ดังนี้นการเยือนครั้งนี้ รวม 3 ส่วน จะสร้างมูลค่าการค้า 12,200 ล้านบาท

“กลุ่มอาหารเป็นสินค้าหลัก ทั้งเครื่องปรุงรส ผักสด เครื่องแกง อาหารกระป๋อง อาหารทะเล ทูน่ากระป๋อง ซาดีนกระป๋อง ผลไม้กระป๋องและผลไม้สด รวมทั้งสินค้าอื่นที่เป็นวัตถุดิบทางการเกษตร ผลไม้ และ อาหารเสริม ที่เริ่มวางขายแล้วในซุปเปอร์มาร์เก็ตในซาอุดีอาระเบีย แล้ว ในห้าง LuLu hypermarket ห้าง Manuel Market และในอนาคตซาอุดีอาระเบียจะเป็นประตูในการกระจายสินค้าไทยไปกลุ่มประเทศตะวันออกกลาง รวมทั้ง กลุ่ม GCC กลุ่มประเทศอ่าวอาหรับ 6 ประเทศด้วย”นายจุรินทร์ กล่าว

นายจุรินทร์ กล่าวว่า ขณะนี้ประเทศซาอุดีอาระเบียต้องการดึงนักลงทุนจากทั่วโลกและนักลงทุนจากให้ไทย เพื่อไปร่วมโครงการใหญ่ที่ท่านมกุฎราชกุมารของซาอุดรอาระเบียทรงเปิดตัวออกมา คือ โครงการ Saudi Vision 2030 ดึงนักลงทุนจากทั่วโลก และเราเองก็สนใจดึงนักลงทุนจากซาอุดีอาระเบียลงทุนที่ประเทศไทยเช่นกัน เพราะมีหลายภาคที่เราต้องการนักลงทุนจากซาอุดีฯ ทั้งการค้า การลงทุน การท่องเที่ยว รวมทั้งภาคการผลิต

นอกจากนั้น นายจุรินทร์ กล่าวบนเวที Saudi-Thai Business Forum ว่า ปัจจุบันโลกกําลังเผชิญกับปัญหาความท้าทายด้านความมั่นคงด้านพลังงานและด้านอาหาร จึงเป็นช่วงเวลาสําคัญที่สุดที่ทั้ง 2 ประเทศ จะเร่งกระชับความเชื่อมโยง เพื่อเสริมศักยภาพของกันและกัน ในการเปลี่ยนความท้าทาย ให้เป็นความเข้มแข็งร่วมกัน ซาอุดีฯจะแหล่งความมั่นคงทางพลังงานให้ไทย และไทยจะเป็นแหล่งความมั่นคงทางอาหารให้ซาอุดีฯ พร้อมเชิญชวนนักลงทุนชาวซาอุดฯมาลงทุนในประไทยโดยจะได้รับสิทธิประโยชน์ทางการค้าจาก FTA ที่ประเทศไทยทํากับ 18 ประเทศ 14 ฉบับ อาทิ อาเซียน จีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ อินเดีย ฮ่องกง เปรู ชิลี RCEP และจะทำเพิ่มในอนาคต คือ EFTA และ UK โดยไทยมีศักยภาพเป็นประตูการค้าสู่อาเซียน และซาอุดีอาระเบียเป็นประตูการค้าสู่ตะวันออกกลาง

Advertisement