เงินบาทเปิด 36.33 บาท แข็งค่าขึ้น-ฟันด์โฟลว์นักลงทุนต่างชาติยังคงไหลเข้าสุทธิ
นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทเปิดเช้านี้ ที่ระดับ 36.33 บาทต่อเหรียญสหรัฐ แข็งค่าขึ้นจากระดับปิดวันก่อนหน้า ที่ระดับ 36.41 บาทต่อเหรียญสหรัฐ โดยมองกรอบเงินบาทวันนี้ คาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 36.25-36.45 บาทต่อเหรียญสหรัฐ
สำหรับแนวโน้มค่าเงินบาทยังคงเคลื่อนไหวผันผวนในกรอบกว้างและมีความเสี่ยงอ่อนค่าลง หากเงินเหรียญสหรัฐยังคงแข็งค่าขึ้น อย่างไรก็ตาม การอ่อนค่าของเงินบาทอาจเริ่มจำกัดลง และคาดว่าไม่อ่อนค่าทะลุแนวต้านสำคัญแถว 36.50 บาทต่อเหรียญสหรัฐ นอกจากนี้ นักลงทุนต่างชาติก็ไม่รีบเทขายสินทรัพย์ไทย ดังจะเห็นได้จากฟันด์โฟลว์ในวันก่อนหน้าที่ยังคงไหลเข้าสุทธิ โดยนักลงทุนต่างชาติ ขายหุ้นสุทธิ 107 ล้านบาท ซื้อสุทธิบอนด์ 542 ล้านบาท และการปรับตัวลดลงของหุ้นไทยอาจเปิดโอกาสให้นักลงทุนต่างชาติกลับเข้ามาซื้อหุ้นไทยในจังหวะย่อตัวลงได้
ด้านตลาดค่าเงิน เงินเหรียญสหรัฐพลิกกลับมาอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก โดยดัชนีเงินเหรียญสหรัฐ (DXY Index) ปรับตัวลดลงใกล้ระดับ 108.6 จุด แม้ว่าตลาดจะยังคงอยู่ในภาวะปิดรับความเสี่ยงและผู้เล่นบางส่วนอาจคงสถานะการถือครองเงินเหรียญสหรัฐเป็นสินทรัพย์ปลอดภัย แม้เงินเหรียญสหรัฐเผชิญแรงกดดันจากการกลับมาแข็งค่าขึ้นของเงินยูโร (EUR) สู่ระดับ 1.00 เหรียญสหรัฐต่อยูโร หลังผู้เล่นในตลาดประเมินว่าธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) อาจเดินหน้าเร่งขึ้นดอกเบี้ยรุนแรง
ทั้งนี้ ช่วงตลาดการเงินผันผวนสูงและมีหลายปัจจัยที่ไม่แน่นอน โดยเฉพาะแนวโน้มนโยบายการเงินเฟด แนะนำให้ผู้ประกอบการควรใช้กลยุทธ์ป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนที่หลากหลายมากขึ้น โดยเฉพาะการใช้ Options ซึ่งจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการป้องกันความเสี่ยงได้ดีในช่วงที่ตลาดผันผวนหนัก
กลุ่มงานตลาดการเงิน ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB Financial Markets) ระบุว่า ค่าเงินบาทวันนี้เคลื่อนไหวในกรอบ 36.25-36.45 บาทต่อเหรียญสหรัฐ โดยค่าเงินบาทอ่อนค่าลงมาวานนี้ หลังจากถ้อยแถลงของนายเจอโรม พาวเวลล์ ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ทำให้ดัชนีดอลลาร์ปรับตัวสูงสุดที่ 109.48 แต่ย่อตัวลงเมื่อคืนจากตลาดกลับไปให้ความสนใจการขึ้นดอกเบี้ยของธนาคารกลางยุโรป (ECB) ที่จะมีประชุมในวันที่ 8 กันยายน ว่าอาจมีโอกาสขึ้นดอกเบี้ย 0.75% ทำให้ค่าเงินยูโรปรับแข็งค่าขึ้นมาเทียบเงินเหรียญสหรัฐ ขณะที่ตลาดหุ้นสหรัฐฟื้นตัวขึ้นจากวันก่อนแต่ยังคงปิดลบเล็กน้อย ในขณะที่ราคาน้ำมันดิบปรับตัวสูงขึ้น 4% จากการคาดคารณ์ว่ากลุ่ม Opec+ จะลดกำลังการผลิตลง จากประชุมที่จะมีขึ้นวันที่ 5 กันยายน

